Sorry, you need to enable JavaScript to visit this website.

โภชนาการเพื่อผิวสวย ตอนที่ 1

โภชนาการเพื่อผิวสวย ตอนที่ 1
ใครที่มีปัญหาริ้วรอย ผิวพรรณไม่สดใส มี ฝ้า กระ จุดด่างดำ หรือแลดูหน้าล้ำอายุจริง สัญญาณเหล่านี้เป็นสัญญาณของความเสื่อม เมื่อพูดถึงการดูแลผิวพรรณ หมอเชื่อว่าหลาย ๆ คน คงคิดแต่จะหาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมารับประทาน คาดหวังว่าจะมีผิวพรรณที่ดูสดใส อ่อนเยาว์ แต่คนส่วนใหญ่มักไม่ประสบความสำเร็จตามที่หวัง เพราะขาดความรู้เกี่ยวกับการดูแลเรื่องอาหารอย่างถูกต้อง รวมถึงการใช้โภชนเภสัช ซึ่งรวมถึงการใช้อาหารลักษณะยาและการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร คำว่า “โภชนเภสัช” หรือที่เรียกกันว่า Nutraceuticals มาจากคำว่า “Nutrition” รวมกับคำว่า “Pharmaceutical” หมายถึงอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพในแง่ของการป้องกันการเกิดโรคและช่วยการรักษา โดยอาหารนั้นมีส่วนประกอบของสารที่พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์อย่างเป็นระบบ แล้วว่าน่าเชื่อถือ และมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่ชัดเจน วันนี้หมอจะมาช่วยไขความลับ ว่าทำอย่างไรให้มีหน้าใสปิ๊ง ไร้ริ้วรอย และแลดูอ่อนเยาว์แบบยั่งยืน

1 หลีกเลี่ยงอาหารเร่งผิวเสื่อม ถ้าไม่อยากผิวเสื่อมเร็วแบบติดเทอร์โบ ต้องหนีให้ห่าง หรือถ้าชอบ อดใจกับอาหารเหล่านี้ไม่ได้ ก็รับประทานได้ครับ แต่อาจจะนานๆ ครั้งครับ

อาหารเร่งผิวเสื่อมแบบติดเทอร์โบตัวที่ 1 คือ แป้งและน้ำตาล เป็นผู้ร้ายทำลายผิว
แป้งและน้ำตาลเป็นอาหารที่ทำให้คุณสวยหล่อน้อยลง ท่องไว้เลยครับถ้าอยากผิวพรรณดีแลดูอ่อนเยาว์ ให้เลี่ยงแป้งขัดขาวและน้ำตาล จำไว้ว่าน้ำตาลของหวานทั้งหลายนั้น หวานแต่ร้าย ทำให้แก่เร็ว เสื่อมเร็ว แป้งขัดขาว และน้ำตาล ถูกขนานนามไว้ว่า “The Deadly whites” หรือขาวอันตราย อาหารที่ตกอยู่ในกลุ่ม “The Deadly whites” ได้แก่ ข้าวขัดขาว เส้นก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน พาสต้า มันฝรั่ง โดนัท สปาเก็ตตี้ พิซซ่า เค้ก คุ้กกี้ ขนมปัง

อยากผิวพรรณดีต้องเปลี่ยนมารับประทานแป้งไม่ขัดสี ที่จัดเป็นแป้งที่ดีต่อสุขภาพคือมีเส้นใยอาหารสูง หรือที่เรียกว่า “คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน (complex carbohydrate)” ใยอาหารจะช่วยเบรคหรือชะลอไม่ให้น้ำตาลดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดเราเร็วเกินไป เป็นอาหารที่ไม่กระตุ้นการอักเสบ ช่วยดับไฟอักเสบที่ผิว ถ้าคุณเป็นคนรักผิว ปกติที่ทานข้าวขัดขาวลองเปลี่ยนเป็นข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ขนมปังขาวลองเปลี่ยนเป็นขนมปังโฮลวีท หรือขนมปังธัญพืช พาสต้าเส้นสีขาวเปลี่ยนมาเป็นพาสต้าโฮลเกรน เราเรียกอาหารประเภทนี้ว่า อาหารดัชนีน้ำตาลต่ำหรือไกลซีมิกอินเดกซ์ต่ำ (Low glycemic index food) อาหารอื่นๆในกลุ่มนี้ เช่น ถั่ว ธัญพืชไม่ขัดสีทั้งหลาย โยเกิร์ตรสธรรมชาติ วุ้นเส้น ฝรั่ง ชมพู่ และแอปเปิ้ล ตามภาพที่1

แล้วน้ำตาลทำร้ายผิวหน้าเราอย่างไร หลายคนเริ่มมีคำถามในใจ ผิวหน้าเราเสื่อมเมื่อน้ำตาลรวมตัวกับโปรตีนครับ เราเรียกสภาวะนี้ว่าการเกิดปฏิกิริยาไกลเคชั่น (Glycation) โปรตีนที่เนื้อผิวเราก็คอลลาเจนนั่นเองครับ น้ำตาลเมื่อเข้าไปเกาะกับคอลลาเจน ทำให้คอลลาเจน (Collagen) แข็งไม่ยืดหยุ่น เสื่อมสภาพ ทำให้ผิวแย่ เยิน ไม่เนียนนุ่ม มีริ้วรอย

มีการศึกษาพบว่าการรับประทานน้ำตาลเพิ่มขึ้น 50 กรัมต่อวันหรือประมาณ 10 ช้อนชา ทำให้เกิดริ้วรอย ผิวเหี่ยว บางลง โดยปกติเราควรทานน้ำตาลไม่เกิน 4-6 ช้อนชาต่อวัน แค่ปัจจุบันคนไทยทานน้ำตาล เฉลี่ย 23 ช้อนชาต่อวัน ซึ่งส่วนมากแฝงอยู่ในเครื่องดื่มรสหวานและขนมหวานต่างๆ

อาหารเร่งผิวเสื่อมแบบติดเทอร์โบตัวที่ 2 คือ ไขมันทรานซ์ (Trans fat) ผู้จุดไฟแห่งการอักเสบ ไขมันทรานซ์เป็นกรดไขมันที่เกิดจากกระบวนการแปรรูปกรดไขมันไม่อิ่มตัวให้กลายเป็นกรดไขมันอิ่มตัว โดยผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจน (Hydrogenation) บางครั้งเรียกไขมันชนิดนี้ว่า “Hydrogenated fat” ทำให้ไขมันมีจุดหลอมเหลวสูงขึ้น ไม่เป็นไข ยืดอายุการใช้งานของน้ำมัน สามารถเก็บได้นาน ไม่เหม็นหืนง่าย ถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมเบเกอรี่ ทำเค้ก คุ้กกี้ แครกเกอร์ บิสกิต พาย และยังพบในเนยเทียมหรือมาการีน เนยขาว (Shortening ) โดนัท  เฟรนฟรายด์  ป๊อปคอร์น อาหารที่ใช้น้ำมันทอดซ้ำๆ อาหารเหล่านี้ ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังของผิว ทำให้ผิวหนังเสื่อมและเหี่ยวเร็ว เปรียบเหมือนไฟที่มอดไหม้ผิว ถ้าเป็นไปได้หลีกให้ห่างไปเลยครับ แนะนำให้หันมารับประทาน Good Fat ได้แก่ น้ำมันจากปลาทะเลน้ำลึกที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 น้ำมันมะกอกที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 9 ทำให้เยื่อหุ้มเซลล์ผิวยืดหยุ่นดี สารอาหารซึมผ่านได้ดี แต่ถ้าเรารับประทานไขมันทรานซ์ ทำให้เยื่อหุ้มเซลล์ผิวแข็ง ไม่ยืดหยุ่น สารอาหารซึมผ่านได้ยาก ผิวก็เสื่อมเร็ว จำไว้เสมอนะครับว่า “Trans fats are the worst for the skin”

อาหารเร่งผิวเสื่อมแบบติดเทอร์โบตัวที่ 3 คือ เนื้อแดง (Red meat) เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อสัตว์กลุ่มนี้มีกรดอะราคิโดนิก (arachidonic acid) ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการอักเสบในร่างกาย รวมทั้งผิวของเราด้วย ทำให้ผิวเสื่อมเร็ว ยิ่งถ้านำเนื้อแดงไปปิ้งย่างมีเขม่าไฟติดหรือไหม้เกรียม ก็จะเกิดสารที่มีชื่อว่าเบนโซไพรีน (benzopyrene) จัดเป็นอนุมูลอิสระและสารก่อมะเร็งซ้ำเติมเข้าไปอีก อนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นจากอาหารที่ผ่านความร้อนสูงจะทำร้ายผิว เปลี่ยนมารับประทานโปรตีนคุณภาพสูง จากเนื้อปลา ไข่ขาว และโปรตีนจากถั่วเหลืองดีที่สุดครับ

แล้วคอยติดตามตอนที่ 2 ที่จะไขความลับเพิ่มเติมว่าอาหารประเภทไหนที่เราควรหลีกเลี่ยง เพื่อทำให้เรามีหน้าใสปิ๊ง ไร้ริ้วรอย และแลดูอ่อนเยาว์แบบยั่งยืน

ที่มา : นพ.ไพศิษฐ์ ตระกูลก้องสมุทร