เนสท์เล่ เพียวไลฟ์ ชูความสำเร็จในการได้รับรองมาตรฐานการจัดการ และดูแลทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนอย่างเป็นทางการจาก AWS เจ้าแรกของประเทศไทย

กลับไปหน้าข่าวประชาสัมพันธ์พ.ย. 12, 2561

 

กรุงเทพฯ – 30 พฤศจิกายน 2561 ผลิตภัณฑ์น้ำดื่มเนสท์เล่ เพียวไลฟ์ ขึ้นแท่นเป็นบริษัทแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก Alliance for Water Stewardship (AWS) องค์กรพันธมิตรด้านการจัดการและดูแลทรัพยากรน้ำระดับโลก ซึ่งได้ให้การรับรองระบบการจัดการและดูแลทรัพยากรน้ำบริเวณชุมชนรอบโรงงานของกลุ่มธุรกิจน้ำดื่มเนสท์เล่ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ถือเป็นความสำเร็จที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเนสท์เล่ เพียวไลฟ์ ทั้งในเรื่องของการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตามเจตนารมณ์ของเนสท์เล่ในการเพิ่มพูนคุณภาพชีวิต เสริมสร้างสุขภาพดีสู่อนาคต (Nestlé Purpose of Enhancing quality of life and contributing to a healthier future) เพื่อโลกของเรา

 

นายลูก้า คิโอด้า ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจน้ำดื่ม บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ผลิตภัณฑ์น้ำดื่มเนสท์เล่ เพียวไลฟ์ ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรแหล่งน้ำที่มีความยั่งยืนเพื่อวันนี้และอนาคตมาโดยตลอด เนื่องจากน้ำเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีจำกัด อีกทั้งปริมาณน้ำในโลกของเราที่สามารถนำมาใช้อุปโภคบริโภคได้นั้นมีไม่ถึง 1% ผลิตภัณฑ์น้ำดื่มเนสท์เล่ เพียวไลฟ์ ในฐานะที่เป็นแบรนด์น้ำดื่มอันดับ 1 ของโลก มีพันธกิจใส่ใจมุ่งมั่นดูแลแหล่งน้ำและจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีความรับผิดชอบและยั่งยืนเพื่อให้คนรุ่นหลังได้มีน้ำสะอาดไว้ใช้ในอนาคต โดยได้ดำเนินการจัดการและดูแลทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพเริ่มต้นจากบริเวณที่ตั้งโรงงานผลิต ทั้งนี้ เรามีเป้าหมายที่จะทำให้ทุกโรงงานของกลุ่มธุรกิจน้ำดื่มเนสท์เล่ทั่วโลกได้รับรองมาตรฐาน AWS ให้สำเร็จภายในค.ศ. 2025 และจากการที่โรงงานของกลุ่มธุรกิจน้ำดื่มเนสท์เล่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ให้ความสำคัญที่สุดในการจัดการและดูแลทรัพยากรน้ำอย่างต่อเนื่อง เราจึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่การดำเนินงานเพื่อความยั่งยืนทางทรัพยากรน้ำของเราสามารถผ่านการรับรองตามเกณฑ์ของ AWS ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับโลก”

มาตรฐาน AWS นับเป็นมาตรฐานจัดการและดูแลทรัพยากรน้ำระดับสากลเพียงหนึ่งเดียว ที่มุ่งหวังให้การดำเนินการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพยากรน้ำเป็นไปด้วยความเข้าใจถึงปัญหาร่วมกันในบริเวณแหล่งน้ำที่องค์กรเข้าไปดำเนินการ รวมทั้งเข้าใจถึงโอกาสและความเสี่ยงต่างๆ ของแหล่งน้ำรอบพื้นที่ นอกจากนี้มาตรฐาน AWS ยังให้การรับรองและสนับสนุนการดำเนินงานที่ดีเยี่ยมจากองค์กรที่ใช้ทรัพยากรน้ำ การพัฒนาจัดการทรัพยากรน้ำอย่างต่อเนื่อง และความร่วมมือระหว่างองค์กรและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่างๆ ที่ต้องเผชิญปัญหาในบริเวณแหล่งน้ำโดยรอบ โดยมาตรฐาน AWS มีเกณฑ์การพิจารณาทั้งในระดับองค์กรและบริเวณแหล่งน้ำโดยรอบ ประกอบด้วย 4 ปัจจัยดังนี้ 1) การรักษาสมดุลของทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน 2) การดำรงรักษาสภาพที่ดีของทรัพยากรน้ำ 3) การจัดการทรัพยากรน้ำที่ดี และ 4) การอนุรักษ์ไว้ซึ่งความสมบูรณ์ของพื้นที่แหล่งน้ำสำคัญ

 

นายไมเคิล สเปนเซอร์ ประธานองค์กร Alliance for Water Stewardship (AWS) กล่าวเสริมว่า “AWS คือ องค์กรพันธมิตรด้านการจัดการน้ำและดูแลทรัพยากรน้ำ และเป็นผู้นำระดับโลกที่ช่วยขับเคลื่อนแนวทางการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างมีความรับผิดชอบ เป็นประโยชน์ต่อสังคมและเศรษฐกิจ รวมทั้งมีความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราร่วมมือกับองค์กรระดับนานาชาติทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรมากมาย ซึ่งเนสท์เล่ถือเป็นองค์กรระดับแนวหน้าที่ช่วยขับเคลื่อนแนวทางดังกล่าว โดยทางเนสท์เล่ เพียวไลฟ์ ได้แสดงถึงความตั้งใจที่แน่วแน่ในการดูแลและอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำให้มีความยั่งยืน จากความสำเร็จของโรงงานกลุ่มธุรกิจน้ำดื่มเนสท์เล่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในฐานะโรงงานแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน AWS จะนำไปสู่การสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่องค์กรอื่นๆ ไม่เพียงแค่มุ่งเน้นเฉพาะคุณภาพของผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังคงให้ความสำคัญถึงทรัพยากรน้ำที่ยั่งยืน ระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม รวมถึงความเป็นอยู่ของชุมชนรอบโรงงานผลิตอีกด้วย”

ซึ่งเป้าหมายหลักของเนสท์เล่ เพียวไลฟ์ นอกจากความพยายามในการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนและการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำแล้ว ยังรวมถึงการเข้าถึงและเข้าใจชุมชนรอบบริเวณโรงงานผลิตเกี่ยวกับความต้องการการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค การตรวจสอบคุณภาพน้ำเพื่อปกป้องแหล่งน้ำบริเวณโดยรอบอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการดำเนินโครงการที่สร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาว อาทิ โครงการ “เยาวชนพิทักษ์สายน้ำ” ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างผลิตภัณฑ์เนสท์เล่ เพียวไลฟ์ และ WWF ประเทศไทย

ด้าน นางสาวเยาวลักษณ์ เธียรเชาว์ ผู้อำนวยการ WWF สำนักงานประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า “WWF ประเทศไทย และผลิตภัณฑ์น้ำดื่มเนสท์เล่ เพียวไลฟ์ เป็นพันธมิตรที่ดีในการดำเนินโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ “โครงการเยาวชนพิทักษ์สายน้ำ” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการอนุรักษ์น้ำให้แก่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และชุมชนโดยรอบคลองขนมจีนในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากการที่เรามีเจตนารมณ์และความตั้งใจในทิศทางเดียวกันในเรื่องของการอนุรักษ์และดูแลทรัพยากรน้ำให้มีความยั่งยืนเพื่อคนรุ่นหลัง จึงได้ขยายขอบเขตความร่วมมือไปถึงการสนับสนุนการเข้าร่วมรับรองมาตรฐาน AWS นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ทางเนสท์เล่ เพียวไลฟ์ สามารถได้รับการรับรองมาตรฐานจากทาง AWS ได้เป็นบริษัทแรกและบริษัทเดียวของประเทศไทยในขณะนี้”

“ทางเนสท์เล่ เพียวไลฟ์ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะสามารถพัฒนาศักยภาพในการจัดการและดูแลทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน ในบริเวณชุมชนรอบโรงงานผลิตของเราให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยนอกจากการลดการใช้ทรัพยากรน้ำในโรงงานผลิตแล้ว เราเชื่อถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันอย่างเปิดเผยระหว่างผู้เกี่ยวข้องจากภาคส่วนต่างๆ ในชุมชนรอบโรงงานผลิต ซึ่งเป็นวิธีการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างรับผิดชอบและยั่งยืนร่วมกัน” นายลูก้า กล่าวปิดท้าย