Back to all stories
3 minutes read
หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ดื่มกาแฟทั่วโลกมากกว่าสองพันล้านถ้วยในแต่ละวัน คุณอาจจะเคยสงสัยว่ากาแฟมาจากที่ใด เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟมีความเป็นอยู่อย่างไร กาแฟเหล่านี้มีผลกระทบต่อโลกอย่างไร

ในฐานะที่เป็นปัจเจกบุคคล เรามีวิธีต่างๆ มากมายเพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากกาแฟที่เราดื่ม การใช้ถ้วยกาแฟที่สามารถนำมาใช้ซ้ำได้ การนำบรรจุภัณฑ์ไปรีไซเคิล การต้มน้ำเท่าที่จำเป็นต้องใช้ในแต่ละครั้งที่ชง ล้วนเป็นการช่วยลดผลกระทบต่อโลกเราทั้งสิ้น

แล้วบริษัทที่ผลิตกาแฟของคุณมีส่วนร่วมอย่างไรบ้างในเรื่องนี้? ในฐานะที่เป็นบริษัทผลิตกาแฟรายใหญ่ที่สุดในโลก เนสท์เล่จึงมีการสั่งซื้อเมล็ดกาแฟมากกว่าผู้ผลิตรายอื่นๆ ซึ่งทำให้การดำเนินการของเนสท์เล่ก่อผลกระทบที่มากกว่า และมีโอกาสที่มากกว่าที่จะสร้างผลกระทบในเชิงบวกเช่นกัน

กาแฟที่คุณดื่มทุกเช้าช่วยทำให้โลกนี้ดีขึ้นใน 5 เรื่องด้วยกันดังต่อไปนี้

1. การจ้างงาน

การผลิตกาแฟช่วยให้มีการจ้างงานผู้คนมากกว่าหนึ่งล้านคนทั่วโลก การปลูกกาแฟช่วยในการดำรงชีวิตของชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านมีเงินในการจ่ายค่าเทอม ค่าอาหารของครอบครัว รวมทั้งปัจจัยอื่นๆ ในการดำรงชีวิต

อย่างไรก็ดี เราไม่สามารถไว้วางใจต่ออนาคตของอุตสาหกรรมการผลิตกาแฟได้ สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป โรคที่เกิดกับพืช เทคนิคในการเพาะปลูกที่ไม่เหมาะสม และการอพยพของแรงงานทางด้านการเกษตรเข้าสู่เมือง ล้วนเป็นภัยคุกคามต่ออนาคตของอุตสาหกรรมการผลิตกาแฟ

การสร้างความมั่นใจว่าจะมีงานเพื่อรองรับอนาคต ไม่ใช่เพียงแค่การช่วยเกษตรกรให้สามารถปลูกกาแฟเพิ่มขึ้นได้ในระยะสั้นเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการทำให้การเพาะปลูกกาแฟเป็นงานที่ผู้ทำมีความภาคภูมิใจ ซึ่งจะทำให้บุตรหลานของเกษตรกรมีความยินดีที่จะสานต่ออาชีพนี้

Farmers picking coffee  

หมายถึงการฝึกสอนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟมากกว่า 10,000 คนในแต่ละปีให้เรียนรู้วิธีการเพาะปลูกอย่างยั่งยืนนั้นจะช่วยให้ได้ผลผลิตที่เพิ่มขึ้นและรายได้ที่ดีขึ้น และยังหมายถึงพันธะสัญญาที่จะให้ความช่วยเหลืออย่างจริงใจในระยะยาวแก่เกษตรกร

2. สิทธิความเท่าเทียม

ในบางภูมิภาคของโลก การปลูกกาแฟถือเป็นอาชีพอย่างหนึ่ง แต่ในบางประเทศ ก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป ตัวอย่างเช่น ในประเทศเคนยามีชาวไร่กาแฟที่เป็นผู้หญิง แต่ผู้หญิงเหล่านี้มักจะไม่มีโอกาสได้เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนี้เลย

จึงเป็นเหตุผลที่ได้จัดตั้งโครงการฝึกอบรมสำหรับสตรีและเยาวชนขึ้นมา

โครงการนี้เป็นการฝึกอบรมเหล่าบรรดาผู้หญิงจากสหกรณ์การเพาะปลูกกาแฟ ให้กลายเป็น "เกษตรกรต้นแบบ" โดยจะมีการฝึกสอนทุกอย่างตั้งแต่การผลิตกาแฟ ไปจนถึงความเป็นผู้นำ และความรู้เกี่ยวกับสุขภาพอนามัย เพื่อให้เกษตรกรเหล่านี้ได้นำความรู้และทักษะที่มีไปเผยแพร่และสอนเกษตรกรอื่นๆในชุมชนของตนต่อไป

Female coffee farmer  

โครงการนี้ส่งผลให้มีสตรีเป็นจำนวนมากเข้าร่วมในการทำการเพาะปลูกกาแฟ ในช่วง 3 ปีแรกของโครงการ ผู้หญิงซึ่งเป็น "เกษตรกรต้นแบบ" ที่ผ่านการฝึกอบรมนี้ ช่วยเพิ่มผลผลิตกาแฟได้เฉลี่ย 83%

3. การลดความยากจน

เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟมีรายได้ที่ขึ้นอยู่กับราคาของผลผลิตในตลาดโลก การขึ้นลงของราคาทำให้เกษตรกรมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการลงทุนในรอบปีถัดไป ในอดีตที่ผ่านมา ราคาเมล็ดกาแฟตกต่ำลงอย่างรวดเร็วทำให้เกษตรกรรายเล็กเป็นจำนวนมากต้องเลิกอาชีพนี้ไป

การช่วยเกษตรกรปรับปรุงประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพของต้นพันธุ์กาแฟ ช่วยลดผลกระทบต่อราคาของเมล็ดกาแฟที่เปลี่ยนแปลงขึ้นลง

ตัวอย่างเช่น เนสกาแฟ ในฟิลิปปินส์มีโครงการอนุรักษ์ดินและน้ำอย่างต่อเนื่องในไร่กาแฟทั่วทั้งภูมิภาค ซึ่งช่วยเกษตรกรในระหว่างฤดูแล้งของปี

Coffee beans  

โครงการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกต้นสบู่ดำซึ่งในท้องถิ่นเรียกกันว่าต้น “tuba-tuba” เป็นพืชรอง ต้นสบู่ดำซึ่งใช้ในการผลิตกลีเซอรอลและไบโอดีเซล เป็นแหล่งสร้างรายได้เสริมให้แก่เกษตรกร รวมทั้งช่วยป้องกันการพังทลายของดิน

นอกจากนั้น การจัดหาแหล่งเงินกู้แบบไมโครไฟแนนซ์ให้แก่เกษตรกรยังช่วยให้เกษตรกรสามารถวางแผนการเพาะปลูกล่วงหน้าได้อีกด้วย ทำให้เกษตรกรไม่ต้องรอให้ถึงปีที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูกเพื่อการลงทุนในอนาคต

โครงการพัฒนาการศึกษา สาธารณสุข และการจัดหาแหล่งน้ำในแหล่งเพาะปลูกกาแฟยังช่วยลดความยากจนของเกษตรกรลงได้

4. สิ่งแวดล้อม

ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา ความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของการผลิตกาแฟต่อสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาก่อให้เกิดกระแสของการผลิตกาแฟอย่างยั่งยืน

ความยั่งยืน หมายถึงความสามารถของสิ่งแวดล้อมหรือของระบบที่จะยังคงความหลากหลายและความอุดมสมบูรณ์อยู่ได้ ซึ่งขึ้นกับหลายปัจจัย

เนสกาแฟให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมการเกษตรกรรรมอย่างยั่งยืน โดยการฝึกอบรมเกษตรกรให้เรียนรู้การอนุรักษ์น้ำ และวิธีการทำความสะอาดและรีไซเคิลน้ำที่ใช้ในกระบวนการบดเมล็ดกาแฟ

The Rainforest Alliance เป็นองค์กรการกุศลระดับโลกที่ดำเนินการในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน The Sustainable Agriculture Network เป็นกลุ่มองค์กรการกุศลที่ส่งเสริมการพัฒนาชนบทและความหลากหลายทางชีวภาพ

Coffee farm in Brazil  

ภายใต้แผน “เนสกาแฟ”, ผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์จากทั้งสองกลุ่มได้ร่วมกับเนสกาแฟ ในการผสมผสานกรรมวิธีทางวิทยาศาสตร์อันทันสมัยเข้ากับภูมิปัญญาดั้งเดิมของเกษตรกร ซึ่งช่วยให้เกษตรกรสามารถอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ปกป้องระบบนิเวศ รวมทั้งพัฒนาคุณภาพและความหลากหลาย

และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้มีการจัดทำแผน “เนสกาแฟ” โดยเนสท์เล่มีแผนที่จะลงทุนมากกว่า 260 ฟรังค์สวิส ในโครงการผลิตกาแฟทั้วโลกในระหว่างปี 2010 จนถึง 2020 เพื่อช่วยส่งเสริมความยั่งยืนในการปลูกกาแฟในระยะยาว

5. การเก็บเกี่ยวอนาคต

เมื่อต้นกาแฟเริ่มมีอายุมาก จำนวนของเมล็ดกาแฟที่ได้ก็จะเริ่มลดลงและมีโอกาสที่จะเกิดโรคมากขึ้น

ตัวอย่างเช่น ในประเทศโคลัมเบียมีโรคชนิดหนึ่งเรียกว่าโรคราสนิมซึ่งระบาดในไร่กาแฟในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้และก่อให้เกิดผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อคุณภาพและผลผลิตของต้นกาแฟเหล่านี้

จึงเป็นเหตุผลให้เนสกาแฟ จับมือกับสหพันธ์ผู้ปลูกกาแฟแห่งโคลัมเบีย เพื่อปรับปรุงต้นพันธุ์กาแฟของเกษตรกร

เนสท์เล่ได้จัดหาต้นพันธุ์ชนิดใหม่ที่ทนต่อโรคราสนิมและให้ผลผลิตที่สูง จำนวน 28 ล้านต้นแก่เกษตรกรชาวโคลัมเบีย โดยเป็นการแจกให้ฟรีไม่มีข้อผูกมัดให้ต้องขายกาแฟกลับให้แก่เนสกาแฟ.

High yeild coffee plantlets  

ต้นพันธุ์ซึ่งเพาะขึ้นมาจากเมล็ดกาแฟในสถานเพาะพันธุ์กล้าในท้องถิ่นเหล่านี้ให้ผลผลิตที่มากขึ้น ช่วยเพิ่มรายได้และความมั่นคงในอนาคตให้แก่เกษตรกร รวมทั้งช่วยรับประกันคุณภาพที่สูงของเมล็ดกาแฟที่เก็บเกี่ยวได้ ไร่กาแฟภายใต้โครงการนี้รวมกันมากกว่า 4,400 เฮกตาร์ ได้ผ่านการปรับปรุงโดยการปลูกต้นกล้าที่ทนต่อโรคราสนิม

มีเรื่องที่ชวนหลงไหลมากมายเกี่ยวกับกาแฟ และมีสิ่งดีๆ มากมายที่เกิดขึ้นจากการผลิตกาแฟ ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ขณะที่คุณกำลังดื่มด่ำไปกับกาแฟถ้วยโปรดของคุณในตอนเช้า คุณจึงมั่นใจได้ว่าไม่เพียงแต่คุณเท่านั้นที่จะได้รับประโยชน์จากกาแฟของคุณ