8 พฤติกรรมทำร้ายสมองของคุณและลูก

เม.ย. 28, 2557

"สมอง" อวัยวะเล็กๆ ที่หนักเพียง 1.3 กิโลกรัม แต่มีความสลับซับซ้อนที่สุดในร่างกายและเปราะบางอ่อนไหวต่อสิ่งกระตุ้นต่างๆ ได้ง่าย สมองเป็นศูนย์รวมของระบบประสาท ที่จะคอยควบคุมกลไกต่างๆ ของร่างกายให้ทำงานร่วมกันอย่างสอดคล้อง ควบคุมความคิด ความจำ การเรียนรู้ แต่ในบางครั้งคนเราก็ไม่รู้ตัวว่าพฤติกรรมบางอย่างที่มักทำเป็นประจำนั้น จะส่งผลทำร้ายสมองโดยไม่รู้ตัว และหากปล่อยให้พฤติกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นกับเด็กๆ วัยเรียนย่อมส่งผลกระทบกับสติปัญญาและการเรียนรู้ของเด็กๆ อย่างแน่นอน พฤติกรรมทำร้ายสมองมีอะไรบ้างมาดูกันค่ะ

  1. ไม่กินอาหารเช้า  สมองใช้น้ำตาลกลูโคสเป็นแหล่งพลังงานเดียว แต่ในตอนเช้าที่ตื่นขึ้นมาร่างกายจะมีระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดต่ำ การไม่กินอาหารเช้าทำให้มีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ จึงไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ เป็นสาเหตุทำให้สมองล้า อ่อนเพลีย ทำงานหรือเรียนรู้ได้ไม่เต็มที่

    อาหารเช้าที่ดีควรประกอบด้วยอาหาร 3 กลุ่ม คือ คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน หรือธัญพืชเต็มเมล็ด ผักผลไม้สด และโปรตีน จึงจะเป็นอาหารเช้าที่มีคุณภาพสำหรับสมอง  เพราะร่างกายใช้เวลานานขึ้นในการย่อยและดูดซึมจึงค่อยๆ ปลดปล่อยกลูโคสให้กับสมองทำให้มีพลังงานอย่างต่อเนื่อง

  2. กินอาหารมากเกินไป  การกินมากเกินไปจะทำให้เกิดโรคอ้วน ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดสารพัดโรคตามมาแล้ว ยังทำให้หลอดเลือดแดงในสมองตีบแข็ง การไหลเวียนเลือดไม่ดี สมองจึงได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ
  3. การสูบบุหรี่ ทำให้หลอดเลือดแดงตีบ เป็นสาเหตุให้สมองเสื่อม ความสามารถในการเรียนรู้และการคิดวิเคราะห์ลดลง จึงควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และการได้รับควันบุหรี่ด้วยเช่นกัน
  4. อยู่ในที่มีมลภาวะ  การสูดเอาอากาศที่เป็นมลพิษเข้าไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารตะกั่ว หรือสารปรอท มีผลทำลายสมองโดยตรง
  5. การอดนอน  การนอนหลับจะทำให้สมองได้พักผ่อน และจัดระเบียบความจำหรือสิ่งที่ได้เรียนรู้มาตลอดทั้งวัน เพื่อให้สมองบันทึกเป็นความทรงจำ การนอนหลับไม่เพียงพอหรืออดนอนจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของสมองส่วนฮิปโปแคมปัส อันเป็นสมองที่บันทึกความทรงจำใหม่
  6. การนอนคลุมโปง  การนอนคลุมโปงจะทำให้อากาศที่เราหายใจเข้าไปมีคาร์บอนไดออกไซด์มากขึ้น และมีออกซิเจนลดลง ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของสมอง
  7. ขาดการใช้ความคิด  การคิดเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการฝึกสมอง การขาดการใช้ความคิดจะทำให้สมองฝ่อและมี ประสิทธิภาพลดลง
  8. ดื่มน้ำไม่พอ  สมองประกอบด้วยน้ำถึง 85 % และน้ำมีส่วนสำคัญในการส่งข้อมูลในสมอง หากสมองขาดน้ำเชลล์สมองก็จะเหี่ยวและทำให้การรับส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออก และน้ำที่ดีที่สุดต่อสมองก็คือ “น้ำเปล่า” เพราะสามารถดูดซึมสู่สมองได้ทันที ดังนั้น จึงควรดื่มน้ำบ่อย ๆ ให้ได้วันละ 8 แก้ว สำหรับเด็กๆ ควรฝึกให้ลูกมีขวดน้ำเปล่าติดตัวไว้เสมอ รู้สึกกระหายน้ำเมื่อไหร่ก็หยิบขึ้นมาดื่มได้ทันที