เนสท์เล่สนับสนุนอุตสาหกรรมนมระดับโลก ด้วยการร่วมมือกับพันธมิตรรายใหม่ในโมร็อกโก

กลับไปหน้าข่าวประชาสัมพันธ์เม.ย. 30, 2555

เนสท์เล่สานต่อความมุ่งมั่นที่จะ
สนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมนมระดับโลก ด้วยการร่วมมือกับหน่วยงาน
ท้องถิ่นในภูมิภาคดูอัคกาลา-อับดาของประเทศโมร็อกโก เพื่อเพิ่มความสามารถในการผลิตนม ปรับปรุงคุณภาพนมสด และส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมนมในภาคเอกชน

ปัจจุบันภูมิภาคดูอัคกาลา-อับดาผลิต
น้ำนมคิดเป็น 22% ของน้ำนมทั้งหมดในโมร็อกโก หรือกว่า 340 ล้านลิตร
ต่อปี

การจับมือกันระหว่างเนสท์เล่กับองค์กรพัฒนาเกษตรกรรมและสำนักงานเกษตรกรรมประจำภูมิภาคเป็นความพยายามของบริษัทในการเพิ่มผลผลิตน้ำนมของบริษัทในภูมิภาคนี้ให้ได้ 10% ภายในปี ค.ศ. 2014

ความร่วมมือในเชิงลึก

อีกสามปีข้างหน้า เนสท์เล่จะลงทุนมูลค่ากว่า 5.3 ล้านฟรังก์สวิส (171.19 ล้านบาท) โดยจะจัดให้มี
การฝึกอบรมและการสร้างความเชี่ยวชาญในการผลิตน้ำนม อุปกรณ์ทางเทคนิค การบริหารจัดการ
และการสนับสนุนทางการเงิน แก่เกษตรกรกว่า 10,000 ราย

“ความร่วมมือระหว่างเนสท์เล่กับองค์กรพัฒนาเกษตรกรรมและสำนักงานเกษตรกรรมประจำภูมิภาค
นี้จะช่วยเสริมศักยภาพการผลิตนมในประเทศ" เดวิด ซาวดาน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของเนสท์เล่ โมร็อกโกกล่าว

“การลงทุนครั้งนี้ จะช่วยกระตุ้นการเติบโตของอุตสาหกรรมนม และช่วยให้เนสท์เล่ผูกพันกับเกษตรกรและชุมชนของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น” มร. ซาวดานกล่าว

ความมุ่งมั่นระยะยาว

เนสท์เล่เริ่มเข้าไปดำเนินธุรกิจในภาคอุตสาหกรรมนมของโมร็อกโกมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1922 โดยได้เปิด
โรงงานนมขึ้นในเมืองเอล-จาดิดา เพื่อผลิตนมผงแบรนด์ นิโด ปัจจุบันนี้ เนสท์เล่รับซื้อนมสดประมาณ 73 ล้านลิตรจากเกษตรกรกว่า 16,000 รายในประเทศ

การสร้างคุณค่าร่วมกัน

การทำงานร่วมกับเกษตรกรของเนสท์เล่ในโมร็อกโกเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการดำเนินธุรกิจที่เรียกว่า การสร้างคุณค่าร่วมกัน

บริษัทต้องการสร้างมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น ในขณะเดียวกันก็มุ่งหวังที่จะสร้างมูลค่าให้แก่ชุมชน ไม่ว่าชุมชนที่เราเข้าไปมีส่วนร่วมและชุมชนที่เราเป็นผู้บริหารจัดการ

การพัฒนาชนบทเป็นหนึ่งในสามกุญแจสำคัญในการสร้างคุณค่าร่วมกันของเนสท์เล่ นอกเหนือจากการพัฒนาด้านโภชนาการและน้ำ

การลงทุนทั่วโลก

การร่วมมือครั้งใหม่กับประเทศโมร็อกโกเป็นโครงการลงทุนระยะยาวล่าสุดของเนสท์เล่ โดยมีเป้าหมาย
ในการพัฒนาอุตสาหกรรมนมระดับโลก

บริษัทลงทุนมูลค่า 127 ล้านฟรังก์สวิส (4,102 ล้านบาท)ใน โรงงานผลิตนมแห่งใหม่ในประเทศชิลี และเปิด โรงงานนม
ยูเอชทีในประเทศศรีลังกา
เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังประกาศว่าได้ก่อสร้าง สถาบันฟาร์มโคนมในประเทศจีน ในเดือนมกราคม และร่วมเป็น พันธมิตรนมในประเทศบราซิล เมื่อสิ้นปีที่ผ่านมาอีกด้วย

*หมายเหตุ: 1 ฟรังก์สวิส = 32.3 บาท