สุขภาพช่องปากสร้างได้ด้วยสองมือเด็ก

ม.ค. 2, 2556
สุขภาพช่องปากเป็นสิ่งสำคัญที่เด็กจะต้องรู้จักดูแลด้วยตัวเองอย่างถูกวิธี เพื่อจะได้ติดเป็นนิสัยทำเป็นประจำเมื่อเขาโตขึ้น และกลายเป็นผลลัพธ์ที่ดีต่อช่องปากอย่างสูงสุด ซึ่งพ่อแม่เป็นคนสำคัญที่จะต้องคอยดูแลเขาตั้งแต่เกิด คอยสอนและให้ความรู้อย่างใกล้ชิด ทั้งวิธีการแปรงฟันอย่างไรให้ถูกวิธี รวมถึงการเลือกแปรงสีฟันให้กับเขา ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่พ่อแม่สามารถทำเป็นตัวอย่างให้กับลูกๆ ได้ทำตามไปพร้อมกันได้ เพื่อสุขภาพช่องปากที่ดีทั้งครอบครัว

เด็กแต่ละช่วงวัยย่อมมีการดูแลสุขภาพปากและฟันไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะช่วงเด็กเล็กที่ยังเป็นฟันน้ำนม ซึ่งจะขึ้นซี่แรกเมื่ออายุ 6 เดือนและครบ 20 ซี่เมื่ออายุ 2-3 ปี และจะเริ่มหลุดไปเมื่ออายุ 6 ปี ครั้งละ 1-2 ซี่ จนกระทั่งซี่สุดท้ายเมื่ออายุ 12 ปี ซึ่งพ่อแม่หลายคนมักเข้าใจผิดคิดว่าฟันน้ำนมไม่สำคัญ เพราะอยู่ไม่นานก็หลุดไป ความจริงแล้วฟันน้ำนมมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะถ้าฟันน้ำนมผุแล้วไม่รักษา ก็อาจทำให้เชื้อลุกลามไปสู่ฟันแท้ข้างใต้ได้ แถมเด็กที่มีฟันน้ำนมผุก็มีโอกาสมีฟันแท้ผุมากกว่า และหากต้องเสียฟันน้ำนมไปก่อนที่ฟันแท้จะขึ้น ก็จะทำให้ฟันแท้ขึ้นไม่ตรงตำแหน่งด้วย ดังนั้น ช่วงนี้พ่อแม่จึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะกล้ามเนื้อข้อมือเด็กยังไม่แข็งแรง จึงยังแปรงฟันได้ไม่ทั่วถึง พ่อแม่ควรแปรงฟันให้หน้ากระจก เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ไปด้วยในตัว และเมื่อเขาอายุประมาณ 7-8 ปี จึงสามารถปล่อยให้แปรงฟันเองได้ เนื่องจากเด็กมีพัฒนาการข้อมือที่ดีเพียงพอแล้ว

แปรงให้ดี แปรงให้ถูกวิธี


การดูแลป้องกันไม่ให้เด็กมีฟันผุ จะทำให้เด็กสามารถเคี้ยวอาหารได้ละเอียด ส่งผลดีต่อระบบทางเดินอาหารและการเจริญเติบโตของร่างกาย ทั้งยังทำให้เด็กมีทัศนคติที่ดีต่อการทำฟัน เพราะเด็กไม่รู้สึกเจ็บปวดจากการปวดฟันและการรักษา ดังนั้น พ่อแม่จะต้องไม่ละเลยในการทำความสะอาดฟันให้ลูกตั้งแต่เกิด ด้วยการเอาผ้าสะอาดพันปลายนิ้ว ชุบน้ำเช็ดเหงือก ลิ้น และกระพุ้งแก้มให้ทั่ว วันละ 2 ครั้ง และควรเริ่มใช้แปรงสีฟันเมื่ออายุ 1-2 ปี โดยเลือกแปรงที่มีขนนุ่ม ขนาดเหมาะกับปากเด็ก มีด้ามจับที่ถนัดมือ และใช้ยาสีฟันสำหรับเด็กที่ผสมฟลูออไรด์ ช่วยป้องกันฟันผุได้ โดยบีบยาสีฟันขนาดเท่าเมล็ดถั่วเขียวก็พอ แต่ถ้าเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปียังไม่ต้องใช้ยาสีฟัน เพราะเด็กยังควบคุมการกลืนได้ไม่ดี ควรแปรงวันละ 2 ครั้ง ตอนเช้าและก่อนนอน

วิธีการแปรงฟันที่ดี ทำได้โดยวางขนแปรงตั้งฉากกับตัวฟัน แล้วขยับขนแปรงไปมาสั้นๆ ในแนวนอน นับ 1 ถึง10 ในแต่ละบริเวณและทำซ้ำจนทั่วทุกซี่ในช่องปาก และต้องแปรงลิ้นด้วยทุกครั้ง ซึ่งการสอนและทำให้ดูเป็นตัวอย่างจะทำให้เด็กจำและติดเป็นนิสัย เมื่อโตขึ้นก็จะสามารถแปรงได้อย่างถูกต้อง

นอกจากเรื่องการแปรงฟันแล้ว พ่อแม่ควรดูแลเรื่องอาหารการกินของลูกๆ ที่อาจมีผลต่อสุขภาพช่องปากด้วย โดยควรดูแลเรื่องอาหารที่ประกอบด้วยแป้งและน้ำตาล เพื่อป้องกันฟันผุ ซึ่งถ้ามีการดูแลช่องปากที่ดีแล้ว ก็อาจจะเลือกขนมหวานที่มีประโยชน์ให้ทานได้ เพื่อให้เขารู้สึกไม่ถูกบังคับมากเกินไป อย่างขนมช็อกโกแลตที่ผสมนม ซึ่งมีคุณค่าต่อร่างกาย

สุดท้ายอย่าลืมพาลูกไปพบทันตแพทย์ตรวจสุขภาพฟันทุก 6 เดือน เพื่อเป็นการสร้างรากฐานฟันที่แข็งแรงให้ตั้งแต่เด็ก เพื่อให้เขาได้เรียนรู้และลงมือทำด้วยสองมือของเขาเองเมื่อโตขึ้น ถือว่าพ่อแม่มีส่วนสำคัญและเป็นตัวอย่างที่ดีในการที่ลูกจะมีสุขภาพฟันดีไปตลอดชีวิต