5 ผักต้องห้ามของเจ...ทำไมต้องห้าม

ต.ค. 9, 2552
ชาวจีนเริ่มต้นวัฒนธรรมการกิินดี อยู่ดี มาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยมีความเชื่ออยู่ว่า อาหารคือยา ดังนั้น ศาสตร์ทางการแพทย์ของจีนจึงเน้นการบำบัดโรคด้วยอาหารมาตั้งแต่โบราณ โดยหลักการแพทย์ของจีนมุ่งเน้นที่การป้องกันไม่ให้ร่ายกายเจ็บป่วย ซึ่งแพทย์จีนกล่าวว่า "หัวใจของการมีสุขภาพที่ดี คือ การกินที่ถูกต้อง เพราะอาหารที่คนเรากินเข้าไปแต่ละวัน มีผลต่อร่างกายและจิตใจอย่างมาก"

แนวคิดเรื่องอาหารคือยา จะเห็นได้ชัดเจนในช่วงเทศกาลกินเจ ที่จะงดการปรุงอาหารด้วยเนื้อสัตว์ทุกชนิด และงดเว้นพืชผักฉุน 5 ประเภท ได้แก่
  • กระเทียม ทั้งหัวกระเทียม ต้นกระเทียม
  • หัวหอม ทั้งต้นหอม ใบหอม หอมแดง หอมขาว หอมหัวใหญ่
  • หลักเกียว หรือกระเทียมโทนจีน
  • กุ้ยฉ่าย ลักษณะคล้ายใบหอม แต่แบนและเล็กกว่า
  • ใบยาสูบ ทั้งบุหรี่ ยาเส้น ของเสพติดมึนเมา
เหตุผลที่ต้องห้ามบริโภคพืชผักทั้ง 5 ชนิดนี้ เพราะเป็นผักที่มีรสจัดจ้าน มีฉุนค่อนข้างแรง และที่สำคัญยังมีพิษที่ทำลายพลังธาตุทั้ง 5 ในร่างกาย ทำให้อวัยวะหลักสำคัญภายในร่างกายทั้ง 5 ทำงานไม่ปกติ โดยเฉพาะผู้ที่ปฏิบัติสมาธิฝึกจิตไม่ควรบริโภคพืชผักทั้ง 5 นี้ เพราะมีฤทธิ์ไปกระตุ้นจิตใจและอารมณ์ให้หงุดหงิดง่าย และมีผลทำให้พลังธาตุในกายรวมตัวกันได้ยาก แล้วพืชผักต้องห้ามเหล่านี้ส่งผลกระทบอย่างไรบ้างกับร่างกาย เรามาดูกันค่ะ...

เริ่มจาก กระเทียม แม้ทางการแพทย์จะพบว่า กระเทียมมีสารที่สามารถละลายคอเลสเตอรอลได้ จึงสามารถใช้เป็นยาสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคเส้นเลือดโลหิตเลี้ยงหัวใจตีบหรืออุดตัน แต่แพทย์แผนโบราณของจีนบอกว่า แม้กระเทียมจะเป็นสมุนไพรรักษาโรคได้ แต่มีความระคายเคืองสูง จึงไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคกระเพาะหรือกระเพาะอาหารเป็นแผล รวมทั้งโรคตับ

ผักอีกชนิดที่มีทั้งคุณและโทษ คือ หอมแดง ปัจจุบันพบว่า มีสรรพคุณช่วยรักษาโรค โดยนำหอมแดงสด หนัก 15-30 กรัม มาต้นแล้วดื่ม จะช่วยขับพยาธิ ขับลม แก้ท้องอืดแน่น ปวดประจำเดือน และอาการบวมน้ำได้ แต่การกินเป็นประจำหรือกินมากเกินไป จะทำให้เกิดอาการหลงลืมง่าย ประสาทเสีย มีกลิ่นตัว ฟันเสีย เลือดน้อย และนัยน์ตาฝ้ามัว เช่นเดียวกับเหรียญที่มี 2 ด้าน เมื่อมีด้านดี ก็ต้องระวังด้านเสียด้วย การกินอาหารก็เช่นกัน และนั่นก็เป็นหลักการแพทย์โบราณของจีน ที่ยังได้รับการยอมรับมาจนปัจจุบัน