Sorry, you need to enable JavaScript to visit this website.

เคล็ดลับดูแลสุขภาพกายใจ สไตล์พนักงานออฟฟิศ

พนักงาน ออฟฟิศ

สำหรับวิถีชีวิตพนักงานออฟฟิศในแต่ละวันนั้น มักหมดไปกับการที่ต้องตื่นเช้าและรีบไปทำงาน นั่งทำงานที่โต๊ะตลอดวันเฉลี่ย 8-9 ชั่วโมง บางวันต้องทำโอทีจนดึก แน่นอนว่าการตั้งใจทำงานย่อมดีทั้งกับตนเองและคนในครอบครัว เพราะนั่นหมายถึงรายได้ที่จะทำให้ทุกคนในครอบครัวสบายขึ้น และเป็นเงินเก็บเพื่ออนาคต แต่บางครั้งคุณอาจโฟกัสกับงานมากเกินไป จนลืมที่จะดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจให้กับตัวเอง

พนักงานออฟฟิศ หรือคนที่ทำงานหนักหลายคน มักทานอาหารแนวฟาสต์ฟู้ด เพราะสะดวกและรวดเร็ว ไม่มีเวลาไปออกกำลังกาย เพราะยังเคลียร์งานกองโตไม่เสร็จสิ้น และไม่มีเวลาเอนจอยกับกิจกรรมหรืองานอดิเรกที่ชอบทำ เพราะงานยุ่งรัดตัว แต่วันนี้เรามีเคล็ดลับง่าย ๆ เพียงคุณยึดหลัก 3 อ. คุณก็สามารถมีสุขภาพกาย สุขภาพใจที่ดี เริ่มต้นได้ที่ออฟฟิศเลย ไปดูกัน

สลัดผัก


1. อ.อาหาร สุขภาพดี เริ่มต้นที่ปาก

You are what you eat กินอะไรก็ได้แบบนั้น จัดเป็นประโยคคลาสสิกแต่มนุษย์ออฟฟิศก็มักจะลืม เพราะด้วยเวลาที่ต้องเร่งรีบอยู่เสมอ งานที่เยอะจนล้นมือ ทำให้ชาวออฟฟิศมักจะต้องรีบรับประทานอาหาร จึงไม่ได้ใส่ใจถึงคุณค่าของอาหารเท่ากับความรวดเร็วและความสะดวกสบาย ดังนั้นมาดูเทคนิค กินอย่าไรให้ได้ประโยชน์ แม้อยู่ในโหมดวันทำงานกันเถอะ

  • อาหารด่วน ก็ต้องครบ 5 หมู่ แม้จะต้องทานอาหารจานเดียว หรือข้าวกล่อง ควรคำนึงและเช็กดูสักนิดว่า อาหารที่ทานครบ 5 หมู่หรือไม่ แนะนำทานให้ครบ แต่เน้นไปที่โปรตีนและผักผลไม้ เพราะช่วยสร้างกล้ามเนื้อและมีวิตามินมาก เหมาะกับวันทำงานที่อ่อนล้า ควรลดแป้ง น้ำตาล และไขมัน เนื่องจากวันทำงานคุณต้องนั่งที่โต๊ะทำงานนาน ๆ ไม่ค่อยได้ขยับร่างกายมาก แป้ง ตาล และไขมันส่วนเกินจะกลายเป็นพุงน้อยๆ ได้ง่าย
  • ปลุกพลังยามบ่ายด้วยกาแฟแก้วโปรด กาแฟ ถือเป็นเพื่อนคู่ใจของวัยทำงานเลยก็ว่าได้ เพราะคาเฟอีน นอกจากช่วยทำให้เราสดชื่น กระปรี้กระเปร่าแล้ว ความหอมกรุ่นของกาแฟ ยังทำให้ผ่อนคลาย ลดความตึงเครียดได้อีกด้วย และเพื่อสุขภาพที่ดีแนะนำให้ดื่มเป็นกาแฟสูตรปราศจากน้ำตาล หรือสูตรน้ำตาลน้อย สำหรับใครที่ไม่ดื่มกาแฟ บอกเลยว่า ชา หรือมอลต์ ก็เป็นทางเลือกที่เติมความสดชื่นยามบ่ายได้เช่นกัน
  • ของว่างบำรุงสมอง กินเพลิน งานเดินเร็ว ระหว่างวันทำงาน อาจมีความอ่อนเพลีย เมื่อยล้า งานไม่เดิน ชาวออฟฟิศจึงต้องมีของขบเคี้ยวสำหรับทานเล่นกันบ้าง แต่เพื่อสุขภาพที่ดี แนะนำให้หลีกเลี่ยงขนมขบเคี้ยวที่ผ่านการทอด และขนมหวานหรือเบเกอรีที่มีประมาณแป้งและน้ำตาลสูง ควรเลือกเป็นของทานเล่นที่มีปริมาณแคลอรีน้อย ๆ และช่วยบำรุงสมอง และสายตาได้ดี เช่น พืชตระกูลถั่ว อย่างอัลมอนด์ และแมคคาเดเมีย เคี้ยวระหว่างคิดงานเพลิน ๆ งานเดินเร็วด้วยนะ และอย่าลืมจิบน้ำเปล่าบ่อย ๆ เพื่อความสมดุลภายในร่างกาย และทำให้สมองรู้สึกสดชื่นอยู่เสมอ

     
ยืดเส้น


2. อ. ออกกำลังกาย อยู่ออฟฟิศ ก็ฟิตได้

อย่าให้เวลามาเป็นข้อจำกัดในการออกกำลังกาย เพราะการออกกำลังกายไม่ได้จำกัดอยู่ที่สนามกีฬา ยิม หรือฟิตเนสเท่านั้น ให้จำไว้เสมอว่าแค่ขยับก็เท่ากับออกกำลังกายแล้ว ดังนั้นจงปรับชีวิตประจำวันให้แอคทีฟมากขึ้น ขยับร่างกายให้มากขึ้น ด้วย Office Exercise ฟิตได้แม้ไม่มีเวลา ทำง่าย ๆ ด้วยวิธีเหล่านี้

  • เลิกใช้ลิฟต์ มาสร้างหุ่นฟิตด้วยการเดินขึ้นบันได แน่นอนว่าลิฟต์หรือบันไดเลื่อนคือเครื่อง ทุ่นแรงชั้นดีที่ทุกออฟฟิศมักจะมี แต่ขอแนะนำให้มาเปลี่ยนออฟฟิศให้เป็นฟิตเนสง่าย ๆ เพียงบอกลาลิฟต์และเดินขึ้นบันไดแทน นอกจากจะเป็นการช่วย ‘เบิร์นไขมัน’ ช่วยเร่งการเผาผลาญ ยังเป็นการ ‘กระตุ้นอัตราการเต้นของหัวใจ’ ช่วยให้เลือดสูบฉีดได้ดี ส่งผลให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น อีกทั้ง การก้าวขึ้นบันไดยังเป็นการบริหารกล้ามเนื้อช่วงต้นขา สะโพก และน่อง ทำให้มีความกระชับ แถมการเดินขึ้นบันได 15 นาที ยังช่วยเผาผลาญแคลอรีได้เฉลี่ยถึง 150 กิโลแคลอรีเลยทีเดียวนะ
  • ตั้งนาฬิกาปลุก ลุกมายืดเส้นยืดสาย บอกลาออฟฟิศซินโดรม ข้อนี้ไม่ได้เป็นการอู้งาน แต่ถือเป็นการเปลี่ยนอิริยาบถเพื่อช่วยให้ผ่อนคลายจากการทำงานนาน ๆ และเพื่อสุขภาพของเรา ดังนั้นทุก 1 ชั่วโมง ควรลุกจากเก้าอี้และเดินยืดเส้นยืดสายสัก 1-2 นาที เพื่อให้กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลาย ช่วยเรื่องระบบไหลเวียนของเลือด การสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองให้สดชื่น และทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้นด้วย และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเปล่า ควรหากิจกรรมทำด้วย เช่น ลุกไปถ่ายเอกสาร ไปเข้าห้องน้ำ หรือเดินไปหยิบน้ำมาดื่ม เป็นต้น

     
ทำงานแจ่มใส


3. อ.อารมณ์ แจ่มใส งานไหน ๆ ก็ผ่านฉลุย

จุดเริ่มต้นของสิ่งดี ๆ เริ่มต้นจากการที่เรามีสุขภาพจิตและอารมณ์ที่ดี ดังนั้นจริงอยู่ที่การทำงานมักจะมีความเครียด และความกดดัน เราจึงขอแนะนำวิธีคลายเครียด เสริมสุขภาพจิตให้แจ่มใส แม้อยู่ในออฟฟิศมาบอกกัน

  • อุปสรรคคือความท้าทาย เมื่อต้องเจอกับโปรเจกใหม่ที่ไม่คุ้นเคย งานมีปัญหาพาเครียด หรือแรงกัดดันจากหัวหน้า ขอให้คิดบวก และมองว่าอุปสรรคเหล่านี้คือ ความท้าทายของชีวิตที่เราต้องผ่านไปให้ได้ เพื่อที่จะเติบโตและเก่งขึ้นไปอีก
  • รู้จักชื่นชมตนเอง เมื่อทำงานสำเร็จ นอกจากหัวหน้า หรือเพื่อนร่วมงานที่กล่าวคำชื่นชมตัวคุณแล้ว คุณควรรู้จักชื่นชมตัวเองด้วย ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างกำลังใจในการทำงานให้กับตัวเราเอง
  • พักเที่ยงต้องพักให้จริง เวลาพักเที่ยงคือเวลาที่ควรวางงานทั้งหมด เพื่อไปทานอาหารกลางวัน ใช้พื้นที่ส่วนกลางที่ทางออฟฟิศจัดไว้ให้พนักงานผ่อนคลายความเครียด เช่น เล่นดนตรี อ่านหนังสือในห้องสมุด หรือนั่งดื่มกาแฟ เป็นต้น อีกทั้งช่วงเวลาพักเที่ยงนี่แหละจะทำให้เราได้คุยเรื่องอื่น ๆ นอกเหนือจากเรื่องงานกับเพื่อนร่วมงานของเรา บอกเลยว่า รอยยิ้ม เสียงหัวเราะนี่แหละ ยาบำรุงสุขภาพจิตชั้นดีเลยล่ะ
  • เสียงเพลง ช่วยผ่อนคลาย จิตใจสบายยามทำงาน เมื่อต้องนั่งทำงานนาน ๆ หรือปั่นงานกองโตความเครียดอาจมาเบียดเบียดเราได้ ดังนั้นลองเปิดเพลงฟังขณะทำงานดูสิ เสียงเพลงที่คลอเบา ๆ สามาถทำให้สมองผ่อนคลายจากความเครียดได้ แนะนำเป็นเพลงคลาสสิก ที่เน้นดนตรีบรรเลง เพราะเพลงประเภทนี้จะช่วยปรับระดับความถี่คลื่นสมองของเรา และช่วยให้เรามีสมาธิในการทำงานมากขึ้นด้วย

นี่คือเคล็ดลับที่นำมาฝาก เพื่อให้พนักงานออฟฟิศได้ดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ ควบคู่กับการทำงานไปด้วย เพราะเราเชื่อว่า ไม่ว่าคุณจะมีไลฟ์สไตล์แบบไหน ก็สามารถทำ 3อ. ในแบบของตัวเองได้

#เนสท์เล่คนไทยแข็งแรง​ #3อMEสไตล์ #ชอบแบบไหนก็ทำ3อแบบนั้น #ก็ชอบแบบนี้

Article Type