5 กิจกรรมเสริมสร้างพัฒนาการสำหรับเด็กวัยเตาะแตะ

ต.ค. 18, 2556
บางทีคุณพ่อคุณแม่อย่างเราก็มีเรื่องให้ปวดเศียร เวียนเกล้า ตลอดเวลา เพราะเดี๋ยวเดียวเจ้าตัวเล็กก็คลานไปรื้อค้นของตรงโน้น ปีนเก้าอี้ตรงนี้ หยิบหนังสือนิทานมาฉีก โอ๊ยๆ สารพัดกิจกรรมที่จะสร้างงานให้คุณแม่ ต้องวิ่งไล่ตามเก็บอยู่ตลอดเวลา วันนี้เรามีเทคนิค 5 กิจกรรมที่ทำกับลูกแล้ว สนุก และช่วยเสริมพัฒนาการทั้งทางร่างกาย และจิตใจของเจ้าตัวเล็กกันด้วย เริ่มที่

1. มาเคลื่อนไหวกันเถอะ
ลูกน้อยวัยหัดเดินของคุณควรได้รับการฝึกฝนการเคลื่อนไหวโดยอาจใช้อุปกรณ์ช่วย โดยเด็กในวัยนี้ต้องฝึกความสมดุลและความหลากหลายของการเคลื่อนไหวขั้นพื้นฐานในการพัฒนาทักษะสำหรับการเคลื่อนไหวที่ซับซ้อนมากขึ้นที่พวกเขาจะใช้ในการดำรงชีวิตต่อไป สิ่งที่ง่ายต่อการเริ่มต้นสำหรับเด็กกับคุณพ่อคุณแม่ก็คืออุปกรณ์ที่เรียกว่า รถหัดเดิน โดยจัดให้ลูกน้อยของคุณเดินเล่นมากับคุณหรือฝึกการเดินภายในบ้าน คุณพ่อคุณแม่สามารถฝึกให้เจ้าตัวน้อยคลานเข้าไปใต้โต๊ะ ปีนข้ามอุปสรรคง่ายๆ ที่คุณสร้างขึ้นมาจากเบาะ ที่นอน หมอนหรือผ้าห่ม ลูกน้อยของเราก็จะเรียนรู้ที่จะต้องระมัดระวังอันตรายจากการเดินทาง ช่วยเพิ่มทักษะการหมอบ ยืน เดิน เป็นการพัฒนาทักษะการทรงตัวและจัดสมดุลของร่างกาย เพื่อรองรับพื้นผิวที่มีลักษณะต่างๆ กัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์และเป็นบทเรียนที่มีคุณค่าสำหรับลูกน้อย

2. เต้นรำให้สนุก
ลองให้ลูกลองเต้นดูบ้าง นอกจากจะเป็นกิจกรรมที่สนุกแล้ว ยังเป็นการฝึกทักษะการเดินที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย เพียงแค่เปิดดนตรี เดินย่ำเท้า กระโดดตบมือ หมุนตัว โดยคุณแม่ต้องคอยจับมือหรือประคองตัวลูกอยู่ใกล้ด้วย เท่านี้ก็จะทำให้เด็กๆ สนุกไปกับการร้องรำทำเพลงได้แล้ว แม้แต่เกมง่ายๆ อย่าง เก้าอี้ดนตรีก็เป็นอีกเกมหนึ่งที่ดี การที่คุณพ่อคุณแม่และลูกน้อยวัยหัดเดินเล่นเต้นรำในขณะที่เพลงกำลังเล่นอยู่แล้วถูกหยุดในจุดเมื่อเพลงถูกปิดจะสามารถช่วยสอนลูกของเราให้รู้ถึงวิธีการปฏิบัติตามคำสั่ง เพลง ABC เพลงสอนนับเลข ก็ยังถือว่าเป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมที่จะช่วยให้พวกเขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับ ตัวอักษร และตัวเลขอีกด้วย

3. เล่นน้ำกันเถอะ
น้ำกับเด็กเป็นของคู่กัน เพราะเด็กส่วนใหญ่จะชอบน้ำไม่ว่าจะเป็นเวลาได้เล่นในอ่างน้ำหรือเล่นในสระว่ายน้ำก็ตาม ในขณะเดียวกันการว่ายน้ำถือเป็นชีวิตจิตใจและเป็นข้อยืนยันได้ว่าเด็กเรียนรู้ที่จะว่ายน้ำ แต่พ่อแม่อาจจะกังวลในเรื่องความปลอดภัย เช่น การจมน้ำ อุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น ดังนั้น พ่อแม่ควรระมัดระวังแต่เหมาะสมไม่แสดงออกมากเกินไป จนทำให้ลูกกลายเป็นเด็กกลัวน้ำ โดยต้องดูแลลูกอยู่ข้างๆ ตลอดเวลาอย่างใกล้ชิด เล่นน้ำตรงที่ตื้น และใช้อุปกรณ์ชูชีพ อย่างเช่น ห่วงยาง หรือชูชีพด้วยเพื่อช่วยให้เด็กปลอดภัยมากขึ้น หรืออาจเล่นน้ำในสระน้ำเป่าลมก็สนุกได้เช่นกัน กิจกรรมเล่นน้ำถือเป็นกิจกรรมที่ดีที่ช่วยให้เด็กได้เคลื่อนไหวและบริหารร่างกายไปในตัว

4. ลูกบอลไหมจ๊ะ
การเล่นกับลูกบอล จะช่วยพัฒนาทักษะการเคลื่อนไหวของเด็กน้อย เช่น การเล่นเตะลูกบอลกับเจ้าตัวน้อย โดยตั้งเป้าหมายแบบง่ายๆ เช่น เบาะโซฟา หรือเก้าอี้ คุณพ่อคุณแม่ลองผลัดกันกับเจ้าตัวน้อยเตะลูกบอลไปยังเป้าหมาย การเตะลูกบอลจะพัฒนาทักษะการเคลื่อนที่ การจัดสมดุลให้มีการทรงตัวที่เหมาะสม และการที่ผลัดกันเล่นยังช่วยให้เกิดการตอบสนองที่รวดเร็วในการเคลื่อนไหวด้วย

5. เกมฝึกสมอง
คุณพ่อคุณแม่ลองเล่นเกมสนุก ๆ กับเจ้าตัวน้อย เพื่อช่วยฝึกสมองของลูกน้อย เช่น เล่นแยกสีลูกบอล ช่วยให้ลูกเรียนรู้สีต่างๆ และการจัดหมวดหมู่โดยการแยกสี หรืออาจให้แยกของที่มีรูปทรงแตกต่างกัน เช่น วงกลม สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยมก็ได้เช่นกัน หรือเล่นเกมเรียกชื่ออวัยวะแข่งกัน เช่น ชี้ไปที่หัวของลูก แล้วถามว่า “นี่คืออะไร” ทายส่วนต่างๆ ของร่างกายสลับขึ้นลง พร้อมถามชื่อ เกมนี้ไม่เพียง แต่จะสอนเด็กได้เรียนรู้และระบุส่วนต่างๆ ของร่างกาย ยังช่วยฝึกความจำอีกด้วย หรืออาจให้บอกชื่อสี จากสิ่งของต่างๆ รอบตัวก็ได้

กิจกรรมสนุกๆ มากมายขนาดนี้ อย่าลืมเติมพลังให้ลูกน้อยด้วยอาหารเสริมที่มีคุณค่าทางโภชนาการเพิ่มเติมจากการดื่มนม ด้วยอาหารเสริมที่อุดมไปด้วยสารอาหารครบ ทั้ง 5 หมู่ ที่สำคัญควรมีจุลินทรีย์สุขภาพที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน รวมถึงวิตามินแร่ธาตุต่างๆ เช่น วิตามินเอ วิตามินซี ธาตุเหล็ก สังกะสี และกรดไขมันชนิดจำเป็นต่อร่างกาย อย่างดีเอชเอ เพื่อช่วยเสริมให้ลูกรักมีสุขภาพที่แข็งแรงและพัฒนาการที่ดีไปพร้อมๆ กัน