Sorry, you need to enable JavaScript to visit this website.

4 วิธีดูแลตัวเองและครอบครัวให้มีความสุข

4 วิธีดูแลตัวเองและครอบครัวให้มีความสุข

เพียงเห็นสมาชิกในครอบครัวมีความสุขและได้ยินเสียงหัวเราะที่เกิดขึ้น คุณแม่บ้านหรือคุณพ่อบ้านทุกคนย่อมมีพลังใจในการทำหน้าที่ดูแลสมาชิกทุกคนด้วยตัวเอง การดูแลความเป็นอยู่ของทุกคนในบ้านให้สุขภาพดี มีความสุขนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากสมาชิกแต่ละคนจะต่างวัยกันแล้ว ความชอบแต่ละคนก็แตกต่างกัน คุณแม่บ้านคุณพ่อบ้านจึงต้องรับบทบาทเปรียบเสมือนด่านแรกที่คอยเลือกสรรสิ่งดี ๆ ให้กับสมาชิกทุกคนในครอบครัว ตั้งแต่การจัดหาซื้ออาหาร หรือการทำอาหารที่ต้องทั้งถูกปาก ถูกหลักอนามัย และดีต่อสุขภาพ การดูแลบ้านให้สะอาด เรียบร้อย น่าอยู่ และการดูแลเสื้อผ้าของทุกคนให้สะอาด พร้อมสวมใส่ เป็นต้น

ด้วยกิจวัตรประจำวันเหล่านี้ตั้งแต่ตื่นเช้ายันเข้านอน ทำให้คุณแม่บ้านคุณพ่อบ้านส่วนใหญ่ไม่มีเวลาส่วนตัว จนมองข้ามการดูแลตัวเองไป เราจึงมีทริกง่าย ๆ ตามแนวทาง 3อ. ที่ช่วยส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพดีสำหรับคนที่ทุ่มเทเวลาให้ครอบครัวสามารถดูแลตัวเองให้สุขภาพดี มีความสุขได้ พร้อมเติมเต็มรอยยิ้มให้ทุกคนในครอบครัวไป ได้พร้อม ๆ กัน

1. อ.อาหาร อาหารการกินเป็นอีกงานสำคัญในแต่ละวันของพ่อบ้านแม่บ้าน มาเรียนรู้เคล็ดลับดูแลตัวเอง ด้วย อ.อาหารสไตล์พ่อบ้านแม่บ้านกัน

  • แม้อยู่ใกล้ครัว แต่อย่ามัวกินจุบจิบ เมื่อทำงานบ้านมาเหนื่อย ๆ พอเห็นขนม เบเกอรี หรือน้ำหวานใกล้มือก็ยากที่จะอดใจไม่ไหว ทำให้เผลอกินได้รับแคลอรีเพิ่มเข้าไปอีก แนะนำให้เปลี่ยนจากขนมเหล่านั้น มาเตรียมผลไม้ตามฤดูกาลที่น้ำตาลต่ำพร้อมทานไว้ เช่น ฝรั่ง, ชมพู่, แก้วมังกร, แอปเปิลเขียว, มะละกอ ฯลฯ รวมถึงของว่างพวกธัญพืช เช่น ถั่ว, อัลมอนด์ เพราะนอกจากจะช่วยให้อิ่มอยู่ท้องกำลังดีแล้ว ยังมีคุณค่าสารอาหารจำพวกวิตามิน เกลือแร่ และใยอาหารช่วยเรื่องระบบขับถ่าย และสารต้านอนุมูลอิสระช่วยให้ผิวพรรณสดใส ดูอ่อนกว่าวัย
  • พักจากงานบ้านมากินข้าวพร้อมหน้า ส่วนใหญ่พ่อบ้านแม่บ้านมักกินข้าวหลังจากที่ทุกคนในบ้านกินเสร็จไปแล้ว เพราะต้องคอยเตรียมอาหาร ดูแลและจัดแจงสิ่งต่าง ๆ บนโต๊ะอาหาร และล้างทำความสะอาดอุปกรณ์ในครัว ทำให้กินข้าวไม่ตรงเวลาจนเคยชิน ส่งผลต่อระบบย่อย ระบบเผาผลาญทำงานผิดปกติได้ ที่ รวมไปถึงการกินอาหารที่ทำในมื้อนั้น ๆ ให้หมดเพราะความเสียดาย ก็ยิ่งทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มโดยไม่จำเป็นอีกด้วย แนะนำให้คุณแม่บ้านพ่อบ้าน แบ่งงานบ้านออกเป็นส่วน ๆ แพลนไว้ทำต่อหลังมื้ออาหาร แล้วมาให้ความสำคัญกับการนั่งกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากับทุกคนในครอบครัว
 
กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา

2. อ.ออกกำลังกาย งานบ้านไม่ว่างเว้นพร้อมเน้นเผาผลาญไขมัน “แค่ขยับเท่ากับออกกำลังกาย” ประโยคนี้ต้องใช้ให้มากสำหรับคนที่มีภารกิจอัดแน่นในการดูแลครอบครัว พยายามสอดแทรก อ.ออกกำลังกาย กับกิจวัตรต่าง ๆ

  • จ่ายตลาดเผาผลาญพลังงาน เดินเร็วพร้อมแกว่งแขนไปด้วย 10 นาทีขึ้นไปต่อครั้ง, การใช้ตะกร้าแทนรถเข็น และยกถือเกร็งแขนในแนวขนานกับพื้น เพื่อให้กล้ามแขนกระชับ แข็งแรง เสมือนการคาร์ดิโอกระตุ้นให้หัวใจเต้นแรงขึ้น ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนและเรียกเหงื่อได้ดี
  • ทำงานบ้านพร้อมบริหารร่างกาย เบิร์นแคลอรีให้มีรูปร่างฟิตแอนด์เฟิร์มขึ้นได้ง่าย ๆ แถมสะดวกและประหยัดเวลา เช่น
    -ถูบ้านเป็นจังหวะ เริ่มจากจับใช้ไม้ถูพื้นให้แน่นแล้วออกแรงถูโดยยืดแขนไปจนสุดทั้งซ้าย – ขวา เป็นการบริหารไหล่ ต้นแขน และลำตัว ยืดเส้นยืดสายให้ผ่อนคลาย หรือถ้าใช้ผ้าถูพื้นให้ย่อตัวลงไปออกแรงถูพื้นโดยให้ตัวขนานไปกับพื้น เกร็งหน้าท้องไปด้วย ช่วยทั้งเผาผลาญพลังงานและยังกระชับกล้ามเนื้อแขน หน้าท้องไปพร้อมกันด้วย
    -ล้างจานยืดเส้นยืดสาย เปลี่ยนจากการยืนล้างจานธรรมดา เป็นการยกยืดไปด้านข้างลำตัว ด้านละ 5 ครั้ง ทำสลับซ้าย-ขวา หรือการเขย่งปลายเท้าทั้งสองข้างพร้อมกันจนสุด แล้วค่อย ๆ วางเท้าลง ทำเป็นจังหวะจะช่วยเสริมให้กล้ามเนื้อน่องแข็งแรงขึ้นและคลายเส้นบริเวณข้อเท้าที่อาจถูกกดทับท่าเดิมนาน ๆ อีกด้วย
    -ทำสวนและรดน้ำต้นไม้ ออกไปเดินรดน้ำ เปลี่ยนกระถาง พรวนดิน ช่วยให้ได้สูดอากาศสดชื่นจากกลิ่นดิน กลิ่นหญ้า สามารถใช้โอกาสนี้ชวนเด็ก ๆ และผู้สูงวัยในบ้านมาชวนทำสวน ให้เด็ก ๆ รู้จักกับพืชผักสวนครัวเพื่อให้เขาเรียนรู้และคุ้นเคยกับผักหลากหลาย ช่วยให้กล้าลองกินผักมีประโยชน์ได้มากขึ้น สามารถดูวิธีปลูกผักสดกินเองจากเศษผักเหลือใช้ คลิก
 
เช็ดกระจก
 

3. อ.อารมณ์ แจ่มใสเบิกบาน แบ่งเวลาพักจากงานบ้านไปทำสิ่งที่ชอบ แน่นอนว่าเมื่อต้องทำงานบ้านเป็นหลัก อาจทำให้เกิดความเครียดว่าตัวเองสามารถดูแลทุกคนในบ้านดีหรือยัง? หรือการไม่ได้ออกไปพบปะคนอื่นนอกบ้าน ก็อาจทำให้เกิดความเหงาเพราะไม่ได้ออกไปเฮฮากับกลุ่มเพื่อน รวมไปถึงแต่ละบ้านมีสมาชิกที่วัยต่างกัน ก็ต้องคอยรับมือกับเด็ก ๆ ที่ไม่เชื่อฟังบ้างหรือคอยดูแลผู้สูงวัยที่อาจมีเรื่องคิดเล็กคิดน้อยเป็นพิเศษ การหากิจกรรมหรืองานอดิเรกทำจึงเป็นอีกทางออกหนึ่งที่ช่วยคลายเครียด ให้คุณพ่อบ้านแม่บ้าน อ.อารมณ์ แจ่มใสทั้งบ้านได้ เช่น

  • ปรับอารมณ์ดีชัวร์ แค่มีเวลาส่วนตัว ลองจัดสรรเวลาให้ได้อย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 – 2 ชั่วโมง เพื่อดูแลตัวเองและทำสิ่งที่ชอบ เช่น ช่วงที่รอเครื่องซักผ้าทำงาน หรือลองตื่นเช้ากว่าปกติมาคิดทบทวน นั่งพักผ่อนทอดอารมณ์ หรือนัดเจอกลุ่มเพื่อนเพื่ออัพเดตชีวิต ช่วยผ่อนคลายร่างกายและสมองจากความเหนื่อยล้า เมื่อได้ชาร์จแบตให้ตัวเองอารมณ์ดีแล้วก็พร้อมกลับมาสู้กับงานบ้านได้อีกครั้ง
  • วันหยุดไม่อุดอู้ เลือกสถานที่สามารถสนุกกันด้วยกันได้ทั้งครอบครัว เช่น เดินเล่นที่อควาเรียม, ชมงานพิพิธภัณฑ์, ปิกนิกที่สวนสาธารณะ เป็นต้น ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศได้ออกไปเปิดหูเปิดตา และผ่อนคลายอารมณ์ให้เพลิดเพลินได้ทั้งวัน
  • แวะละแวกบ้าน สานสัมพันธ์ การพบปะพูดคุยกับเพื่อนบ้าน เพื่อพูดคุยเรื่องราวในแต่ละวัน แบ่งปันเทคนิคที่เป็นประโยชน์และแชร์วิธีการแก้ปัญหาในบ้าน และยังเป็นการสร้างชุมชนที่พร้อมจะช่วยเหลือซึ่งกันและกันไปในตัว
 
อยู่บ้านมีความสุข

ทริกทั้งหมดนี้ช่วยส่งเสริมความสุขทั้งทางกายและจิตใจสำหรับคุณแม่บ้านหรือคุณพ่อบ้านที่ต้องดูแลบ้านโดยเฉพาะ ให้สามารถสร้างสมดุลชีวิต ทุ่มเทเวลาดูแลทุกคนในครอบครัวพร้อมหันมาดูแลตัวเองไปด้วยกันได้ ตามหลัก 3อ. อาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และอารมณ์แจ่มใส รับรองว่าคุณแม่บ้านจะมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงอย่างยั่งยืน เพราะการมีสุขภาพดีขึ้นอยู่กับพฤติกรรมในการดำเนินชีวิต ไม่ว่าคุณจะมีไลฟ์สไตล์แบบไหนก็ทำ 3อ. ในแบบของตัวเองได้

#เนสท์เล่คนไทยแข็งแรง​ #3อMEสไตล์ #ชอบแบบไหนก็ทำ3อแบบนั้น #ก็ชอบแบบนี้

Article Type