Sorry, you need to enable JavaScript to visit this website.
สิงหาคม 30, 2012

เดินให้ฟิต พิชิตโรคร้าย

เดินให้ฟิต พิชิตโรคร้าย
มาชวนกันเดิน เดินให้เยอะกว่านั่ง เพราะประโยชน์ของการเดินมีนานัปการ ทั้งยังช่วยในเรื่องของสุขภาพทำให้น้ำหนักลด ควบคุมความดันโลหิตสูง หยุดเบาหวาน และช่วยให้ห่างไกลมะเร็ง แถมยังช่วยให้จิตใจแจ่มใส คลายความเครียด สร้างความผ่อนคลายพร้อมกับเสริมสมาธิให้แน่วแน่ยิ่งขึ้น ที่สำคัญยังเป็นการออกกำลังกายที่ทำได้พร้อมกันทั้งครอบครัวอีกด้วย

การ เดิน คือ การออกกำลังกายที่ไม่ต้องลงทุนสูง โดยเป็นการออกกำลังกายที่เหมาะกับคนทุกวัย ไม่ต้องใช้อุปกรณ์มาก แถมในขณะที่เดินก็ยังสามารถทำกิจกรรมอื่นๆ ควบคู่ไปด้วยได้ อย่างเช่น การฟังเพลง หรือการพูดคุยเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างคนในครอบครัว หรือเพื่อนฝูง อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าการเดินจะเป็นการออกกำลังกายที่ใช้ได้ผลกับทุกคนเสมอไป ถ้าหากไม่ตั้งอยู่ในความพอเหมาะ ดังนั้น จึงควรมาทำความเข้าใจกับเทคนิคการออกกำลังกาย ด้วยการเดินอย่างถูกวิธี เพื่อช่วยให้ร่างกายฟิต พิชิตโรคร้าย อย่างได้ผลกันดีกว่า

เทคนิค การเดินที่ถูกต้องคือ ควรเดินเร็วๆ ก้าวเท้าถี่ๆ และแกว่งแขนแรงๆ ปริมาณการเดินที่ให้ผลในการออกำลังกายคือ การก้าวเดินให้เร็วอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน อย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วันอย่างสม่ำเสมอ จึงจะถือว่าเป็นการออกกำลังที่หนักหน่วงพอประมาณและได้ประโยชน์อย่างแท้จริง หลายงานวิจัยพบว่า การเดินที่มากขึ้นสามารถให้ผลในการลดความเสี่ยงจากโรควิถีชีวิตต่างๆ ได้อีกด้วย
  • “โรคหัวใจและหลอดเลือด” ลดความเสี่ยงได้ 35% - 50% ถ้าเดินเร็ววันละ 30 – 45 นาที อย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์
  • “เบาหวาน” ลดความเสี่ยงได้ 34% ถ้าเดิน 1 ชั่วโมงต่อวัน
  • “อัมพาต” ลดความเสี่ยงได้ 34% ถ้าเดินได้มากกว่า 30 นาทีต่อวัน อย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์
  • “อ้วน” ลดน้ำหนักได้ 7 กิโลกรัม ภายใน 3 เดือน ถ้าเดินเร็ววันละ 1 ชั่วโมงทุกวัน
สำหรับประโยชน์ที่จะได้รับจากการออกกำลังกายด้วยการเดินนั้นมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อช่วงขา ช่วยให้ระบบการทำงานของหัวใจดีขึ้น ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้ดี โดยการเดินในระยะทางราว 1.5 กิโลเมตร จะช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกินได้ถึง 100 กิโลแคลอรีเลยทีเดียว

สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อทราบข้อจำกัดในการออกกำลังกาย สำหรับคนที่เป็นโรคเบาหวานซึ่งมีน้ำตาลในเลือดมากกว่าคนธรรมดานั้น การเดินช่วยให้น้ำตาลในเลือดถูกนำมาใช้เป็นมากขึ้น ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลงได้ ส่วนผู้ที่ป่วยเป็นโรคข้อ หรือในผู้สูงอายุ การเดินช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต เพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ แต่ควรเดินด้วยความเร็วที่ช้าลง เพื่อป้องกันการเกิดแรงกระทำต่อข้อต่อต่างๆ และไม่ให้ข้อต่อต้องรับน้ำหนักเต็มที่เกินไป แต่อาจเพิ่มเวลาในการเดินให้นานขึ้น เพื่อให้ร่างกายได้เผาผลาญพลังงานเต็มที่

เมื่อร่างกายได้ออกกำลัง กายอยู่เป็นประจำ ก็จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง มีภูมิต้านทานต่อโรคภัยต่างๆได้ดียิ่งขึ้น ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการชวนทุกคนในครอบครัวมาออกกำลังกายด้วยการเดินร่วมกัน อาจเป็นในตอนเช้าที่อากาศบริสุทธิ์ปลอดโปร่ง หรือยามเย็นรับแสงแดดอ่อนๆ และอย่าลืมเลือกรองเท้าคู่เก่งสักคู่ที่เหมาะสมกับการใส่ออกกำลังกาย ในระหว่างที่ออกกำลังกายนั้น ควรจิบน้ำบ่อยๆ ทีละน้อยๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดน้ำเป็นเวลานานๆ ซึ่งอาจเลือกเป็นน้ำบริสุทธิ์ หรือน้ำแร่จากธรรมชาติที่ผ่านการกรองแบบ 100% พร้อมแร่ธาตุตามธรรมชาติ เพียงเท่านี้คุณและคนที่คุณรักก็สามารถมีสุขภาพดีด้วยการเดินได้แล้ว
Article Type