Sorry, you need to enable JavaScript to visit this website.

เนสท์เล่ ระดมพลังสังคมสร้าง 3 สุขนิสัยในโครงการ “รวมพลังเพื่อเด็กสุขภาพดี”

Back to Press releases
กรุงเทพฯ,
มิถุนายน 14, 2016

บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ผนึกกำลังกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และกลุ่มรักลูก (บริษัทอาร์แอลจี จำกัด) เปิดตัวโครงการ “รวมพลังเพื่อเด็กสุขภาพดี” (United for Healthier Kids) จุดประกายพ่อแม่ และผู้มีส่วนร่วมในการดูแลเด็ก เพื่อสร้างเยาวชนรุ่นใหม่วัย 3-12 ปีที่แข็งแรงโดยการปลูกฝัง 3 สุขนิสัยสำคัญ ได้แก่ การกินอาหารให้หลากหลายเพิ่มผักผลไม้ เลือกดื่มน้ำเปล่า และขยันขยับ เคลื่อนไหวร่างกายให้มากขึ้น พร้อมสร้างสรรค์ “มื้ออาหารของฮีโร่” (Hero Meal) เครื่องมือที่ช่วยกระตุ้นการปรับเปลี่ยนและปลูกฝังพฤติกรรมที่พึงประสงค์เหล่านี้ เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีสุขภาพแข็งแรงอย่างยั่งยืน

โดยในปีแรกของโครงการฯ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและพฤติกรรมเด็กชั้นนำของไทย ที่ร่วมให้ความรู้และประสบการณ์ในการขับเคลื่อนการปลูกฝัง 3 สุขนิสัยที่ถูกต้องแก่เยาวชนได้แก่

  • ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์  ที่ปรึกษาอาวุโส สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการอาหารแห่งชาติ
  • นายแพทย์พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรม คณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล
  • ดร. ชนิศา ตันติเฉลิม ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ฉัตรภา หัตถโกศล ภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
  • มร.วิลเมนต์ เหลียง นายกสมาคมของสมาคมเชฟโลก
  • เชฟดวงพร ทรงวิศวะ เจ้าของรางวัลเชฟหญิงที่ดีที่สุดในเอเชียปี 2012
  • เชฟอภินันท์ เศวตวรรณกุล เชฟผู้เปี่ยมประสบการณ์

  ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์  ที่ปรึกษาอาวุโส สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการอาหารแห่งชาติ กล่าวว่า “สถานการณ์สุขภาพของเด็กไทยตอนนี้นับว่าน่าเป็นห่วงมาก จากสถิติล่าสุดของกระทรวงสาธารณสุข พบว่าร้อยละ   7-10 ของเด็กไทยมีน้ำหนักตัวน้อยกว่ามาตรฐาน ขณะที่ร้อยละ 12 มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน หรือเป็น โรคอ้วน  แม้ว่าจะมีการริเริ่มโครงการต่างๆ มากมายออกมาเพื่อแก้ไขปัญหานี้ ไม่ว่าจะเป็นโครงการนมโรงเรียน โครงการอาหารกลางวันนักเรียน แต่ภาวะทุพโภชนาการในเด็กก็ยังคงอยู่ และทวีความรุนแรงขึ้นด้วย  ยิ่งไปกว่านั้น ประเทศไทยยังเป็นหนึ่งในประเทศที่ติดอันดับการมีอัตราเพิ่มของคนเป็นโรคอ้วนมากขึ้นอย่างชัดเจน  รากเหง้าของปัญหานี้คือสุขนิสัยต่างๆ ที่ไม่เหมาะสม เด็กๆ จำนวนมากรับประทานอาหารที่ให้พลังงานสูงแต่มีคุณค่าทางโภชนาการต่ำ รับประทานผักผลไม้น้อย ดื่มน้ำเปล่าน้อยเกินไป และทำกิจกรรมที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายเพียงวันละไม่เกิน 45-60 นาทีเท่านั้น”

“การแก้ไขปัญหาเด็กที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนนี้ เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องให้ความสำคัญ เพราะเป็นปัญหาระดับชาติ  การจัดการกับปัญหานี้เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องการความร่วมมือจากทุกฝ่าย   ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชน พ่อแม่ หรือผู้ดูแลเด็กทุกคนต้องช่วยกัน พวกเราทุกคนต้องร่วมผนึกกำลังเพื่อส่งเสริมการปลูกฝัง 3 สุขนิสัยที่ดีให้เด็กตั้งแต่วัยเยาว์ เริ่มจากการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในสัดส่วนที่เหมาะสม ดื่มน้ำเปล่าให้มากขึ้น ดื่มเครื่องดื่มที่มีรสหวานให้น้อยลง และทำกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายให้มากขึ้น” ศ. นพ. ไกรสิทธิ์กล่าว

นางออดรีย์ เลียว ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า  กล่าวว่า “สถานการณ์สุขภาพของเด็กไทยที่เราเผชิญอยู่นี้คล้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกก็ระดมกำลังเพื่อหาวิธีแก้ไขปัญหานี้เช่นกัน  เนสท์เล่ ในฐานะที่เป็นผู้นำด้านโภชนาการเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีมานานกว่า 150 ปี มีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กๆ และถือเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องเข้ามาร่วมแก้ไขปัญหานี้ในทันที  เราเชื่อว่าการสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ดีตั้งแต่วัยเยาว์เพื่อปลูกฝังสุขนิสัยที่ดีอย่างยั่งยืนไปตลอดชีวิตเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้น ในปีแรกของการดำเนินโครงการ “รวมพลังเพื่อเด็กสุขภาพดี” (United for Healthier Kids) จึงเน้นที่การปลูกฝังสุขนิสัยที่ดีในเด็กอายุ 3-5 ปี”

นางออดรีย์กล่าวเสริมว่า “เนสท์เล่ขอขอบคุณพันธมิตรทุกภาคส่วน ทั้งจากภาครัฐและเอกชน ที่ได้ร่วมกันทำให้โครงการ “รวมพลังเพื่อเด็กสุขภาพดี” (United for Healthier Kids) เกิดขึ้น  เราเชื่อว่าโครงการนี้จะจุดประกายการขับเคลื่อนสังคมให้ร่วมกันดูแลเยาวชนไทยซึ่งเป็นอนาคตของชาติให้แข็งแรง  สุขภาพของเด็กไทยอยู่ในมือของพวกเรา ขอเชิญชวนทุกท่านมารวมพลังกันเพื่อเด็กสุขภาพดี เพื่ออนาคตที่ดีของสังคมไทย”

นางกนกทิพย์ ปริญญานุสสรณ์  ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กรและโภชนาการ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวว่า เนสท์เล่ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและพันธมิตรจากหลายภาคส่วนในการศึกษาปัญหาและระบุ 3 สุขนิสัยที่เราต้องปลูกฝังให้เด็กทุกวันเพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน ได้แก่

  • เลือกรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ มีความหลากหลาย และเพิ่มปริมาณผักผลไม้
  • เลือกดื่มน้ำเปล่าที่สะอาดให้มากขึ้น
  • เลือกที่จะขยันขยับ ทำกิจกรรมที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายมากขึ้น เพื่อพัฒนาการทั้งทางร่างกายและจิตใจ

นางกนกทิพย์กล่าวเสริมว่า “เนสท์เล่และพันธมิตรได้สร้างสรรค์เครื่องมือ “มื้ออาหารของฮีโร่ (Hero Meal)” ที่สนุกและกระตุ้นให้เด็กๆ อยากใช้ อยากร่วมมือ ประกอบด้วย ถาดฮีโร่ ถ้วยฮีโร่ เมนูฮีโร่ สมุดฮีโร่พร้อมสติ๊กเกอร์ และข้อมูลสร้างฮีโร่ เพื่อช่วยให้พ่อแม่และผู้ดูแลเด็กสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ที่ดี กระตุ้นการปรับเปลี่ยนและปลูกฝังพฤติกรรมที่ถูกต้อง อันจะนำไปสู่การมีสุขภาพดีของเด็กได้ง่ายๆ กล่าวคือ 

ถาดและถ้วยฮีโร่เป็นเครื่องมือที่จะทำให้เด็กๆ ตื่นเต้นและสนุกกับการรับประทานอาหาร ขณะเดียวกันก็ช่วยให้พ่อแม่และผู้ดูแลเด็กสามารถกำหนดอาหารที่หลากหลายในปริมาณที่เหมาะสมแก่เด็กในทุกมื้อ 

เมนูฮีโร่เป็นเมนูที่เชฟชั้นนำของไทยหลายท่านร่วมกันสร้างสรรค์ขึ้น ให้เป็นเมนูที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ปรุงง่ายจากวัตถุดิบหรือเครื่องปรุงที่หาได้ไม่ยาก ราคาไม่แพง และเด็กๆ ชอบ

สมุดและสติ๊กเกอร์ฮีโร่ เป็นเครื่องมือในการให้รางวัลแก่เด็ก พร้อมทั้งเป็นเครื่องมือสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแลเด็กในการติดตามการสร้างพฤติกรรมสุขภาพของเด็ก

ข้อมูลสร้างฮีโร่เป็นข้อมูลอิงหลักวิชาการที่พัฒนาขึ้นร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและพัฒนาการเด็ก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ

ให้ความรู้และเทคนิคแก่พ่อแม่ในการปลูกฝังพฤติกรรมและการใช้ชีวิตที่มีสุขภาพดีให้กับเด็กๆ ในรูปแบบที่สนุก และประยุกต์ใช้ได้ง่าย โดยครอบคลุม 3 เรื่องหลักคือ เมนูสร้างสรรค์ การพัฒนาพฤติกรรมเด็ก และโภชนาการ ซึ่งเผยแพร่ทาง Facebook.com/U4HKThailand”

ในปีแรก โครงการ “รวมพลังเพื่อเด็กสุขภาพดี” (United for Healthier Kids) ได้ระดมความร่วมมือจากหลายภาคส่วน โดยเริ่มต้นที่ 4 โรงเรียนนำร่อง คือโรงเรียนอรรถวิทย์ โรงเรียนโสมาภานุสสรณ์ โรงเรียนวัดหนัง และโรงเรียนวัดปทุมวนาราม โดยมีการนำเครื่องมือต่างๆ ไปทดลองใช้กับนักเรียนอนุบาลอายุระหว่าง 3-5 ปีที่เข้าร่วมโครงการฯ ราว 800 คน เป็นระยะเวลา 3 เดือน  ในระหว่างนั้นผู้เชี่ยวชาญของสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะติดตามผล และประเมินปัจจัยความสำเร็จ ตลอดจนสรุปข้อเสนอแนะ เพื่อนำมาพัฒนาและขยายผลโครงการฯ ในปีต่อไป

ทุกคนสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนโครงการ “รวมพลังเพื่อเด็กสุขภาพดี” (United for Healthier Kids) ได้ที่Facebook.com/U4HKThailand หรือค้นหา United for Healthier Kids TH ผ่าน Facebook ความเปลี่ยนแปลงของสุขภาพเด็กไทยจะเกิดขึ้นได้จริง หากเราร่วมมือกัน

Article Type