ใส่ใจตนเอง ลดสารพันอาการ “ปวดหัว”

เม.ย. 1, 2553
เวลานี้ไปทางไหนก็มักจะได้ยินคนบ่น "ปวดหัว" กันบ่อยๆ ยิ่งตอนนี้โลกเรา บ้านเมืองเราก็มีแต่เรื่องชวนให้เครียดจนถึงขั้นปวดหัว

เริ่มตั้งแต่เครียดเรื่องในบ้านในครอบครัว เครียดเรื่องชาวบ้าน เครียดกับปัญหาต่างๆ ของประเทศ ไปจนถึงเครียดกับภาวะวิกฤติของโลก ซึ่งความเครียดจากสิ่งรอบตัวเหล่านี้ก็มีผลทำให้เกิดอาการปวดหัวได้ แต่บางคนนอกจากเครียดแล้วอาจปวดจากไมเกรน บางคนก็ปวดหัวจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เช่น ร้อนจัดเกินไป หรือบางคนก็ตรากตรำทำงานจนปวดเมื่อยต้นคอร้าวขึ้นไปที่หัว

อาการปวดเหล่านี้ส่วนใหญ่มักเกิดจากสาเหตุที่ไม่ร้ายแรงอะไร ไม่จำเป็นต้องไปพบแพทย์ก็ได้ บางคนแค่นอนพัก หากิจกรรมคลายเครียด นวดคลายเส้น หรือถ้าปวดมากก็ใช้ยาแก้ปวดธรรมดาก็หายแล้ว แต่บางคนก็ปวดจนต้องไปพบแพทย์เพราะกลัวจะเป็นโรคร้ายแรง บางคนคิดมากกลัวจะเกิดความผิดปกติกับสมอง คิดอย่างนี้ก็เครียดก็ปวดกันไปใหญ่ แต่อย่างน้อยการไปพบแพทย์ก็จะได้มีคนช่วยบอกว่า ปวดจากสาเหตุใด ร้ายแรงแค่ไหน และต้องปฏิบัติตัวอย่างไร ก็ถือว่าได้ความสบายใจ และได้ยาแก้ปวดแถมมาด้วย

อย่างไรก็ตาม มีบางคนที่ปวดหัวเพราะเกิดจากการป่วยหนักเป็นเหตุ พวกนี้มักมีอาการแปลกๆ ร่วมด้วย เช่น ปวดหัวเฉียบพลันและมีอาเจียน ปวดหัวพร้อมกับมีแขนขาอ่อนแรง ซึมลง สับสน เป็นต้น ซึ่งต้องรีบพาไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรักษาที่สาเหตุของโรค

ส่วนใหญ่คนที่ปวดหัวเรื้อรังมาเป็นเดือนๆ หรือเป็นมาหลายปี เกือบทั้งหมดมักไม่มีโรคร้ายแรง ส่วนมากจะเกิดจากความเครียด ซึ่งกลุ่มนี้จะมีอาการปวดตึงๆ รอบหัว หรือปวดต้นคอและไหล่ บางครั้งรู้สึกเหมือนมีเข็มขัดมารัด มักถูกกระตุ้นด้วยความเครียด อ่อนเพลีย อดนอน หรือการนั่ง ยืน นอน ที่ผิดท่า

นอกจากปวดหัวเพราะเครียดแล้วก็อาจเกิดจากไมเกรนซึ่งมีอาการทั่วไปคือมักปวดหัวข้างเดียว แบบตุ้บๆ บางคนปวดมากจนคลื่นไส้ บางครั้งก่อนปวดจะมีตาเห็นแสง มักพบในคนที่อายุไม่มากนัก ให้รักษาด้วยการปฏิบัติตัวและใช้ยาร่วมด้วย

การปฏิบัติตัวโดยทั่วไปคือ รักษาสุขภาพกายให้แข็งแรง โดยการกินอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำสะอาด ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ลดความเครียด ทำจิตใจให้แจ่มใส ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้คนทั่วไปมักจะทราบกันดีแต่ไม่ค่อยทำหรือไม่ตั้งใจที่จะทำ (หากเป็นไมเกรนควรเลี่ยงอาหารบางอย่าง เช่น ชา กาแฟ เนย กล้วยหอม ช็อกโกแลต ผงชูรส เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และต้องควบคุมความเครียด หัดผ่อนคลาย หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น เช่น อากาศร้อนจัด แสงจ้า เสียงดัง)

ดังนั้น หลายๆ คนอาจจะต้องสังเกตคนในครอบครัวของเราสักนิดนึงนะคะ เพียงดูแลกันให้มากขึ้น เท่านี้ก็จะช่วยบรรเทาความกังวลในกับครอบครัวกันได้แล้วค่ะ