Sorry, you need to enable JavaScript to visit this website.

4 สาเหตุที่ทำให้คุณต้องทำงานหนัก

4 สาเหตุที่ทำให้คุณต้องทำงานหนัก
การทำงานหนักคงไม่ใช่เป็นวิธีที่ดีที่สุดของการทำงาน ถ้าเราใช้เวลาส่วนหนึ่งในการเตรียมความพร้อมและการวางแผนการทำงานของเรา ก็จะช่วยให้เราทำงานน้อยลงแถมงานยังมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย ก่อนอื่นมาลองพิจารณาว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณทำงานหนักและมีวิธีแก้ไขอย่างไร

1. เป้าหมายไม่ชัดเจน
คุณรู้ตัวหรือไม่ว่าคุณทำงานอะไรอยู่ ? อะไรที่เป็นเป้าหมายสูงสุดในงานที่ทำ ถ้าคุณไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้แล้ว นั่นหมายความว่าคุณจะเสียเวลาส่วนใหญ่ไปกับสิ่งที่คุณไม่ควรทำ นอกจากนี้คุณอาจจะต้องใช้เวลาในการทำงานเป็นเวลานานเพราะเป้าหมายหลักของคุณไม่ชัดเจน และคุณอาจจะผัดวันประกันพรุ่งเพราะคุณไม่มีไฟหรือเป้าหมายในการทำงาน ซึ่งจะทำให้งานไม่สำเร็จหรือบรรลุผลสักทีอีกด้วย

วิธีแก้ไข :
  1. คิดและระบุเป้าหมายที่ชัดเจนในการทำงานแต่ละครั้งของคุณก่อน
  2. ถ้าการทำงานที่ได้รับมอบหมายต้องประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องหรือหัวหน้า ควรพูดคุยและตกลงถึงเป้าหมายในทิศทางเดียวกันเพื่อให้ทำงานได้ถูกทาง

2. ขาดการวางแผนงานและทำงานอยู่คนเดียว
การขาดการวางแผนงาน จะทำให้การทำงานไม่เป็นระบบ อาจทำให้เกิดความผิดพลาด ทำงานซ้ำซ้อน เกิดความล่าช้า หรือทำให้ต้องทำงานมากขึ้นกว่าเดิมได้ และควรมีการวางแผนสำรองไว้ล่วงหน้าในกรณีที่อาจมีปัญหาใดๆ เกิดขึ้น นอกจากนี้ งานบางอย่างเราไม่สามารถทำคนเดียวให้สำเร็จได้ ควรมีการมอบหมายหรือกระจายงานให้ผู้อื่นบ้าง

วิธีแก้ไข :
  1. ควรมีการจัดลำดับความสำคัญของงาน และวางแผนการทำงานอย่างเป็นระบบ ถูกต้อง และรอบคอบ ก่อนที่จะเริ่มทำงาน เพื่อลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นหลังเริ่มงานไปแล้ว
  2. สำรวจภาระหน้าที่งานของคุณ และหากภาระหน้าที่ที่ได้รับเกินขอบเขตการทำงานของคุณ คุณควร เปิดใจกับเจ้าของโปรเจคหรือเจ้านายของคุณเพื่อให้มีความชัดเจนเกี่ยวกับงานและความคาดหวังที่มีต่อตัวคุณ
  3. ถ้างานนั้นเกินกำลังของคุณ ควรขอความช่วยเหลือหรือกระจายงานบางส่วนให้กับบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องหรือผู้ที่สามารถช่วยเหลือได้

3. กำหนดเวลาที่ไม่สมจริง
บางครั้งการกำหนดระยะเวลาในการทำงานที่กระชั้นชิดมากเกินไปก็ทำให้คุณเองต้องทำงานอย่างเร่งรีบ กดดันทั้งตัวคุณเองและคนที่ทำงานร่วมกับคุณไปด้วย และยังอาจทำให้งานที่ออกมาไม่ได้คุณภาพเท่าที่ควรอีกด้วย

วิธีแก้ไข :
  1. พิจารณาว่าแผนการทำงานว่าแต่ละขั้นตอนหรือแต่ละฝ่ายต้องใช้เวลาในการทำงานเท่าไร โดยกำหนดเวลาในการทำงานที่สมเหตุสมผลสำหรับคุณเองและผู้ร่วมงานที่ให้สามารถทำงานได้เสร็จตามกำหนดระยะเวลาที่เหมาะสม
  2. วางแผนการทำงานล่วงหน้าและแจ้งแผนงานให้ผู้ร่วมงานทราบล่วงหน้า จะทำให้แต่ละฝ่ายมีกำหนดระยะเวลาการทำงานที่เหมาะสมและช่วยแก้ไขปัญหางานที่มาแบบเร่งด่วนซึ่งทำให้มีระยะเวลาในการทำงานน้อย

4. ไม่กล้าปฏิเสธงาน
สุดท้ายนี้อีกหนึ่งสิ่งที่จะทำให้คุณรับภาระหนักในการทำงานมากเกินไป คือการที่ตัวเองบอกว่า "ได้ " ในทุกอย่างที่มีการร้องขอหรือมอบหมายงาน คุณอาจทำเช่นนี้เพราะคุณกลัวว่าจะมีคนไม่ชอบหรือรู้สึกไม่ดีกับคุณถ้าคุณตอบว่า "ไม่" ซึ่งบางครั้งการที่คุณไม่กล้าปฏิเสธงาน ก็จะทำให้คุณต้องทำงานหนักขึ้น

วิธีแก้ไข :
  1. คุณจะต้องฝึกความกล้าที่จะพูดปฏิเสธงานบ้างในบางสถานการณ์ตามเหตุผลที่เหมาะสม โดยใช้วาจาที่นุ่มนวลและมีความประนีประนอม
  2. เมื่อเราจะปฏิเสธงานบางอย่างหรือปฏิเสธการขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น ควรให้เหตุผลกับบุคคลเหล่านั้นด้วย เช่น เราไม่สามารถทำงานหรือช่วยงานนั้นได้เพราะอะไร เช่นเพราะตอนนี้คุณมีงานล้นมือ โดยคุณอาจให้คำแนะนำหรือการชี้แนะแทนการลงมือทำให้พวกเขาก็ได้

แต่การทำงานบางครั้งก็อาจจะมีช่วงที่เราต้องทำงานหนักบ้าง ซึ่งส่งผลให้ร่างกายเหนื่อยล้าและเกิดความเครียดได้ อย่าลืมนำวิธีที่กล่าวมาข้างต้นไปปรับใช้ดู โดยเริ่มต้นที่จะวางแผนการทำงานล่วงหน้า มอบหมายงานที่เหมาะกับคนอื่นๆ บ้างแทนที่จะรับผิดชอบอยู่คนเดียวจะช่วยให้คุณไม่ทำงานหนักเกินไป และเมื่อใดที่คุณรู้สึกว่าเหนื่อยล้าจากการทำงาน ลองเพิ่มความสดชื่นและตื่นตัวสักหน่อยก่อนทำงานด้วยเครื่องดื่มกาแฟรสชาติเข้มข้น จะช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า มีพลังในการทำงานชิ้นต่อไป