เติมความหวานให้ชีวิตคู่ สดใสอยู่ตลอดเวลา

ก.ค. 1, 2554
ผู้หญิงทุกคน (ที่มีแฟนเป็นตัวเป็นตน) เมื่อถึงช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต ย่อมวาดภาพฝันถึงเรื่องของชีวิตคู่ และการแต่งงานเป็นธรรมดาจริงไหมคะ และแน่นอนที่สุด เมื่อความรักของคนสองคนเดินทางไปถึงจุดๆ หนึ่งจากที่เคยเป็นแค่แฟนฉัน เป็นแฟนกัน ย่อมต้องพัฒนาความสัมพันธ์ไปสู่คู่สามีภรรยา แต่รู้ไหมคะว่านั่นจะเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ของชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง!

หลายคู่นะคะ ที่พึ่งพบว่าไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้หลังจากแต่งงานกันไปแล้ว ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม สุดท้ายก็นำไปสู่คำว่า "เสียใจ" อยู่ดี เหมือนเรื่องราวของพี่สาวคนหนึ่งที่รู้จักกันตั้งแต่เด็กๆ พึ่งรู้สึกว่าได้ไปร่วมแสดงความยินดีในงานแต่งงานของคู่เขาอยู่ไม่นาน ผ่านไปไม่ถึงครึ่งปีได้ยินว่าแยกกันอยู่ไปซะแล้ว เหตุผลเพราะว่า อยู่ใกล้กันเกินไป ความคิดถึงที่เคยมีตอนห่างกันมันหายไป ต่างคนต่างคิดว่า มีเวลาอยู่ด้วยกันทั้งชีวิต เลยชะล่าใจ ต่างฝ่ายต่างทำงาน กิจกรรมที่เคยทำร่วมกันเริ่มน้อยลงเรื่อยๆ สุดท้ายความไม่เหมือนเดิม ก็พาให้ใจที่เคยใกล้ มันไกลห่างไปจนได้ จริงๆ แล้วถึงจะแต่งงานกันไป บางสิ่งบางอย่างที่เคยปฎิบัติตอนเป็นแฟนกัน ก็ยังควรทำอยู่เหมือนเดิมนะคะ เพื่อไม่ให้ชีวิตคู่มันเริ่มจืดจางไป จะได้ประคับประคองความหวานเอาไว้ให้คงอยู่ตลอด
 
Chic Recommends:

ทำกิจกรรมร่วมกัน

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของการทำกิจกรรมร่วมกันค่ะ หาอะไรก็ได้ที่ทำได้แค่ 2 คนเท่านั้น เยอะแยะไปหมด ขนาดตอนเป็นแฟนยังทำให้กันได้ อย่างการไปดูหนัง ฟังเพลง ทานข้าวนอกบ้าน ฯลฯ แต่ถ้าคิดว่าสิ่งเหล่านี้มันต้องใช้เวลา และต้องออกไปข้างนอก ซึ่งถ้าไม่ใช่วันหยุดสุดสัปดาห์จริงๆ อาจจะทำไม่ได้ขนาดนั้น ก็ลองหาอะไรทำสักเล็กน้อยร่วมกันตอนอยู่ที่บ้านก็ได้ ทำได้ทุกวัน และง่ายจนหลายคนลืมนึกถึงเลยด้วยซ้ำ

จัดระเบียบชีวิตเสียใหม่
ความห่างเหินจะเกิดขึ้นเมื่อมีเวลาให้กันน้อยลง หลายคนอาจคิดต่าง สงสัยว่า อ้าวในเมื่อแต่งงานอยู่ด้วยกันแล้ว มันจะมีเวลาให้กันน้อยลงได้ยังไง คำถามนี้ตอบได้ง่ายๆ ค่ะ ก็เพราะงานและความรับผิดชอบที่ทั้งคู่ต้องทำในแต่ละวันที่ทำให้ตารางชีวิต แน่นเอี๊ยดไปหมด แต่บางทีนั่นก็เป็นสิ่งที่คุณไปบังคับ ไปกำหนดให้มันเป็นแบบนั้นเองนะคะ ลองปรับใหม่ค่ะ ไม่ใช่เอะอะอะไรก็พูดแต่คำว่า “เดี๋ยวค่อยว่ากัน เดี๋ยวค่อยคุยกัน” ถ้างานมันเยอะ มันยุ่งจริงๆ ขนาดนั้น ก็อย่าแต่งกันซะเลยจะดีกว่า จริงๆ ไม่ต้องมีเวลาอยู่ด้วยกันตลอดก็ได้ แต่ขอให้เจียดมาให้สุดที่รักซักนิด ก่อนออกไปทำงานตอนเช้า หอมแก้ม ทักทายกันซักหน่อย พักเที่ยงก่อนทานข้าวก็โทรหากัน หยอดคำหวานอีกเล็กน้อย เลิกงานหาเวลานัดเจอกันข้างนอกก่อนเข้าบ้านบ้าง อาจจะแวะซื้อกับข้าวเข้าไปทำกินกันเองที่บ้านก็ได้ ทำได้แค่นี้ชีวิตคู่ก็จะเริ่มเขยิบเข้าใกล้กันมากขึ้นแล้วคะ ถึงจะมีเวลาให้กันน้อยก็เถอะ

ทำงานบ้านด้วยกัน
ในเมื่อวันธรรมดาต้องทำงานออกไปไหนมาไหนด้วยกันไม่ได้ และแน่นอนในกรณีที่คุณไม่ได้มีแม่บ้านคอยทำงานบ้านให้ วันหยุดก็ต้องมานั่งซักผ้า เก็บกวาดบ้านอีก เผลอแป๊ปๆ ก็หมดวันแล้วใช่ไหมคะ ทางแก้ง่ายๆ ค่ะ แทนที่จะยกงาน บ้านแต่ละอย่างให้ใครทำเพียงคนเดียว ก็มาช่วยกันทำด้วยกันเลยดีกว่า การซักผ้า เก็บกวาดเช็ดถูบ้าน ล้างจาน ฯลฯ ด้วยกันบางทีมันก็เป็นอะไรที่ดูน่ารักดีนะคะ แถมยังใช้เวลาเหล่านี้ได้จู๋จี๋พูดคุยกันอีกด้วย

ปิดโทรศัพท์มือถือซะบ้าง
ถึงการติดต่อสื่อสารจะเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตสัก แค่ไหน แต่ตอนจะดูหนังเมื่อก่อนตอนจีบกันใหม่ๆ ยังปิดโทรศัพท์ได้เลยจริงไหมค่ะ อยู่บ้านก็ทำแบบนั้นได้เหมือนกันค่ะ ลอง หาเวลาซักชั่วโมงสองชั่วโมง ปิดโทรศัพท์มือถือกันทั้งคู่ มานั่งพูดคุยกันดูบ้าง อัพเดตชีวิตกันหน่อยว่า แต่ละวันออกไปเจออะไรมาบ้าง มีความสุข มีความทุกข์ยังไง ให้ระบายออกมาให้หมด ลืมเรื่องอื่นๆไปซะ ทำแบบนี้ได้ทุกวันรับรอง อย่าว่าแต่ใกล้กันมากขึ้นเลยค่ะ เรื่องปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันในครอบครัวก็จะไม่เกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ (ยกเว้นแฟนคุณจะปิดโทรศัพท์ตอนอยู่บ้านเป็นประจำอยู่แล้ว เพราะไม่อยากได้ยินเสียงบ้านเล็กบ้านน้อยโทรมานะ)

ลดเสียงรอบตัวลง
เสียงที่ว่านี้รวมหมดทั้งเสียงวิทยุ เสียงโทรศัพท์ เสียงโทรทัศน์ เสียงเพลงบนรถ ฯลฯ ที่ให้ทำแบบนี้เพื่อให้คุณสามารถได้ยินเสียงของคนที่อยู่ข้างๆ ได้ชัดเจนขึ้นไงค่ะ โดยเฉพาะตอนอยู่บนรถนี่สำคัญมาก ถ้าเป็นไปได้ ชีวิตบางทีก็ไม่ต้องการอะไรที่ชิลล์ตลอดเวลาหรอกค่ะ ถ้าได้อยู่บนรถด้วยกันสองต่อสอง ก็ปิดเสียงเพลงซะ มานั่งคุยกันดีกว่า แต่ระวังอย่าพูดอะไรที่ผิดหู หรือมาหาเรื่องทะเลาะกันบนรถล่ะ

พยายามสร้างเซอร์ไพรส์ให้กันอยู่ตลอดเวลา
ข้อสุดท้าย ไม่ใช่ให้ทำอะไรหรูหราอลังการ เสียเงินเสียทองมากมายนะคะ อันนั้นถ้าจะทำไว้โอกาสสำคัญๆ อย่างวันครบรอบแต่งงาน หรือวันครบรอบวันแรกที่คบกันก็พอ แต่ลอง ทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ แบบที่อีกฝ่ายไม่คิดว่าเราจะทำให้ อย่างที่เวลาปกติอาจไม่เคยทำอะไรน่ารักๆ ไม่เคยเอาอกเอาใจ ก็ลองทำดูบ้าง อย่างการบีบยาสีฟันไว้ให้ก่อนที่แฟนเราจะเข้าไปอาบน้ำหลังกลับมาจากทำงาน ดึกๆ แอบทำของโปรดให้เขากิน แอบติด Post it คำหวานๆ น่ารักๆ ไว้ที่กระจกห้องนอน หรือในห้องนอน หวานๆ บ้าง ขำๆ บ้าง ยังไงถ้าอีกฝ่ายได้อ่านก็ต้องแอบอมยิ้มแน่นอนค่ะ หรือไม่ระหว่างการทำงานอาจจะส่งอีเมลล์ไปหา ไปบอกรัก บอกว่าคิดถึง อะไรก็ได้ เพราะสิ่งเหล่านี้นอกจะช่วยเติมความหวานให้กับชีวิตรักของคู่คุณแล้ว ยังช่วยเป็นกำลังใจในการทำงานให้กันและกันอีกด้วย แค่นี้ก็พอแล้วค่ะ
 
เห็นไหมคะว่าทุกเรื่องที่บอก ดูจะเป็นสิ่งเล็กน้อยทั้งหมดทุกข้อเลยจริงๆ แต่ก็เพราะอย่างนั้น มันก็เลยกลายเป็นสิ่งที่หลายคู่ลืมนึกถึงมันไป อ่านจนจบแล้ว ตอนนี้ก็เหลือแค่ลงมือทำเท่านั้นแหละ