สัญญาณน่ารู้จากร่างกาย

มิ.ย. 19, 2556
“ร่างกายของมนุษย์นั้นซับซ้อน และแม้จะใช้เวลาศึกษามาเนิ่นนาน แต่ก็มีหลายๆ อย่างที่เรายังเข้าไม่ถึง และไม่อาจรับรู้ได้ว่ามันคืออะไรกันแน่” จิม แคมป์เบลล์ นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษผู้เขียนหนังสือ The Body Language of Health เปิดเผย

งานวิจัยชิ้นแรกของแคมป์เบลล์เริ่มต้นที่ภรรยานั่นเอง เขาเริ่มสังเกตว่าช่วงหนึ่งพฤติกรรมการกินของเธอเปลี่ยนไป กลายเป็นชอบรับประทานผักกาดหอมสดๆ มากเป็นพิเศษ หลังจากนั้นไม่นาน ภรรยาของเขาตรวจพบว่าเป็นมะเร็งเต้านม แคมป์เบลล์ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับผักกาดหอมเพิ่มเติม และพบว่าผักชนิดนี้มีสารต้านมะเร็งที่เรียกกันว่า sulforaphanes ซึ่งเมื่อผ่านการบำบัดรักษาจนหายดี อาการอยากรับประทานผักของภรรยาก็หายไป และเหตุการณ์นั้น ก็ได้จุดประกายให้เขาเริ่มศึกษาอาการต่างๆ ของร่างกาย จนกระทั่งรวบรวมออกมาเป็นรูปเล่มในที่สุด
ลองมาฟังอาการง่ายๆ เหล่านี้ดู เผื่อคุณจะได้เริ่มสังเกตว่าร่างกายกำลังจะสื่ออะไร

ถ้าคุณอยากกินช็อกโกแลตมากๆ เป็นไปได้ว่า คุณอาจขาดสาร phenylethylamine

โกโก้ น้ำตาล ไขมัน และคาเฟอีน ทำให้ช็อกโกแลตกลายเป็นขนมหวานอร่อยโดนใจคนทุกคน นอกจากนี้ ในช็อกโกแลตยังประกอบด้วยสารชื่อว่า phenylethylamine สารนี้จะช่วยกระตุ้นให้สมองหลั่งสารที่เรียกว่า dopamine ออกมา คุณสมบัติของสารนี้ก็คือทำให้เราสบายใจ ผ่อนคลาย และยินดี แคมป์เบลล์กล่าวปิดท้ายว่า การที่ร่างกายต้องการช็อกโกแลต แปลว่าเรากำลังรู้สึกเครียด และอยากได้รับคำชมหรือสิ่งดีๆ นั่นเอง แม้ช็อกโกแลตจะคลายเครียดได้ แต่หลักๆ แล้วเมื่อร่างกายส่งสัญญาณเตือน คุณควรจะหยุดกิจกรรมที่ทำอยู่ และหาอย่างอื่นทำเพื่อให้ร่างกายผ่อนคลาย

ถ้าคุณง่วงนอนหลังรับประทานอาหารอิ่ม เป็นไปได้ว่า คุณอาจขาดสาร chromium

หลังรับประทานอาหาร ระดับน้ำตาลในเลือดจะเพิ่มสูง และถ้าร่างกายขาดสารโครเมียม ซึ่งควบคุมการทำงานของตับล่ะก็ ตับอ่อนอาจผลิตอินซูลินในปริมาณที่มากเกินพอดี ทำให้อะดรินาลินพุ่งสูง ทำหน้าที่แทนน้ำตาล ผลก็คือ คุณจะรู้สึกเหนื่อยอ่อน ง่วงนอน หมดแรง อ่อนเพลีย ไม่อยากทำงานต่อ ถ้าหากรู้สึกง่วงทุกครั้งหลังจากรับประทานอาหาร ลองรับประทานเมนูที่ประกอบด้วยโครเมียม อย่างเช่น บรอคโคลี มะเขือเทศ และกระเทียม ดู เชื่อว่าจะดีขึ้น

ถ้าคุณอยากเคี้ยวน้ำแข็งก้อนเล่น เป็นไปได้ว่า คุณอาจขาดธาตุเหล็ก

จากสถิติพบว่า 30 เปอร์เซ็นต์ของประชากรบนโลกนี้เป็นโรคโลหิตจาง เพราะร่างกายขาดธาตุเหล็ก WHO ระบุว่าเป็นธาตุที่มนุษย์ขาดแคลนมากที่สุด ณ ตอนนี้ โดยเฉพาะผู้หญิงตั้งครรภ์ และเด็กๆ ซึ่งถ้ารับประทานยาโดยไม่ระวัง ก็อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ หลายคนสงสัยว่าแล้วมันเกี่ยวอะไรกับพฤติกรรมอยากเคี้ยวน้ำแข็ง ก็เพราะการขาดธาตุเหล็กจะทำให้ริมฝีปากร้อนผ่าว เหงือกบวมแดง ก็เลยทำให้อยากเคี้ยวน้ำแข็งเย็นๆ เพื่อลดความร้อนและอาการปวดบวม ถ้าหากคุณรู้สึกว่าอยากเคี้ยวน้ำแข็งตลอดเวลา ลองปรับพฤติกรรมเพิ่มธาตุเหล็กให้ร่างกายด้วยการรับประทานอาหารเช้าจากธัญพืชเต็มเมล็ด ที่ประกอบด้วยธาตุเหล็ก และไปหาหมอเพื่อตรวจร่างกาย

ถ้าคุณกัดเล็บเป็นประจำ เป็นไปได้ว่า คุณอาจขาดแร่ธาตุ

พฤติกรรมกัดเล็บ ไม่ได้เสี่ยงต่อแบคทีเรียและสิ่งสกปรกอื่นๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นพฤติกรรมที่ส่งสัญญาณว่าร่างกายของคุณขาดแร่ธาตุสำคัญที่จำเป็นต่อกระดูก ทั้งนี้ เล็บและกระดูกมีองค์ประกอบของแร่ธาตุชนิดเดียวกัน เมื่อคุณเริ่มกัดเล็บ หมายความว่ากระดูกได้แร่ธาตุไม่เพียงพอ และต้องการเพิ่มเติม ดังนั้น ถ้าอยากให้พฤติกรรมชอบกัดเล็บน้อยลง แทนที่จะทาบอระเพ็ด ก็ลองเปลี่ยนเป็นรับประทานผัก ผลไม้ให้มากขึ้น หรือเพิ่มวิตามินบำรุงกระดูก เพื่อเพิ่มแร่ธาตุให้กับร่างกาย

ถ้าคุณจำความฝันไม่ได้ เป็นไปได้ว่า คุณอาจขาดวิตามินบี 6

ในอดีตเคยมีเรื่องเล่าขำๆ ของฝรั่งที่ว่าถ้าอยากจำความฝันได้ ก่อนนอนให้กินชีสเสียก่อน บางทีคำกล่าวนี้อาจเป็นความจริงก็ได้ งานวิจัยของสถาบัน Cheese Board ประเทศอังกฤษ ที่เลือกคนมา 200 คน แล้วให้ทุกคนรับประทานชีสก่อนนอนวันละ 20 กรัม ผลพบว่า 67 เปอร์เซ็นต์จำความฝันได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น สารหลักๆ ในชีสคือวิตามินบี 6 นั่นเอง ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสาระสำคัญที่ช่วยเรื่องการทำงานของกรดอะมิโน ทั้งยังช่วยส่งเสริมการทำงานของสมอง เพิ่มความจำ ทำให้คุณจำความฝันได้แม่นยำมากขึ้น นอกจากนี้วิตามินบี 6 ยังช่วยบำรุงหัวใจอีกด้วย อาหารที่ประกอบด้วยวิตามินบี 6 ได้แก่ ตับ ไข่แดง ปลา นม เครื่องดื่มช๊อกโกแลตที่มีส่วนผสมของวิตามิน B ข้าวโพด ข้าวโอ๊ต แต่ถ้าคุณกลัวอ้วนหรือกำลังลดน้ำหนัก จะเปลี่ยนเป็นรับประทานวิตามินเม็ดก็ได้เช่นกัน

แม้ว่า เรื่องเหล่านี้อาจยังไม่ถูกสรุป 100% แต่หลักการง่ายๆ เพื่อไม่ให้สัญญาณผิดปกติเกิดขึ้น คือ การรับประทานอาหารให้หลากหลาย ครบทุกกลุ่มอาหาร ในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อให้ได้รับสารอาหารต่างๆ อย่าเพียงพอ