Sorry, you need to enable JavaScript to visit this website.

ไขรหัสลับภาวะแพ้อาหาร

ไขรหัสลับภาวะแพ้อาหาร
ทำความรู้จักภาวะแพ้อาหาร พร้อมวิธีดูแลตัวเอง และข้อควรระวังในการปฏิบัติสำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกที่มีภาวะแพ้อาหาร

คนส่วนมากยังมีความเข้าใจที่ผิดอยู่เกี่ยวกับอาการแพ้อาหาร โดยคิดว่าความผิดปกติที่เกิดจากกินอาหารคือการแพ้อาหารทั้งหมด เช่น การมีอาการท้องไส้ปั่นป่วนหลังกินอาหาร เป็นต้น ซึ่งความจริงความผิดปกติที่เกิดจากการกินอาหารแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ การแพ้อาหาร (Food Allergies) เกิดผ่านกลไกของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย และการรับอาหารบางชนิดไม่ได้ (Food Intolerance) ซึ่งจะไม่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน

อาการแพ้อาหาร ที่เกี่ยวกับภูมิคุ้มกันมักมีสาเหตุจากโปรตีนที่อยู่ในอาหาร เช่น ไข่ ถั่ว นม อาหารทะเล เป็นต้น อาการแพ้สามารถแสดงออกได้หลายระบบ เช่น ระบบทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน ปวดท้องแบบบิด หรืออาการทางผิวหนัง เช่น มีผื่นขึ้น บวมที่ริมฝีปาก ลิ้น หรือช่องปาก อาการทางระบบทางเดินหายใจ เช่น หายใจมีเสียงวี้ด หายใจลำบาก แน่นในคอ ไปจนถึงอาการที่รุนแรงที่สุดอย่างการช็อก จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน และต้องระวังการถูกกระตุ้นด้วยอาหารชนิดอื่นๆ ที่อาจมีสารกลุ่มโปรตีนที่คล้ายคลึงกัน เช่น ผู้ที่แพ้ปลามีโอกาสที่จะแพ้ปลาหลายชนิด หรือผู้ที่แพ้กุ้ง ก็อาจแพ้ปูหรือหอยร่วมด้วย แต่โดยปกติแล้วหลังเลี่ยงอาหารที่แพ้สัก 1-3 ปี ผู้ป่วยจะสามารถกลับมาทานอาหารเหล่านั้นได้ ซึ่งอาหารที่มักรับประทานได้หลังเลี่ยงมาระยะหนึ่ง ได้แก่ นมวัว และไข่ไก่ เนื่องจากร่างกายสามารถปรับตัวได้ โดยภูมิคุ้มกันของลำไส้ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้สารแพ้จากอาหารผ่านเข้าสู่ร่างกายได้ดียิ่งขึ้น ส่วนผู้ป่วยบางคนที่แพ้อาหารทะเลหรือถั่วลิสง ไปจนถึงผู้ที่มีอาการแพ้รุนแรงมักแพ้สารอาหารเหล่านั้นตลอดชีวิต และมักเกิดอาการซ้ำแล้วซ้ำอีก หนำซ้ำในบางครั้งแค่ได้กลิ่นหรือสูดควันที่เกิดจากการประกอบอาหาร เช่น ควันจากการปิ้งย่างอาหารทะเล ก็สามารถเกิดอาการแพ้ขึ้นทันที

ส่วนการรับอาหารบางชนิดไม่ได้ (Food Intolerance) ไม่ได้เกี่ยวข้องกับภูมิต้านทานแต่อย่างใด แต่เกิดจากการไม่ถูกกันระหว่างสารในร่างกายกับสารที่มีอยู่ในอาหาร ตัวอย่างอาหารที่ร่างกายบางคนมีปฏิกิริยาตอบสนองไว ได้แก่ นม คาเฟอีน ผงชูรส เป็นต้น สิ่งที่พบได้บ่อยจะเป็นภาวะพร่องน้ำย่อยน้ำตาลนม (Lactase Deficiency) หรือมีน้ำย่อยน้ำตาลนมไม่เพียงพอ ทำให้เมื่อดื่มนมหรือผลิตภัณฑ์จากนมเข้าไป น้ำตาลนมที่ไม่สามารถถูกย่อยก็จะถูกแบคทีเรียนำไปใช้ แล้วสร้างก๊าซขึ้น ทำให้ท้องอืด ปวดท้อง และอุจจาระร่วงได้

สำหรับวิธีที่ดีที่สุดในการรับมือกับภาวะผิดปกติเหล่านี้ คือ การหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่แพ้ และหมั่นอ่านฉลากเพื่อสังเกตว่ามีส่วนประกอบที่คุณหรือครอบครัวแพ้หรือไม่ นอกจากนี้ควรรับประทานอาหารทดแทนเพื่อป้องกันการขาดสารอาหารที่คุณควรจะได้รับจากอาหารที่คุณแพ้ เช่น หากแพ้นมวัว อาจใช้นมสูตรพิเศษที่มีโปรตีนชนิดพิเศษแทน กินโยเกิร์ตแทนนมวัว เพราะจะมีน้ำตาลแลคโตสเหลืออยู่น้อย หรือใช้ซอสปรุงรสถั่วเหลืองในการปรุงอาหารแทนการใช้น้ำปลา หากแพ้โปรตีนจากน้ำปลา เป็นต้น ทั้งหมดนี้เพื่อให้คุณหรือครอบครัวยังคงได้รับสารอาหารครบถ้วน โดยไม่ต้องทรมานกับอาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากการรับประทานอาหาร