Sorry, you need to enable JavaScript to visit this website.
x
Change Language

ประวัติของเนสท์เล่

เนสท์เล่เป็นบริษัทผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มรายใหญ่ที่สุดของโลก มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองเวเวย์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ปัจจุบันเนสท์เล่ก่อตั้งมานานกว่า 150 ปี 

บริษัท เนสท์เล่ ก่อตั้งขึ้นโดย Henri Nestlé ผู้คิดค้น “Farine lactée” ในปีค.ศ. 1867 ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากนมและซีเรียลที่ได้ช่วยชีวิตเด็กจำนวนมากในยุคนั้นที่ไม่สามารถดื่มนมแม่ นับเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดแรกของเนสท์เล่ และจุดกำเนิดของบริษัทผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มรายใหญ่ที่สุดของโลก 

History-01

ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เนสท์เล่ได้ดำเนินกิจการภายใต้ความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพชีวิต และมอบสุขภาพที่ดีให้กับผู้บริโภค ผ่านผลิตภัณฑ์ที่เต็มไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ

เนสท์เล่มีทั้งหมดใน 190 ประเทศทั่วโลก พนักงานเนสท์เล่กว่า 308,000 คนต่างมีพันธสัญญาต่อเจตนารมณ์ของเนสท์เล่ในการเพิ่มพูนคุณภาพชีวิต เสริมสร้างสุขภาพดีสู่อนาคต (Enhancing quality of life and contributing to a healthier future) เนสท์เล่นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการสำหรับผู้คนและสัตว์เลี้ยงครอบคลุมในทุกช่วงวัย มากกว่า 2,000 แบรนด์ ทั้งที่เป็นแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักในระดับโลก เช่น เนสกาแฟ เนสเปรสโซ แม็กกี้ ตลอดจนแบรนด์ที่เป็นที่ชื่นชอบในท้องถิ่นอย่าง ตราหมี หรือมิเนเร่ บริษัทฯ ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยกลยุทธ์ด้านโภชนาการเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี

History-03

 

กลุ่มเนสท์เล่ ประเทศไทย

ความเป็นมาของเนสท์เล่ในประเทศไทย ได้เริ่มขึ้นมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2436 ดังปรากฏหลักฐานเป็นภาพโฆษณา ชิ้นแรกของนมข้นหวานตรา “แหม่มทูนหัว” ลงในหนังสือพิมพ์บางกอกไทมส์ ฉบับประจำวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2436 จากนั้นธุรกิจประสบความสำเร็จด้วยดีโดยการนำผลิตภัณฑ์หลายชนิดเข้ามา จาก ต่างประเทศ และในปี พ.ศ. 2490 ได้มีการจัดตั้งบริษัท “โปรเนสยาม อินค์” จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของ เนสท์เล่  

ต่อมาในปี พ.ศ. 2511 ผลิตภัณฑ์เนสท์เล่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางและมีความต้องการ ผลิตภัณฑ์เนสท์เล่ ในเมืองไทยเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับภาวะการลงทุนที่เอื้ออำนวย เนสท์เล่จึงได้ สร้างโรงงานผลิตขึ้น ซึ่งนับว่าเป็นก้าวแรกของการสร้างฐานการผลิตในประเทศไทย 

History-02

ปัจจุบัน บริษัทเนสท์เล่ ประเทศไทย มีโรงงานทั้งหมด 7 แห่ง พร้อมพนักงานรวมทั้งสิ้นกว่า 3,300 คน ซึ่งทำหน้าที่ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มประเภทต่างๆ ทั่วประเทศภายใต้เครื่องหมายการค้าที่ มีชื่อเสียง เช่น เนสกาแฟ เนสท์เล่ตราหมี ไมโล เนสท์เล่เพียวไลฟ์ เนสวิต้า แม็กกี้ และเนสท์เล่ไอศกรีม ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงของเนสท์เล่เหล่านี้เป็นที่รู้จักกันดี และได้รับการยอมรับ จากผู้บริโภคอย่างแพร่หลาย

 

ข้อมูลสรุปประวัติศาสตร์ของเนสท์เล่ทั่วโลก และเนสท์เล่ประเทศไทย
  • พ.ศ. 2436 ปรากฏโฆษณาชิ้นแรกของเนสท์เล่ในเมืองไทย นมข้นหวานตรา “แหม่มทูนหัว” ในหนังสือพิมพ์บางกอกไทม์ส
  • พ.ศ. 2477 ผลิตภัณฑ์ตราหมีของเนสท์เล่ เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย
  • พ.ศ. 2490 ก่อตั้งบริษัทโปรเนสยามในประเทศไทย เพื่อจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เนสท์เล่ทั้งหมดที่นำเข้ามาในเมืองไทย
  • พ.ศ. 2494 เปิดตัว แม็กกี้ ครั้งแรกในประเทศไทย
  • พ.ศ. 2501 เปิดตัว เนสท์เล่ไมโล ครั้งแรกในประเทศไทย
  • พ.ศ. 2510 ร่วมก่อตั้งบริษัทยูไนเต็ดมิลค์ จำกัด ก่อตั้งโรงงานสำโรง เพื่อตอบสนองความต้องการผลิตภัณฑ์ของเนสท์เล่ในไทยที่มีมากขึ้น ประกอบกับภาวะการลงทุนที่เอื้ออำนวย โรงงานนี้ผลิตนมข้นหวาน 3 แบรนด์ที่ต่างมีตลาดของตัวเอง ได้แก่ คาร์เนชัน แหม่มทูนหัว และ ตราหมี
  • พ.ศ. 2514 เนสท์เล่เข้าครอบครองกิจการ Ursina Franck ซึ่งเป็นบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ตราหมี 
  • พ.ศ. 2515 แต่งตั้งบริษัทดีทแฮล์ม จำกัด ให้เป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เนสท์เล่ทั้งหมด 
  • พ.ศ. 2516 ซื้อกิจการบริษัทยูไนเต็ดมิลค์ จำกัด ร่วมทุนกับบริษัทกาแฟผงไทย จำกัด เพื่อผลิตกาแฟสำเร็จรูปตราเนสกาแฟ เนสท์เล่ ดีโค และ กาแฟปรุงสำเร็จ ทรีโอ เนสกาแฟจึงได้เปิดตัวขึ้นในประเทศไทย 
  • พ.ศ. 2519 โรงงานสำโรงเริ่มผลิตนมสเตอริไลซ์คืนรูปเพิ่มจากที่ผลิตนมข้นหวาน นับแต่นั้นมา สายการผลิตก็ขยายออกไปครอบคลุมนม UHT ซีเรียล และผลิตภัณฑ์ประกอบอาหาร เช่น ซอสพริกแม็กกี้ ซอสมะเขือเทศแม็กกี้ ซอสปรุงรสแม็กกี้ และ ซุปก้อน 
  • พ.ศ. 2527 ซื้อกิจการบริษัทอูปาลี (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นกิจการช็อกโกแลตและขนมหวานในไทย และเปลี่ยนชื่อเป็น โกโก้ สเปเชียลตี้ส์ (ประเทศไทย) จำกัด ส่งผลให้เนสท์เล่กลายเป็นเจ้าของโรงงานปทุมธานีเต็มตัว  เนสท์เล่ คิทแคท เปิดตัวในประเทศไทยการเข้าซื้อกิจการของคาร์เนชันทั่วโลก ส่งผลให้เนสท์เล่เข้าครอบครองกิจการและบริหารงานโรงงานบางปู 
  • พ.ศ. 2530 ก่อตั้งโรงงานนวนคร ซึ่งเป็นโรงงานนมผงแห่งแรกในประเทศไทย   
    บริษัทโกโก้ สเปเชียลตี้ส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น บริษัทนิวทริชันนัล โปรดักส์ (ประเทศไทย) จำกัด  
    เพื่อเตรียมขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ในปีนั้น ซึ่งต่อมาก็คือ เครื่องดื่มผงชมดื่มตรา ไมโล   
  • พ.ศ. 2530 บริษัทคาร์เนชัน (ประเทศไทย) ได้เปลี่ยนชื่อเป็น เนสท์เล่ เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อส่งออกผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากโรงงานทุกแห่งในไทยของเนสท์เล่ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่ซื้อจากบริษัทรับจ้างแพ็คสินค้า
  • พ.ศ. 2532 บริษัทโปรเนสยาม ได้เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัทเนสท์เล่ โปรดักส์ (ไทยแลนด์) อิงค์  (NEPRO) เพื่อดึงเอาการบริหารการตลาด การขาย และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เนสท์เล่ กลับมาจากดีทแฮล์ม  ส่งผลให้เนสท์เล่มีอำนาจเต็มในการบริหาร ณ วันที่ 1 เมษายน 2532 สามารถผนวกบริการเชิงพาณิชย์และบริการสนับสนุนต่าง ๆ เข้ามาไว้ในองค์กรแห่งเดียวกันได้  
  • พ.ศ. 2533 สร้างโรงงานปทุมธานีผลิตช็อกโกแล็ตและลูกอม 
    เปิดโรงงานฉะเชิงเทรา ภายใต้บริษัทควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักส์ จำกัด เพื่อผลิตกาแฟสำเร็จรูป 
  • พ.ศ. 2534 โรงงานบางปูได้รับการอนุมัติ ในโครงการร่วมลงทุนทางอุตสาหกรรมอาเซียน (AIJV)
    ก่อตั้งศูนย์รับซื้อกาแฟของเนสท์เล่ในจังหวัดชุมพร 
  • พ.ศ. 2535 ร่วมทุนกับวิทเทล ตั้งบริษัท รอแยล รีซอสเซส จำกัด เพื่อผลิตน้ำแร่มิเนเร่ ที่โรงงานอยุธยา 
    เปิดโรงงานน้ำดื่มอยุธยา 
  • พ.ศ. 2536 ปิดตัว มิเนเร่ (MINÉRÉ) ในประเทศไทย
    ก่อตั้งบริษัทเนสท์เล่ (ไทย) จำกัด และฉลองครบรอบ 100 ปีในประเทศไทย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม
    ราชกุมารี (พระยศในขณะนั้น) เสด็จพระราชดำเนินมาร่วมพิธี 
  • พ.ศ. 2538 เนสท์เล่เข้าถือหุ้นใหญ่ในบริษัทเจนเนอรัล แปซิฟิก ฟู้ดส์ จำกัด (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น เนสท์เล่ ไอศกรีม) มีอำนาจในการบริหารโรงงานบางชัน และเพิ่มธุรกิจไอศกรีมและโยเกิร์ตเข้ามาในพอร์ต  
  • พ.ศ. 2539 เนสท์เล่เข้าถือหุ้นใหญ่ในบริษัทเดนนิช แดรี่ อินดัสตรีส์ จำกัดทำให้มีโรงงานปากช่องเพิ่มเข้ามา รวมทั้งพอร์ตธุรกิจนมพาสเจอร์ไรซ์และโยเกิร์ต จำกัด  
    บริษัทนิวทริชันนัล โปรดักส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปลี่ยนชื่อเป็น เนสท์เล่ ฟู้ดส์ (ประเทศไทย) จำกัด  
    คาร์เนชัน แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เปลี่ยนชื่อเป็น เนสท์เล่ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด  
  • พ.ศ. 2541 เนสท์เล่เข้าถือครองสิทธิ์ 100% ในบริษัทรอแยล รีซอสเซส จำกัด และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น บริษัทเปอริเอ้ วิทเทล (ประเทศไทย) จำกัด 
  • พ.ศ. 2542 จัดตั้งภูมิภาคย่อยคือ เนสท์เล่อินโดไชน่า ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม โดยมี เนสท์เล่ ประเทศไทย เป็นศูนย์กลาง 
  • พ.ศ. 2543 จัดตั้งสำนักงานปฏิบัติการระดับภูมิภาค ด้านการจัดซื้อ และโลจิสติกส์  
    เปิดตัว เนสท์เล่เพียวไลฟ์ ในประเทศไทย 
  • พ.ศ. 2544 เปิดตัว เนสท์เล่ เพียวริน่า ในประเทศไทย 
  • พ.ศ. 2546 การขยายไลน์การผลิตที่โรงงานบางปู เพื่อผลิตคอฟฟี่เมตส่งออก ทำให้โรงงานบางปูของเนสท์เล่กลายเป็นโรงงานผลิตครีมเทียมที่ใหญ่ที่สุดของเนสท์เล่ทั่วโลก 
  • พ.ศ. 2549 เนสท์เล่โอนธุรกิจนมและเครื่องดื่มกระป๋อง และนม UHT (โรงงานนวนคร) และธุรกิจผลิตภัณฑ์แช่แข็ง (โรงงานปากช่อง) ไปให้บริษัทเอฟแอนด์เอ็น แดรี่ส์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลิตและจัดจำหน่าย 
  • ศูนย์ Nestlé Visitor Center หยุดดำเนินงาน สืบเนื่องจากการโอนธุรกิจ 
  • พ.ศ. 2552 ก่อตั้งโรงงานผลิตเนสกาแฟ ทรีอินวัน 
  • พ.ศ. 2553 ก่อตั้งโรงงาน เนสท์เล่ เพียวริน่า เพ็ทแคร์ เพื่อผลิตอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงภายใต้ แบรนด์ เนสท์เล่ เพียวริน่า 
  • พ.ศ. 2554 เปิดโรงงานอมตะ ที่ถือได้ว่าเป็นโรงงานผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงที่มีสาธารณูปโภคระดับเวิล์ดคลาส 
  • พ.ศ. 2556 เนสท์เล่ ประเทศไทย ฉลองครบรอบ 120 ปี  
  • เปิดตัว เนสท์เล่ ดอลเช่ กุสโต้ ในประเทศไทย 
  • พ.ศ. 2557 จัดตั้ง Nestlé Skin Health  
    เปิดสำนักงาน เนสท์เล่ เมียนมา 
  • พ.ศ. 2558 เนสเพรสโซ เปิดตัวบูติกแห่งแรกในประเทศไทย 
  • พ.ศ. 2559 เปิดสำนักงานตัวแทนของบริษัทเนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ที่กัมพูชา 
  • พ.ศ. 2560 เปิดโรงงานสุราษฏร์ธานี สำหรับเนสท์เล่เพียวไลฟ์  
    เปิดโรงงานดากองในเมียนมา 
  • พ.ศ. 2561 ครั้งแรกของวันเนสกาแฟอินโดไชน่า (Indochina NESCAFÉ Day)  
    Nestlé Professional Inspiration Studio เปิดดำเนินการ