การพัฒนาทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

การพัฒนาทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนสถานการณ์

ในปัจจุบัน โลกของเราได้รับผลกระทบจากจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นกับรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป เนสท์เล่เชื่อว่า มนุษยชาติกำลังจะเผชิญกับวิกฤตการณ์น้ำในอีกไม่ปีข้างหน้านี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบถึงความมั่นคงด้านอาหาร ห่วงโซ่อาหารซึ่งนับตั้งแต่เกษตรกรรม มาสู่กระบวนการผลิตจนถึงการบริโภค ล้วนจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยแหล่งน้ำและคุณภาพของน้ำ ในขณะเดียวกันความเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศ พลังงานที่ใช้ ความหลากหลายทางชีวภาพ คุณภาพของดินและอากาศ ต่างก็เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่เราต้องพึ่งพาเป็นอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากขณะนี้เราได้ประสบปัญหาในการเข้าถึงแหล่งน้ำและปริมาณน้ำที่สามารถนำมาใช้ได้ เรายังคาดการณ์ว่าความเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของเราในทศวรรษข้างหน้านี้อีกด้วย

เป้าหมายของเรา

 ความมุ่งมั่นของเราคือการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่รสชาติดี มีคุณค่าทางโภชนาการ โดยส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ดังนั้นเราจึงปรับปรุงประสิทธิภาพการปฎิบัติงาน และการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เรานำวงจรชีวิตมาปรับใช้ในการประเมินผลกระทบจากการปฎิบัติงานของเราและของผู้ขายสินค้าและบริการที่อยู่ในห่วงโซ่ธุรกิจของเรา ทั้งนี้เพื่ออนาคตที่ดีกว่าและเป็นการสร้างคุณค่าร่วมกันทั้งกับเนสท์เล่และสังคม


การปฏิบัติงานของเรา

 ในปี พ.ศ. 2553 เนสท์เล่ได้ลงทุนไปกว่า 175 ล้านสวิสฟรังก์ กับความคิดริเริ่มดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อความยั่งยืนทางด้านสิ่งแวดล้อม เราได้กำหนดความสำคัญ และดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องเพื่อลดการใช้น้ำ ลดการใช้พลังงานที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ รวมถึงลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดขยะของเสีย และปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม เรายังสนับสนุนส่งเสริมให้ผู้ขายสินค้าและบริการในระบบขนส่งของเราปฏิบัติสิ่งเหล่านี้เพื่อความยั่งยืนเช่นเดียวกัน นอกเหนือจากการบริหารจัดการน้ำ ในปี พ.ศ. 2553 เนสท์เล่ได้เริ่มโครงการต้นแบบ ด้านการประเมินความหลากหลายทางขีวภาพ ณ โรงงานน้ำ ในเมือง Viladrau ประเทศสเปน ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ รวมถึงโรงงานขนมหวานในเมือง Fawdon สหราชอาณาจักร ด้วยการดำเนินการนี้เนสท์เล่จึงเป็นบริษัทในลำดับแรกๆ ในทวีปยุโรปที่ผูกมัดตนเองเข้าสู่การประเมินสถานประกอบการ

 

ผลงานของเรา

มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องในการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์ด้วยการลดการใช้พลังงาน จากการที่มีมาตรการการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และมาตรการการที่จะมุ่งไปสู่การเปลี่ยนไปใช้พลังงานที่สามาราถนำกลับมาใช้ได้ใหม่ ปัจจุบันขยะถูกนำไปทิ้งในที่กว้างหรือเผาโดยไม่ก่อให้เกิดพลังงานที่สามารถนำกลับมาใช้ได้ โรงงานเนสท์เล่ในสหราชอาณาจักร 2 แห่งกำลังค้นหาวิธีการที่จะนำผลพลอยได้จากการผลิตมาใช้ประโยชน์ในด้านอื่น เพื่อที่จะไม่ต้องนำไปทิ้งในที่กว้างหรือเผาโดยไม่ก่อให้เกิดพลังงานที่สามารถนำกลับมาใช้ได้ ดังนั้นการลดน้ำหนักบรรจุภัณฑ์จึงเป็นภารกิจอันดับแรกที่เรายังคงมุ่งเน้น

บทสรุปการสร้างคุณค่าร่วมกัน

  • คุณค่าต่อเนสท์เล่: ได้พัฒนาการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โรงงานมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยง ลดต้นทุน มีวัตถุดิบและน้ำสำหรับการผลิตในระยะยาว มีการเติบโตอย่างยั่งยืนและมีผลกำไร
  • คุณค่าต่อสังคม: มีการยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ชุมชนมีรายได้สูงขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ในการสร้างคุณค่าให้กับผู้ถือหุ้นและองค์กรของเรา เนสท์เล่จะต้องสร้างคุณค่าให้กับประชากรในประเทศที่เราไปประกอบธุรกิจด้วย ซึ่งรวมถึงเกษตรกรผู้ส่งผลผลิตทางการเกษตรให้กับเรา พนักงานที่ทำงานให้กับเนสท์เล่ รวมถึงผู้บริโภคและชุมชุนในทุกที่ที่เนสท์เล่เข้าไปดำเนินกิจการ

นี่คือเรื่องราวและโครงการตัวอย่างที่เนสท์เล่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมสนับสนุนและพัฒนาในเรื่อง “การพัฒนาทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” ซึ่งจะสะท้อนแนวคิดการสร้างคุณค่าร่วมกันให้เห็นเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น