Sorry, you need to enable JavaScript to visit this website.
กันยายน 12, 2011

เพราะรักจึงจูงมือ

เพราะรักจึงจูงมือ
จำได้ไหม... เด็กๆ ใครจูงมือคุณไปโรงเรียน แล้วเคยไหมที่คุณงอแงไม่ยอมเดิน เรียกร้องจะให้อุ้มกลับบ้าน ไม่มีคำปฏิเสธ ไม่มีการละเลยและไม่มีการทอดทิ้ง ทันทีทันใดสองมือพ่อกับแม่จะอุ้มเราขึ้นมาทันทีอย่างอ่อนโยน

แต่ในวันนี้แขนขาที่เคยแข็งแรงดูแลเราเมื่อวันวาน กลับเมื่อยล้าและมีพละกำลังที่น้อยลงกว่าเดิมสวนทางกับวัยที่มากขึ้น แล้วสองมือของคุณดูแลท่านอย่างอ่อนโยนเฉกเช่นที่สองมือของท่านดูแลเรามาหรือเปล่า

ในวัยผู้สูงอายุ สมรรถภาพของร่างกายไม่ว่าความแข็งแรง ความว่องไว และความทนทานล้วนอยู่ในช่วงถดถอย ดังนั้นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอทุกวันเป็นเรื่องสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการดูแลเรื่องอาหารการกินเลย

กิจกรรมออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับผู้ใหญ่ในวัยห้าสิบกว่าคือการเดิน และการออกกำลังนี้คงอุ่นใจและอบอุ่นอย่างที่สุด ถ้ามีลูกหลานเดินเคียงข้างไปกับท่านด้วยความรัก เอาใจใส่ จับมือกันเดินไปท่ามกลางบรรยากาศสดใสยามเช้า

และนี่คือบางสิ่งที่ควรระวังและควรใส่ใจสำหรับการเดินของผู้ใหญ่ในวัยห้าสิบกว่า

- เลือกรองเท้าสำหรับเดิน ในเมื่อกิจกรรมเราเกี่ยวข้องกับการเดิน สิ่งสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามก็คือรองเท้า ยิ่งผู้สูงอายุมักเป็นโรคปวดเมื่อยด้วยแล้ว เรายิ่งต้องพิถีพิถันเพื่อสุขภาพท่านเป็นพิเศษ รองเท้าที่เหมาะสมกับการออกกำลังกายควรมีน้ำหนักเบา มีแผ่นกันกระแทกที่ส้นเท้าและบริเวณกลางฝ่าเท้า พื้นรองเท้ากว้างป้านเพื่อช่วยกระจายน้ำหนัก และเมื่อพลิกกลับมาดูส่วนพื้นรองเท้าด้านนอก ควรเลือกพื้นที่มีลาย หรือปุ่มเพื่อช่วยยึดเกาะเวลาเดิน

- เบิกบานกับการเดินยามเช้า จริงๆ ออกกำลังกายด้วยการเดินทำเวลาไหนก็ได้ แต่เวลาดีที่สุดคือยามเช้า แสงแดดอ่อนๆ มีวิตามินดีที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และสายลมอ่อนๆ ยามเช้านั้นแสนบริสุทธิ์ ทำให้การเดินออกกำลังกายน่ารื่นรมย์กว่าเวลาใดๆ ระหว่างทางเดินถ้ามีโอกาสก็ให้สังเกตต้นไม้ใบหญ้า ดอกไม้หลากสี ฟังเสียงนกร้องเพลง มองริ้วเมฆบนฟ้า ง่ายๆ แค่นี้คุณก็มียามเช้าที่แสนจะเบิกบานแล้ว

- เดินให้เร็วกว่าปกติ การออกกำลังกายที่ดี ควรเป็นการออกกำลังกายที่ต่อเนื่องไม่ใช่หักโหมเป็นครั้งเป็นคราว สำหรับการเดินออกกำลังกายควรเริ่มจากเดินช้าแล้วเร่งฝีเท้าเป็นเร็วขึ้น เพื่อให้อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น อาจจะแกว่งแขนไปด้วย เพื่อบริหารกล้ามเนื้อส่วนอื่นๆ ทำให้อวัยวะต่างๆ ได้เคลื่อนไหว และการเผาผลาญของร่างกายมากขึ้น การเดินก็ไม่ต่างจากการออกกำลังกายประเภทอื่น คือควรเริ่มจากการวอร์มอัพร่างกายประมาณ 5-10 นาที ออกกำลังกาย 15-20 นาที และจบด้วยการผ่อนคลาย 5-10 นาที

- บริหารลมหายใจอย่างอ่อนโยน ปกติคนเรามักหายใจสั้นและตื้นด้วยความเคยชิน แต่ถ้าเราใช้ช่วงเวลาที่เดินฝึกหายใจอย่างถูกต้องไปด้วย ก็จะได้รับประโยชน์ถึงสองต่อ การหายใจที่มีคุณภาพ ควรหายใจให้ลึกจนถึงท้อง แล้วค่อยๆ ปล่อยออก ไม่เพียงเป็นการเพิ่มปริมาณออกซิเจนให้ร่างกาย ยังช่วยคลายเครียดได้อีกด้วย

แรกๆ คุณอาจรู้สึกว่าจังหวะการเดินกับช่วงของลมหายใจไม่สัมพันธ์กัน แต่ให้คุณสำรวจลมหายใจตัวเองอย่างอ่อนโยน เอาลมหายใจเป็นตัวตั้งแล้วปรับจังหวะการเดินให้เหมาะสม อาจจะเป็น 3 ก้าวต่อหนึ่งช่วงลมหายใจ หรือ 5 ก้าวต่อหนึ่งช่วงลมหายใจก็ได้ค่ะ ซึ่งความเหมาะสมของเรื่องนี้ ร่างกายจะบอกคุณเอง

และนี่คือประโยชน์ของการเดินเพียงบางส่วนที่จะทำให้คุณหลงรักการเดินมากกว่าเดิม ตามตำราสุขภาพบอกไว้ว่าการเดินออกกำลังกายช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ระบบไหลเวียน ของเลือด เมื่อเลือดไปเลี้ยงเซลล์และอวัยวะต่างๆ ได้ดี สุขภาพที่ดีก็ตามมา การเดินออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ยังช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้น ช่วยป้องกันโรคหัวใจ โรคความดันโลหิต โรคอ้วน โรคข้อเสื่อม และนานาสารพัดโรค แถมยังทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกกระฉับกระเฉง นอนหลับได้ดีขึ้นด้วย

แต่สิ่งหนึ่งที่ตำราสุขภาพเล่มไหนๆ ก็ไม่ได้ระบุไว้ คือความอบอุ่นผูกพัน ที่ถ่ายทอดมือสู่มือ จากใจสู่ใจ ระหว่างทางที่เราจับมือท่านเดินไปด้วยกัน ซึ่งเรื่องนี้คงต้องหาโอกาสพิสูจน์ด้วยตัวเอง
Article Type