Sort by
Sort by

วัยทำงาน ส่งต่อความผูกพัน สร้างสมดุลชีวิตสู่สุขภาพที่ดี

คนทำงาน วัยเร่งรีบ

กลุ่มคนทำงาน (Millennial generation) ช่วงอายุ 25 – 35 ปี เป็นวัยหนุ่มสาวที่สนใจเรื่องเทคโนโลยี ทุ่มเท และใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำงาน และยุ่งแทบจะตลอดเวลา ทำให้มีความเครียด ความกดดันสูง จนละเลยการดูแลตัวเองอยู่บ่อยๆ แต่กลุ่มคนทำงานสามารถดูแลสุขภาพให้แข็งแรงได้ด้วย 4 เทคนิค Smart eating สร้างสมดุลชีวิต ให้ร่างกายฟิต ชีวิตแฮปปี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการกิน สุขภาพกาย และสุขภาพจิต เพื่อตอบโจทย์ work-life balance ได้ เพียงตามเทคนิคนี้เลย

PASS ON THE GOODNESS TO ALL เนสท์เล่ ส่งต่อสิ่งดีๆ ให้ไม่เคยเปลี่ยน

 

4 เทคนิค ดูแลสุขภาพ สร้างสมดุลชีวิตแบบครบสูตร

4 เทคนิค ดูแลสุขภาพ สร้างสมดุลชีวิตแบบครบสูตร

 

1. เลือกกินดี ในปริมาณที่เพียงพอ เลือกกินอาหารให้ครบหมู่ ในปริมาณที่เหมาะสม โดยแบ่งสัดส่วนอาหาร 2 : 1 : 1 คือ ผักหรือผลไม้ 2 ส่วน ข้าว 1 ส่วน และ เนื้อสัตว์ 1 ส่วน เน้นที่ผักใบเขียวหรือผลไม้หวานน้อย เลือกข้าวหรือแป้งขัดสีน้อย และเนื้อสัตว์ไขมันต่ำ รวมถึงรู้จักเลือกเมนูอร่อยดูแลสุขภาพ โดยปรับเปลี่ยนวัตถุดิบในเมนู เช่น เปลี่ยนจากไข่เจียวเป็นไข่ต้ม เปลี่ยนจากหมูสับเป็นหมูชิ้นไม่ติดมัน เลือกเนื้อสัตว์ไม่ติดหนัง เลือกแกงน้ำใสแทนแกงกะทิ หรือเลือกเมนูที่ใช้การต้ม นึ่ง ยำ ย่าง แทนการผัดและทอด เป็นต้น อีกทั้งเข้าใจการเลือกเมนูอร่อยที่จะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ช่วยส่งเสริมกัน มอบคุณประโยชน์ให้ร่างกายได้เต็มที่ เช่น

  • ซีเรียลโฮลเกรนคู่โยเกิร์ต มื้อเช้าอัดแน่นประโยชน์สำหรับวัยทำงาน เพราะซีเรียลจากธัญพืชเต็มเมล็ด มีธาตุเหล็กและแคลเซียมสูง แถมอุดมไปด้วยไฟเบอร์ช่วยเรื่องการขับถ่าย และในโยเกิร์ตมีโพรไบโอติกส์ (Probiotics) ที่ช่วยรักษาสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้และเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
  • ข้าวคลุกกะปิ มีสารอาหารคู่ซี้อย่างแคลเซียมในกุ้งแห้งและกะปิ และวิตามินดีจากไข่และเนื้อหมู ซึ่งวิตามินดีจะช่วยให้ลำไส้ดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้นถึง 30 – 40% วัยทำงานสามารถดื่มนมที่มีการเสริมวิตามินดี วันละ 2 แก้ว / กล่อง เพื่อเสริมความแข็งแรงของกระดูกและฟัน ชะลอหรือป้องกันโรคเกี่ยวกับกระดูกในอนาคตได้
  • ชามะนาว ชาอุดมไปด้วยสารคาเทชิน (Catechins) ที่ช่วยต้านอนุมูอิสระ และมะนาวที่มีวิตามินซีสูง ชามะนาวจึงถือเป็นเครื่องดื่มเพิ่มความสดชื่นพร้อมเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง ไม่ป่วยง่าย
เลือกกินดี ในปริมาณที่เพียงพอ

 

2. เลือกสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ (Healthier choice logo) ก่อนซื้ออาหารคนทำงานต้องสังเกตสัญลักษณ์บนแพคเกจจิ้ง เพื่อดูแลสุขภาพ จึงควรเลือกซื้ออาหารที่มีสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ เพราะนั่นหมายความว่า อาหารที่คนทำงานซื้อ จะเป็นอาหารที่มีคุณค่าโภชนาการเหมาะสม ตัวอย่างผลิตภัณฑ์เนสท์เล่ที่ผ่านการรับรอง เช่น กลุ่มผลิตภัณฑ์นมและนมยูเอชที, เครื่องดื่มธัญพืชเนสวิต้า, ไอศกรีมเนสท์เล่ภายใต้แบรนด์เอสกิโม ไมโล และลาฟรุ๊ตต้า, เครื่องดื่มช็อกโกแลตมอลต์ไมโล เป็นต้น และเนสท์เล่ยังเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มให้มีคุณค่าโภชนาการเหมาะสม มีรสชาติอร่อยถูกปาก เพื่อเป็นทางเลือกสุขภาพแก่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

3. เลือกขยับตัว เพิ่มการเผาผลาญ ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้เข้ากับพฤติกรรมการกิน เพื่อสร้างสมดุลการเผาผลาญพลังงาน คือ กินเท่าไรต้องขยับตัวเท่านั้น เราสามารถเพิ่มการขยับตัวให้กระฉับกระเฉงขึ้นง่าย ๆ เช่น ทำงานบ้าน ใช้บันไดแทนการใช้ลิฟท์ ลงรถโดยสารก่อนที่หมาย จอดรถให้ไกลกว่าเดิม เดินเข้าห้องน้ำที่อยู่ไกลขึ้น ตั้งเป้าเดินให้ได้ 10,000 ก้าว/วัน เป็นต้น แค่นี้ก็ช่วยให้กล้ามเนื้อได้ยืดเหยียด พร้อมเผาผลาญแคลอรีส่วนเกิน

เลือกขยับตัว เพิ่มการเผาผลาญ

 

4. เลือกพักเบรกสักนิด ชีวิตสมดุล ลองหาช่วงจังหวะเวลาพักเบรกจากงานหรือกิจกรรมที่ตึงเครียด แล้วเติมพลังด้วยของว่างหรือขนมที่อร่อย มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น

  • ช็อคโกแลตนมสอดไส้เวเฟอร์ ช็อคโกแลตมีมีสารฟลาโวนอยด์ (flavonoids) ที่จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารเอนโดรฟิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความสุขให้อารมณ์ดียิ่งขึ้น
  • เครื่องดื่มธัญญาหาร เป็นแหล่งของใยอาหารจากธัญพืชโฮลเกรนให้อิ่มอยู่ท้อง และมีแคลเซียมสูง

แม้ว่าจะยุ่งกับการทำงานแค่ไหนแต่ก็ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพ ด้วยวิธีที่เรานำมาฝากจะช่วยให้คนทำงานดูแลสุขภาพได้ในชีวิตประจำวันได้แบบง่าย ๆ แถมยังช่วยสร้างสมดุลชีวิต ให้กายฟิต พร้อมออกไปทำงานที่เรารัก นอกจากนี้ยังสามารถส่งต่อความรักความผูกพันให้คนที่รักผ่านผลิตภัณฑ์อาหารเนสท์เล่ที่ผ่านคัดสรรโภชนาการที่ดีต่อทุกช่วงวัย พร้อมรสชาติที่อร่อยลงตัวเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบแต่ยังใส่ใจตนเองได้

ซื้อผลิตภัณฑ์เนสท์เล่ :