Back to all stories
3 minutes read

“ผมทำงานในฟาร์มมาตั้งแต่อายุ 16 ปี ตอนนี้ผมอายุ 55 แล้ว” Christian Boeuf กล่าวด้วยเสียงอันนุ่มนวล ตาสีฟ้าและรอยยิ้มกว้างของเขาแสดงให้เห็นถึงความภาคภูมิใจที่ซ่อนอยู่ในการทำงานหนักมาถึง 4 ทศวรรษ

“ก่อนหน้านั้น ฟาร์มนี้เคยเป็นของพ่อผม การทำฟาร์มถือเป็นประเพณีของครอบครัวของผมเลยทีเดียว ส่วนในอนาคตน่ะหรือ?” เขาหยุดชั่วขณะและส่ายศีรษะ “ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่ารุ่นลูกๆ หลานๆ จะยังคงทำฟาร์มนี้ต่อไปหรือไม่ มันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน”

Farmer Christian Boeuf
Swiss dairy farmer Christian Boeuf helps supply the biogas plant with cow manure

การวางแผนล่วงหน้าคือสิ่งที่ Christian เชื่อว่าเป็นพื้นฐานขั้นสำคัญของงานที่เขาทำ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มั่นใจว่าหลานชายของเขาจะยังคงดูแลฟาร์มของครอบครัวต่อไปหรือไม่ แต่เขายังมั่นใจว่าแผ่นดินนี้จะยังคงความอุดมสมบูรณ์อย่างที่เป็นมาตลอด

ดังนั้น เมื่อเขาได้รับข้อเสนอให้เข้าร่วมกับโครงการใหม่เพื่อเปลี่ยนมูลสัตว์จากฝูงปศุสัตว์ของเขาให้กลายเป็นพลังงานสีเขียวและปุ๋ย จึงไม่เป็นการยากเลยสำหรับเขาที่จะตัดสินใจเข้าร่วม

ฝูงวัวของเขาก็ยังคงทำหน้าที่ของพวกมันต่อไปเช่นเดิม เพียงแต่ตอนนี้ ของเสียที่ออกมาจากวัวเหล่านี้กำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงการผลิตพลังงานสีเขียวอันทันสมัย

การเข้ามามีส่วนร่วมของกาแฟ

การเข้ามามีส่วนร่วมของกาแฟเกิดขึ้นเมื่อ Nestlé Waters ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับแหล่งน้ำแร่ Henniez ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ด้วยจำนวนของเสียจากฟาร์มที่มีมากจนเกินไปซึ่งอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดมลภาวะทางด้านก๊าซแอมโมเนีย จึงมีการตั้งโรงงานขึ้นมาเพื่อหาวิธีนำของเสียจากฟาร์มไปใช้ประโยชน์ ด้วยความร่วมมือกับ Groupe E Greenwatt เนสท์เล่ได้สร้างโรงงานผลิตแก๊สชีวภาพขึ้นมาแห่งหนึ่งใกล้กับโรงงานบรรจุขวดของเนสท์เล่ เพื่อทำการผลิตพลังงานทดแทน

เกษตรกรโคนมชาวสวิส 27 ราย มีมูลวัวมากกว่า
2.5 หมื่นตัน

ในแต่ละปี เครือข่ายของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมชาวสวิส 27 ราย ได้ส่งมูลสัตว์มากกว่า 2.5 หมื่นตัน ให้แก่โรงงานแห่งนี้ มูลสัตว์ดังกล่าวจะถูกนำไปผสมกับเศษของเสียของกาแฟจากโรงงาน Nespresso และ Nescafé ก่อนที่จะถูกป้อนเข้าไปยังโรงงานผลิตแก๊สชีวภาพ เมื่อวัตถุดิบเหล่านี้ถูกย่อย จะมีแก๊สธรรมชาติเกิดขึ้นซึ่งจะถูกใช้ไปในการเผาเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า

นอกจากใช้ในการให้ความร้อนแก่โรงงานบรรจุขวดทั้งหมดแล้ว พลังงานไฟฟ้าที่เหลือซึ่งผลิตออกมาจากโครงการนี้จะถูกส่งเข้าโครงข่ายจำหน่ายไฟฟ้าของสวิสเพื่อจำหน่าย

นับตั้งแต่โรงงานผลิตแก๊สชีวภาพเปิดดำเนินการมา โรงงาน Henniez มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงถึงครึ่งหนึ่ง

ผลประโยชน์ต่างตอบแทน

สิ่งที่เหลือหลังจากวัตถุดิบถูกย่อยไปแล้วก็คือปุ๋ยอินทรีย์ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุซึ่งมีความต้องการเป็นอย่างสูง เกษตรกรจะได้ปุ๋ยนี้กลับมาเพื่อใช้กับพืชที่ปลูก ช่วยให้เกษตรกรไม่จำเป็นต้องซื้อปุ๋ยเคมีเป็นจำนวนมากอีกต่อไป

ปุ๋ยธรรมชาตินี้ พืชดูดซึมได้ง่ายและก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซแอมโมเนียสู่สิ่งแวดล้อมน้อยลง Christian Boeuf ได้ค้นพบว่าด้วยคุณภาพของปุ๋ยอินทรีย์ที่ใช้ ทำให้เขาไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีกำจัดเชื้อรากับพืชของเขาอีกต่อไป

การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์นี้ไม่มีต้นทุน และช่วยให้เกิดการทำฟาร์มที่มีความยั่งยืน ช่วยฟื้นฟูแร่ธาตุอันมีคุณค่าซึ่งหายไปจากผืนดิน

โครงการนี้มีผลกระทบในเชิงบวกอย่างเห็นได้ชัด เราได้ใช้ปุ๋ยที่มีอันตรายน้อยลง เราปลูกพืชได้ดีขึ้น และยังช่วยให้เราประหยัดพลังงานไฟฟ้าและแก๊สอีกด้วย Christian Bœuf, Farmer

Christian Boeuf ได้อธิบายว่าการเป็นพันธมิตรกับ Nestlé Waters ให้ผลตอบแทนอย่างมหาศาล เนื่องจากเขาได้เห็นว่ามูลวัวของเขาถูกนำไปใช้ในการผลิตพลังงานสีเขียว

“โครงการนี้มีผลกระทบในเชิงบวกอย่างเห็นได้ชัด เราได้ใช้ปุ๋ยที่มีอันตรายน้อยลง เราปลูกพืชได้ดีขึ้น และยังช่วยให้เราประหยัดพลังงานไฟฟ้าและแก๊สอีกด้วย”

ได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย

เกษตรกรในท้องถิ่นอีกรายซึ่งส่งมูลสัตว์หลายตันให้แก่เนสท์เล่ก็คือ Laurent Gentil เขาทำงานในฟาร์มของเขาเองมาเป็นเวลา 30 ปี

Farmer Laurent Gentil
Local dairy farmer Laurent Gentil and his son check up on their cattle

เขาบอกว่ารู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการความร่วมมือที่ช่วยเพิ่มผลผลิตให้แก่ฟาร์มของเขาและเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพการเกษตรให้แก่พื้นดินของเขา

“เราไม่มีปัญหาการขนมูลวัวในหลุมออกไปทิ้งอีกต่อไป เนื่องจากมีคนมาขนไปยังโรงผลิตแก๊สชีวภาพแทนเรา” Gentil กล่าว

การส่งเสริมเกษตรกรรมที่มีความยั่งยืนในโครงการทางด้านระบบนิเวศนี้เป็นสิ่งที่ดีต่อเกษตรกร ต่อสิ่งแวดล้อม และยังเป็นการช่วยรักษาความบริสุทธิ์ของแหล่งน้ำแร่ Henniez นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างความสามัคคีของชุมชนเนื่องจากทุกคนล้วนได้ประโยชน์

“ในช่วงแรกๆ ก็ไม่ง่ายนัก” Michel Marchuard, ผู้จัดการฝ่ายความยั่งยืนของ Henniez Sustainability กล่าว

“เราต้องได้รับความไว้วางใจจากเกษตรกร และสร้างความเชื่อมั่นว่าเราจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ ต่อการดำรงชีวิตของพวกเขา แต่ในตอนนี้ โครงการนี้กลายเป็นความร่วมมืออันยอดเยี่ยม ซึ่งได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย”

In pictures