หุ่นดี 24 ชั่วโมง

ธ.ค. 3, 2558
 

หลายคนอาจคิดว่ายังมีเวลาอีกเหลือเฟือสำหรับการเริ่มต้นดูแลสุขภาพ แต่หากไม่อยากลงเอยด้วยการมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น และสัดส่วนที่ขยายขึ้นเรื่อย ๆ ลองทำตามเคล็ดลับเหล่านี้ ที่จะช่วยให้คุณมีรูปร่างที่ดีและสุขภาพที่ดีไปพร้อมกัน

  • 6.00 น. ดื่มน้ำหนึ่งแก้วหลังตื่นนอน เพื่อช่วยกระตุ้นให้ลำไส้เคลื่อนไหว และขับถ่ายสะดวก
  • 7.00 น. เริ่มต้นมื้อเช้า จะช่วยกระตุ้นระบบเมตาบอลิซึมที่หยุดทำงานขณะเราหลับ และควรเลือกอาหารเช้าที่มีใยอาหารสูง เพราะร่างกายต้องใช้เวลานานเพื่อย่อยและดูดซึม ทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น ไม่หิวโหยหรืออยากอาหารก่อนถึงมื้อเที่ยง นอกจากนี้เส้นใยอาหารจะไปขัดขวางการดูดซึมไขมันที่ลำไส้เล็กด้วย อาหารที่มีเส้นใยสูง เช่น ข้าวกล้อง ซีเรียลโฮลเกรน ถั่วต่างๆ ข้าวโพด ผัก ผลไม้ (ควรเลือกที่ไม่หวานจัด เช่น แอปเปิล แก้วมังกร ส้ม ฝรั่ง)
  • 7.30 น. เดินรับแสงแดดอ่อนๆ ช่วยเผาผลาญพลังงานและยังช่วยให้ร่างกายสร้างวิตามินดี เพื่อกระดูกที่แข็งแรง
  • 8.30 น. วิ่งขึ้นบันได เร่งความเร็วเพียง 30 วินาที จะช่วยเพิ่มการผลิตโกร๊ทฮอร์โมน (Growth Hormone) ที่ช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อ
  • 9.00 น. ดื่มกาแฟสักแก้ว คาเฟอีนในกาแฟจะช่วยกระตุ้นอัตราการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย
  • 10.00 น. ดื่มน้ำเปล่าตลอดวัน โดยควรดื่มให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว การดื่มน้ำเปล่ายังช่วยกระตุ้นให้ระบบเมตาบอลิซึมทำงานเพิ่มขึ้นอีกด้วย
  • 11.00 น. เคลื่อนไหวไปมา ลุกจากเก้าอี้เดินไปมาบ่อยๆ จะช่วยเผาผลาญพลังงานเพิ่มขึ้น
  • 11.40 น. ดื่มเครื่องดื่มกาแฟที่มีสารสกัดจากถั่วขาวก่อนถึงมื้ออาหาร เพื่อช่วยลดพลังงานที่จะได้รับจากคาร์โบไฮเดรตในมื้อกลางวัน
  • 12.00 น. เลือกเมนูพลังงานต่ำ คือประเภทนึ่ง อบ ต้ม ระมัดระวังการกินก๋วยเตี๋ยวผัดไทย ผัดซีอิ๊ว หรือก๋วยเตี๋ยวแห้ง เมนูก๋วยเตี๋ยวเหล่านี้ให้พลังงานค่อนข้างสูงจากไขมัน อย่าลืมเคี้ยวช้าๆ คำหนึ่งให้ได้สัก 20 ครั้ง จะช่วยให้กินน้อยลง
  • 14.00 น. หากรู้สึกอยากทานของว่าง ให้เลือกของว่างที่ไม่เพิ่มรอบเอว เช่น แอปเปิล ส้มโอ กล้วยน้ำว้าผลเล็ก ซึ่งควรมีติดที่ทำงานไว้แทนขนม เพราะแม้จะระมัดระวังเรื่องอาหารแค่ไหน แต่ถ้าไม่เปลี่ยนสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการลดน้ำหนักก็ยากที่จะทำได้สำเร็จ
  • 15.00 น. พยายามใช้บันไดแทนลิฟต์เสมอ จะช่วยเผาผลาญแคลอรีโดยคุณไม่รู้ตัว
  • 16.00 น. เดินหรือขี่จักรยานทุกๆ ครั้งที่สามารถจะทำได้ กิจกรรมง่ายๆ ที่ช่วยเผาผลาญพลังงานในร่างกายได้เป็นอย่างดี เช่น เดินออกไปซื้อของ หรือถ้าไกลหน่อยก็ขี่จักรยานแทนการขับรถ
  • 17.30 น. ออกกำลังหนักสลับเบา ช่วยกระตุ้นเมตาบอลิซึมได้ดี และยังช่วยให้เผาผลาญแคลอรีได้ต่อเนื่องตลอดวัน
  • 18.30 น. ทานอาหารมื้อเย็น โดยยึดหลักอาหารจานสุขภาพ หรือ 2 1 1 คือให้ครึ่งหนึ่งของจานเป็นผักต่างๆ อีก 1/4 ของจานเป็นข้าวกล้อง และอีก 1/4 เป็นอาหารประเภทโปรตีนที่ให้ไขมันต่ำ เช่น เนื้อสัตว์ไร้มัน เนื้อปลา ไข่ หรือเต้าหู้ และควรทานมื้อเย็นให้ห่างจากเวลาเข้านอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการเกิดกรดไหลย้อน และยังช่วยลดการสะสมไขมันด้วย
  • 22.00 น. นอนหลับเพียงพอ การนอนไม่เพียงพอ จะเพิ่มระดับฮอร์โมนความเครียด และลดระดับฮอร์โมนเลปติน หรือฮอร์โมนความอิ่ม ส่งผลให้รู้สึกหิวและกินมากกว่าปกติในวันรุ่งขึ้น