เบาหวาน...เรื่องที่ไม่เบาและไม่หวานอย่างที่คิด

พ.ค. 1, 2553
เบาหวานคืออีกหนึ่งโรคร้ายที่ทุกครอบครัวไม่ควรมองข้าม แต่ควรใส่ใจและพิถีพิถันในการดูแลให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตห่างไกลเบาหวานให้มากที่สุด

เพราะถึงแม้เบาหวานจะไม่ใช่โรคที่เป็นแล้วเกิดอันตรายแบบเฉียบพลัน แต่เป็นโรคที่เป็นแล้วรักษาไม่หายและยังเป็นต้นเหตุของโรคอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งโรคหัวใจ เส้นเลือดตีบ ตาบอดจากเบาหวานขึ้นตา โรคไต และระบบปลายประสาทเสื่อม ด้วยผลกระทบที่มากขนาดนี้ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ควรจะหันมาให้ความสนใจกับโรค “เบาหวาน”ที่ไม่เบาและไม่หวานอย่างชื่อ

Did You Know? ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับโรคเบาหวานกันก่อน...

เบาหวานชนิดแรกคือ ชนิดพึ่งอินซูลิน เกิดจากร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินหรือฮอร์โมนที่ทำหน้าที่นำน้ำตาลเข้าไปใช้ในเซลล์และทำให้เกิดพลังงาน เมื่อรับประทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าว แป้ง น้ำตาล ร่างกายก็ไม่สามารถนำไปใช้เป็นพลังงานได้ ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเรื่อยๆ และกลายเป็นโรคเบาหวาน เบาหวานชนิดนี้มักพบในเด็กหรือวัยรุ่นเป็นส่วนใหญ่

เบาหวานอีกชนิด คือ ชนิดไม่พึ่งอินซูลิน โดยร่างกายยังผลิตอินซูลินได้แต่เซลล์ต่างๆ ไม่ตอบสนองต่ออินซูลิน ในอดีตเชื่อว่าเป็นโรคทางพันธุกรรมและเป็นโรคของผู้ใหญ่วัย 40 ปีขึ้นไป ถ้ามีคนในครอบครัวเป็นโอกาสที่ลูกหลานจะเป็นก็มีมาก แต่ปัจจุบันพบว่าเบาหวานชนิดนี้อาจเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคอ้วนและไม่ค่อยออกกำลังกาย เพราะความอ้วนทำให้ร่างกายดื้อต่ออินซูลิน เมื่อเด็กเป็นโรคอ้วนกันมาก เด็กและวัยรุ่นจึงเป็นเบาหวานชนิดนี้กันมากขึ้น

Change Your Life!

- ปรับพฤติกรรมเพื่อห่างไกลเบาหวาน
อาหารการกิน การควบคุมน้ำหนัก และการออกกำลังกายมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการป้องกันโรคเบาหวาน ดังนั้นเพียงแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างก็อาจทำให้ชีวิตห่างไกลโรคเบาหวานได้

- ควบคุมน้ำหนัก
ถ้าน้ำหนักเกินมาตรฐาน พยายามลดให้ได้สัก 5-10 เปอร์เซนต์ของน้ำหนักเดิม และพยายามควบคุมน้ำหนักจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานได้ถึง 58 เปอร์เซนต์ใน 3 ปี

- ใส่ใจในอาหาร
รับประทานอาหารให้ครบทุกมื้อและครบทุกหมู่ในปริมาณที่เหมาะสม โดยการรับประทานอาหารเช้าสม่ำเสมอจะช่วยลดความเสี่ยงของการดื้อต่ออินซูลินที่เป็นสาเหตุเบาหวานได้ถึง 30-50 เปอร์เซนต์ นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการลดความอ้วนด้วยการอดอาหารหรือเลิกรับประทานอาหารบางประเภท เช่น แป้ง น้ำตาล ไขมัน เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้น้ำหนักลดลงเพียวชั่วคราวเท่านั้นแต่จะกลับเพิ่มขึ้นใหม่ในระยะเวลาอันรวดเร็ว แต่ควรเน้นรับประทานอาหารที่มีเส้นใยหรือไฟเบอร์อย่างน้อยวันละ 25 กรัม และรับประทานให้หลากหลาย เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท ผัก ผลไม้ ถั่ว และเมล็ดธัญพืชไม่ขัดสี ควรรับประทานปลาและน้ำมันปลาให้ได้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง จะช่วยลดปัญหาโรคแทรกซ้อนจากเบาหวานได้

- หมั่นออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ
การหมั่นออกกำลังกายและขยับร่างกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยควบคุมน้ำหนัก รักษามวลกล้ามเนื้อ และช่วยให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายไวต่อฮอร์โมนอินซูลินมากขึ้น ทำให้ร่างกายสามารถนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานได้ดีขึ้น จึงช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด การออกกำลังที่ง่ายที่สุดและสามารถทำได้ที่บ้าน คือ การเดิน ทั้งการเดินขึ้นลงบันได เดินออกจากซอยบ้านแทนการนั่งรถ หรือการทำงานบ้านทุกวันก็เป็นการออกกำลังกายที่ดี

วิธีการเหล่านี้เป็นวิธีง่ายๆ แต่ต้องอาศัย “วินัย” ในการดูแลตนเองและคนที่คุณรัก เพียงเท่านี้ ครอบครัวคุณก็ห่างไกลจากโรคร้ายๆ อย่างเบาหวานได้แล้ว