การพัฒนาด้านการเกษตรและชุมชน

การพัฒนาด้านการเกษตรและชุมชนสถานการณ์

กว่า 1 ใน 3 ของแรงงานในโลกคือภาคเกษตรกรรม และ 3 ใน 4 ของประชากรที่มีรายได้น้อยอาศัยอยู่ในชนบท เนสท์เล่ซื้อวัตถุดิบซึ่งเป็นผลิตผลทางการเกษตรมูลค่าประมาณปีละ สองหมื่นสี่ร้อยล้านสวิสฟรังก์ มีการทำงานร่วมกันกับเกษตรกรว่า 540,000 รายเพื่อช่วยพัฒนาผลผลิต ดูแลปกป้องสิ่งแวดล้อมและพลิกฟื้นความยากจน ประชากรในประเทศกำลังพัฒนากว่า 3.4 ล้านคนมีรายได้เลี้ยงครอบครัวจากการเป็นผู้ส่งสินค้าและวัตถุดิบให้กับเนสท์เล่ ดังนั้นเราจึงสามารถสร้างผลกระทบที่ดีในระยะยาวต่อการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งคุณภาพชีวิตได้ ในบางครั้งได้มีส่วนช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวมของทั้งภูมิภาคอีกด้วย ความท้าทายที่เราเผชิญอยู่ก็คือ การหาหนทางที่จะลดผลกระทบจากสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงและลดปัญหาสังคมที่สะสมมาเป็นเวลายาวนาน เช่นปัญหาการใช้แรงงานเด็กในพื้นที่ชนบท

เป้าหมายของเรา

 ความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนที่เนสท์เล่เข้าไปซื้อวัตถุดิบทางการเกษตร และแรงงานท้องถิ่นมีความสำคัญต่อความสำเร็จของธุรกิจและผู้ถือหุ้น ด้วยการพัฒนาชุมชนห่างไกล มีการสร้างงาน และส่งเสริมการผลิตผลิตผลทางการเกษตรแบบยั่งยืน รวมทั้งการรับซื้อผลผลิตโดยตรงจากเกษตรกรผู้ผลิตและพ่อค้าคนกลางรายย่อย เนสท์เล่ไม่เพียงช่วยดูแลผู้ผลิตและคุณภาพของผลผลิต แต่ยังช่วยก่อให้เกิดผลดีระยะยาวต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นและคุณภาพชีวิตของคนในชนบทอีกด้วย

การปฏิบัติงานของเรา

 เนสท์เล่ได้ให้การสนับสนุนผู้ผลิตรายย่อยโดยให้คำปรึกษาและถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยี รวมถึงการหาแหล่งเงินกู้รายย่อยให้แก่เกษตรกร รวมมูลค่า 45 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ นอกจากนี้ยังมีการติดตามผลเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ผลิตดำเนินการด้วยความรับผิดชอบและยั่งยืนตามหลักปฏิบัติสำหรับผู้ขายสินค้าและบริการของเนสท์เล่ หลักปฏิบัติในการพัฒนาชนบทของเนสท์เล่ก็คือ ทำการผลิตในทุกพื้นที่ ที่เป็นไปได้เพื่อส่งเสริมการผลิตจากผลิตผลภายในประเทศนั้นๆ ปัจจุบัน โรงงานของเนสท์เล่กว่าครึ่ง (จากทั้งหมด 443 โรงงาน) อยู่ในพื้นที่ชนบทของประเทศกำลังพัฒนา และมีการจ้างแรงงานท้องถิ่นกว่า 200,000คน นอกจากนี้เนสท์เล่ยังได้พัฒนาการทำงานร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่างๆ เพื่อส่งเสริมนโยบายการดำเนินงานที่เหมาะสมที่สุดและไม่ผูกขาด

ผลงานของเรา

 ตลอดปีที่ผ่านมา เนสท์เล่ได้ปรับปรุงวิธีการที่จะช่วยผู้ขายสินค้าและบริการแก่เนสท์เล่พัฒนาการดำเนินงานและปรับปรุงโครงการอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกร รวมถึงจัดให้มี โครงการพัฒนาเกษตรกรรมอย่างยั่งยืนของเนสท์เล่ (SAIN) มากขึ้น ซึ่งทำควบคู่ไปกับการสื่อสารอย่างต่อเนื่องให้เข้าใจและมีการประเมินผลการดำเนินงาน ให้เป็นไปตามจรรยาบรรณในการปฏิบัติต่อผู้ขายสินค้าและบริการของเนสท์เล่ นอกจากนี้เนสท์เล่ยังสนับสนุนการดำเนินธุรกิจด้านกาแฟภายใต้โครงการ The Nescafe Plan โดยตั้งเป้าที่จะพัฒนา กาแฟพันธุ์ดีสู่เกษตรกร จำนวน 220 ล้านต้นภายในปี พ.ศ. 2563 ด้วยวิทยาศาสตร์และการผลิตอย่างยั่งยืนในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า และยังมีโยบายน้ำมันปาล์มอีกด้วย

บทสรุปการสร้างคุณค่าร่วมกัน

  • คุณค่าต่อเนสท์เล่: มั่นใจได้ว่าจะมีวัตถุดิบที่มีคุณภาพสำหรับการผลิตอย่างต่อเนื่อง ต้นทุนการรับซื้อและการจัดจ้างต่ำกว่า ผู้บริโภคพึงพอใจในผลิตภัณฑ์ ทำให้ผลกำไรเพิ่มขึ้น
  • คุณค่าต่อสังคม: ได้คำแนะนำและความช่วยเหลือด้านวิทยาการจากผู้ที่มีความรู้ความชำนาญ ผลผลิตมีปริมาณและคุณภาพสูงกว่า ใช้ทรัพยากรน้อยลง มีรายได้เพิ่มขึ้น มีการขยายตัวในด้านอาชีพและโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจมากขึ้น ผู้บริโภครับรู้ว่าผลิตภัณฑ์ของเนสท์เล่มีความปลอดภัย คุณภาพสูง และผลิตโดยการดำเนินงานอย่างยั่งยืน

ในการสร้างคุณค่าให้กับผู้ถือหุ้นและองค์กรของเรา เนสท์เล่จะต้องสร้างคุณค่าให้กับประชากรในประเทศที่เราไปประกอบธุรกิจด้วย ซึ่งรวมถึงเกษตรกรผู้ส่งผลผลิตทางการเกษตรให้กับเรา พนักงานที่ทำงานให้กับเนสท์เล่ รวมถึงผู้บริโภคและชุมชุนในทุกที่ที่เนสท์เล่เข้าไปดำเนินกิจการ

นี่คือเรื่องราวและโครงการตัวอย่างที่เนสท์เล่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมสนับสนุนและพัฒนาในเรื่อง “การพัฒนาด้านเกษตรและชุมชน” ซึ่งจะสะท้อนแนวคิดการสร้างคุณค่าร่วมกันให้เห็นเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น