เคล็ดไม่ลับขจัดไขมันรอบพุงคุณตาคุณยาย

ต.ค. 7, 2556
ภาวะอ้วนลงพุงกำลังเป็นภัยคุกคามผู้คนทุกเพศทุกวัยตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงผู้สูงวัย ยิ่งถ้าเป็นผู้สูงวัยแล้วการเผาผลาญพลังงานก็มีประสิทธิภาพน้อยลงเมื่อกินอาหารเข้าไปกำไรที่ได้ก็คือรอบพุงน้อยๆ ไปจนถึงใหญ่ๆ ตามลักษณะอาหารที่เราบริโภค เข้าไป ลองมาดูวิธีง่ายๆ ที่ช่วยขจัดไขมันรอบพุงผู้สูงวัยหรือคุณตาคุณยายกันค่ะ

1. เพิ่มความแข็งแรงด้วยออกกำลังกายหลากหลายรูปแบบ สลับไปมาในระยะเวลาสั้นๆ อย่างน้อยวันละ 30 นาที เช่น เดินเร็ว ปั่นจักรยานอยู่กับที่ รำมวยจีน หรือออกกำลังกายในน้ำ เช่น การเดิน และกายบริหารในน้ำ การออกกำลังกายแบบนี้จะช่วยเพิ่มออกซิเจนให้แก่ร่างกาย ทำให้หัวใจและปอดทำงานได้ดีขึ้น และเป็นการเพิ่มกล้ามเนื้อทำให้ช่วยเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น แต่อย่าลืมนะคะ หากคุณตาคุณยายมีโรคประจำตัวควรปรึกษาคุณหมอถึงวิธีการออกกำลังกายที่เหมาะสมและคำแนะนำอื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัยของท่านค่ะ

2. เคลื่อนไหวร่างกายด้วยความคล่องแคล่ว ถ้าวันไหนคุณตาคุณยายไม่ได้ออกกำลังกาย ก็อาจใช้วิธีเคลื่อนไหวร่างกายบ่อยๆ ยกแขนขึ้นลงพับแขนเข้าออก เอียงตัวไปทางซ้าย ขวา กำมือ แบมือ หรือชวนท่านทำกิจกรรมง่ายๆ ที่ทำให้ได้เคลื่อนไหวร่างกาย เช่น รดน้ำต้นไม้ เดินเล่นในสวนสาธารณะ เพียงเท่านี้ร่างกายของท่านก็ได้เคลื่อนไหวอย่างกระฉับกระเฉงแล้ว

3. พักผ่อนให้เพียงพอ คุณทราบหรือไม่ว่าการอดนอน จะส่งผลให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนที่ควบคุมปริมาณกล้ามเนื้อและไขมันน้อยลง ทำให้ร่างกายสะสมไขมันมากขึ้น นอกจากนี้ การพักผ่อนเต็มที่หลับสนิททั้งคืนทำให้ร่างกายได้ผ่อนคลายส่งผ่านความสดชื่นจากภายในสู่ภายนอก

4. เลือกกิน ไม่ใช่ว่าให้เรื่องมากนะคะ แต่ควรเอาใจใส่ดูแลเรื่องอาหารการกิน โดยเลือกกินของเพื่อสุขภาพมากขึ้น เช่น ลดข้าวขาว ขนมปังขาว หันมากิน ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีทแทน เลือกอาหารที่มีกากใย เช่น ธัญพืช ผัก ผลไม้ที่ไม่หวานจัด ฯลฯ และเลือกอาหารประเภท อบ นึ่ง หรือต้มแทนอาหารผัดๆ ทอดๆ เลือกอาหารหรือผลิตภัณฑ์อาหารที่มีไขมันต่ำ ก็จะช่วยลดปริมาณพลังงานและไขมันที่ได้รับ

5. ลดหวาน เค็ม มัน เจ้าสามสิ่งนี้แหละคือศัตรูตัวฉกาจที่ทำให้ไขมันรอบพุงหนาขึ้นเรื่อยๆ และเป็นต้นเหตุของโรคมากมาย เช่น โรคอ้วน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน โรคไต และโรคอื่นๆ อีกมากมาย ดังนั้น จึงแนะนำให้คุณตาคุณยาย ลด ละ เลิก อาหารประเภทหวานจัด มันจัด หรือเค็มจัด

6. อย่าลืมอาหารเช้า จากงานวิจัยพบว่าคนที่ไม่กินอาหารเช้า จะมีโอกาสที่น้ำหนักตัวเกินได้มากกว่าคนที่กินอาหารเช้าเป็นประจำ ดังนั้น ควรดูแลให้คุณตาคุณยายกินอาหารเช้าทุกวันนะคะ

7. ดื่มน้ำเปล่า อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว ช่วยรักษาสมดุลในร่างกาย ทำให้ร่างกายสดชื่น แถมยังช่วยให้ลดความอยากอาหารได้อีกด้วย

8. ชาเขียวช่วยได้ เพราะในชาเขียวมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อว่า คาเทชิน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย และช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญในร่างกายด้วย

9. กำลังใจ กำลังใจดีๆ หาได้ไม่ยากก็จากลูกหลานใกล้ตัวท่านนี่ล่ะคะ หมั่นเติมกำลังใจให้ท่านหรือจะออกกำลังกายเป็นเพื่อนกัน ปรับอาหารการกินกันทั้งบ้านเท่านี้ก็ช่วยให้คุณตาคุณยายฟิตแอนด์เฟิร์มแล้วค่ะ