เราจำเป็นต้องดื่มน้ำถึง 8 แก้ว จริงหรือ?

เม.ย. 29, 2556
เราต่างทราบดีว่าน้ำเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกาย ในแต่ละวันเราต้องการน้ำปริมาณเท่าไหร่ ดูเหมือนเป็นคำถามธรรมดาที่มักได้คำตอบว่า “วันละ 2 ลิตร หรือวันละ 8 แก้ว” แต่คุณเคยสงสัยมั๊ยว่า 8 แก้วนี้รวมน้ำในผักผลไม้หรือไม่ หรือ 8 แก้วนี้นับเฉพาะน้ำเปล่าเท่านั้นรึเปล่า จริงแล้วๆ มีปัจจัยมากมายที่ทำให้เราต้องการปริมาณน้ำที่แตกต่างกัน ซึ่งหากคุณรู้ที่มาที่ไปแล้ว คุณเองก็สามารถบอกได้ว่าคุณเองต้องการน้ำเท่าไหร่

ปริมาณน้ำที่เราต้องการ??
  • ชดเชยน้ำที่เสียไป สร้างความสมดุล หลักการง่ายๆ ในการรับน้ำเข้าร่างกายก็คือเพื่อชดเชยน้ำส่วนที่เราเสียไป โดยปกติ ร่างกายเราสูญเสียน้ำวันละประมาณ 2.5 ลิตร ส่วนใหญ่เสียทางปัสสาวะประมาณ 1.5 ลิตร จากการหายใจ และเหงื่อประมาณ 0.9 ลิตร และทางอุจจาระอีกเล็กน้อย ส่วนแหล่งน้ำที่ร่างกายเราได้รับคือ จากอาหารที่รับประทานเข้าไปประมาณ 1 ลิตร จากกระบวนการเผาผลาญอาหารประมาณ 0.3 ลิตร ดังนั้นจึงเหลืออีกประมาณ 1.5 ลิตรที่เราควรเติมเต็มจากเครื่องดื่ม 
  • หลักการ “1 มิลลิลิตร ต่อ 1 แคลอรี” ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1945 โดยนักโภชนาการได้แนะนำให้ดื่มน้ำ 1 มิลลิลิตรต่ออาหาร 1 กิโลแคลอรี ซึ่งถ้าเราคำนวณโดยประมาณการว่าใน 1 วัน กินอาหารประมาณ 2,000 กิโลแคลอรี ก็จะต้องดื่มน้ำประมาณ 2,000 มิลลิลิตร 
  • ภาวะร่างกายและสภาพแวดล้อมอื่นๆ เราต้องการน้ำมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น อากาศร้อน หรืออากาศแห้ง มีไข้ ท้องเสีย หรือมีบาดแผล ช่วงการตั้งครรภ์และการให้นมบุตร รวมทั้งการมีกิจกรรมอื่ๆน ที่ทำให้เกิดการสูญเสียเหงื่อ เช่น การออกกำลังกาย
สรุปแล้ว ปริมาณน้ำ 8 แก้วหรือ 1.5 ลิตร ถือเป็นปริมาณน้ำโดยประมาณที่คนทั่วไปต้องการ เพื่อให้จำได้ง่าย โดยปริมาณน้ำ เพราะเป็นเรื่องยากที่เราจะสามารถรู้แน่นอนถึงปริมาณน้ำที่เราได้รับจากการกินอาหารหรือผลไม้ หรือบางคนแทบจะละเลยอาหารประเภทผลไม้อย่างสิ้นเชิง คำพูดที่ว่า “ ต้องดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว “ ดีต่อสุขภาพ จึงเข้ามาช่วยให้คนธรรมดาอย่างเรา ที่ไม่ใช่นักโภชนาการได้สังเกตุการดื่มน้ำของตัวเอง เพราะจริงๆแล้วถ้าเราจะดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว แล้วเพิ่มน้ำในส่วนที่ได้จากการกินอาหารหรือผลไม้ ก็ล้วนส่งผลดีต่องร่างกาย ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น ช่วยให้เลือดไม่เหนียวข้น แถมยังทำให้ผิวพรรณชุ่มชื้น ดูเปล่งปลั่งด้วย สำคัญกว่านั้น คือไตไม่ต้องทำงานหนักและทำให้ขับของเสียในไตออกมาได้ง่าย ไม่ตกตะกอนจนกลายเป็นนิ่ว แต่ก็ไม่ควรดื่มมากเกิน ในเวลาสั้นๆ เพราะจะทำให้เสียสมดุล จนอาจอันตรายถึงชีวิตได้ วิธีที่ถูกต้องคือ หมั่นจิบบ่อยๆ ตลอดทั้งวัน และเน้นเป็นน้ำเปล่าจะดีที่สุด เพราะน้ำเปล่านั้นไม่มีน้ำตาลและพลังงาน ทำให้เราไม่เผลอได้รับพลังงานมากเกินความจำเป็นเมื่อเทียบกับการดื่มเครื่องดื่มอื่นๆ ที่มักมีน้ำตาลมาก