สอนเด็กให้รู้จักแบ่ง

พ.ย. 22, 2554
สำหรับพ่อแม่ที่กำลังมีปัญหาเรื่องลูกหวงของจนกลายเป็นนิสัยน่าหนักใจ โดยเฉพาะเมื่อเด็กโตจนต้องเข้าโรงเรียนแล้วกลายเป็นคนชอบแย่งของกับเพื่อนหรือโดนมองว่าเป็นคนไร้น้ำใจทำให้ไม่มีเพื่อนๆ เล่นด้วยจนเด็กเองจะเริ่มไม่มีความสุข แล้วต่อยอดไปจนถึงไม่อยากไปโรงเรียนและไม่กล้าเข้าสังคมอีกเลย

ปัญหาเช่นนี้นักจิตวิทยาบอกว่าเกิดจากครอบครัวเป็นหลัก โดยเฉพาะครอบครัวที่มีลูกคนเดียวหรือมีลูกจำนวนน้อยทำให้เด็กๆ ไม่คุ้นเคยที่จะต้องแบ่งปันกับใคร อีกทั้งทุกคนในครอบครัวทั้งพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย รุมเอาใจจนเด็กรู้สึกราวกับว่าตัวเองกลายเป็นศูนย์กลางของจักรวาล เรียกว่าได้รับจนเคยชินมากกว่าจะรู้จักให้จนเคยตัวแบบเด็กที่มีพี่น้องมากๆ

และนี่คือแบบฝึกหัดง่ายๆ ของการเริ่มต้นให้เด็กรู้จักแบ่งปัน

1. ให้ในหลากหลายโอกาส การให้มีหลายรูปแบบ ไม่ใช่เฉพาะการทำบุญ แต่ยังมีการทำทานที่ให้แก่ผู้ต่ำกว่า หรือมีน้อยกว่าหรือผู้ที่กำลังอยู่ในทุกข์เข็ญ อย่างที่เราเห็นข่าวคราวของน้ำท่วม และคนไทยช่วยกันบริจาค จะเห็นได้ว่าเงินทองหรือข้าวของที่เราสละกันคนละนิดเมื่อนำมารวมกันมากเข้าก็สามารถช่วย เหลือคนที่เดือดร้อน ช่วยลดปัญหาโดยรวมของสังคมได้

นอกจากนั้น เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ มีวันสำคัญทางศาสนาตลอดทั้งปี จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะชวนสมาชิกจัดข้าวของและพากันไปทำบุญกันบ้าง เมื่อของล้นเกิน วัดก็จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางกระจายข้าวของเหล่านี้ไปยังวัดต่างจังหวัด บ้าง ให้ผู้ยากไร้บ้างหรือไม่ก็มอบให้กับค่ายอาสาพัฒนาที่เยาวชนในมหาวิทยาลัย ต่าง ๆ จัดขึ้น ครอบครัวที่นับถือศาสนาอื่น ๆ ก็ไม่ต่างกัน โบสถ์หรือมัสยิด ก็เป็นศูนย์รวมใจและสอนให้คนรู้จักแบ่งปัน สำคัญคือ เมื่อเวลาพาน้อง ๆ หนู ๆ ไปทำกิจกรรมเหล่านี้ ควรอธิบายที่มาที่ไป หรือเหตุผลที่เราต้องรู้จักทำบุญรูปแบบต่าง ๆ เหล่านี้ด้วย อีกสิ่งที่ไม่ควรลืมคืออย่ามัวทำบุญกุศลหรือทำทานนอกบ้านหรือต้องเดินทางไปไกล ๆ การดูแลหรือแบ่งปันให้เคนรอบตัว เพื่อนฝูง ญาติสนิท มิตรสหาย ก็เป็นการฝึกกล่อมเกลาจิตใจที่สำคัญ

ถ้าคุณเคยแกล้งแหย่เด็กๆ วัย3-5ขวบว่าขอขนมทานบ้าง แล้วเจ้าหนูเปลี่ยนสีหน้าโดยทันทีหรือแสดงออกอย่างชัดเจนว่าหวงของ ทั้ง ๆ ที่ขนมยังมีอีกเต็มถุง ทางการแพทย์ระบุว่าสาเหตุว่าเกิดขึ้นเพราะเด็กยังแยกไม่ออกระหว่างอารมณ์กับเหตุผล ไม่สามารถแยกแยะการเป็นเจ้าของถาวรกับการเป็นเจ้าของชั่วคราวได้ จึงมักหวงของกิน ของเล่นไว้ ไม่แบ่งใคร ดังนั้นจะเป็นการดี ถ้าคนในครอบครัวหรือคนที่เด็กรักและเชื่อใจเป็นพิเศษจะช่วยกันอธิบายอย่างถูกวิธี

สำหรับพ่อแม่บางครอบครัวที่มักบอกให้พี่เสียสละของส่วนตัวให้น้อง ไม่ใช่วิธีสอนที่ถูกต้องเสมอไปเพราะฝ่ายน้องจะถูกตามใจจนเคยตัวและกลายเป็นคนที่คอยรับจนเคยชิน ส่วนพี่ก็จะรู้สึกถูกละเมิดสิทธิ์จนไม่มีความสุข ดังนั้นจึงควรทำให้ทั้งคู่ได้กลายเป็นทั้งผู้รับและผู้ให้อย่างสมบูรณ์แบบ ดังที่พ่อแม่สมัยใหม่คู่หนึ่งที่ร่วมแชร์ประสบการณ์ได้เล่าให้ฟังถึงการสอนพี่น้องให้รู้จักแบ่งว่า

“ผมรู้ว่าลูกคนเล็กโปรดปรานชอกโกแลตคิทแคทมาก ยามที่พาเจ้าลูกชายไปช็อปปิ้งซูเปอร์มาร์เก็ต ก็จะตั้งคำถามประเภทว่า “ถ้าแบ่งให้พี่ต้นด้วย หรือเอาไปเผื่อเพื่อนเป้ที่โรงเรียนด้วยต้องซื้อกี่อัน” “ไอศกรีมนี่ถ้าหนูทานคนเดียว ก็จะอิ่มเกินไป เดี๋ยวทานข้าวไม่ลง หนูแบ่งให้คุณพ่อหน่อยได้มั๊ยคะ” เพราะผมเชื่อว่าสถานการณ์สมมติเหล่านี้จะช่วยให้เด็กรู้จักคิดถึงคนอื่นและลดอาการหวงของลงได้มากทีเดียวครับ”

2. ปฏิบัติให้เห็นเป็นตัวอย่าง การสอนให้รู้จักแบ่งปันจะใช้เพียงแค่การอธิบายไม่เป็นผลสำเร็จแน่นอน ทางที่ดีที่สุดคือการทำให้เห็นเป็นแบบอย่าง เพราะเด็ก ๆ จะจดจำการเรียนรู้ที่ได้จากประสบการณ์จริงได้ดีกว่า

ดังนั้นการปฏิบัติเป็นตัวอย่างหรือชวนเจ้าตัวเล็กไปร่วมกันเก็บข้าวของ หรือซื้อของไปบริจาค ก็จะเป็นการปลูกจิตสำนึกของการให้และการแบ่งปันได้อย่างดี อีกทั้งการให้เขาได้ไปเห็นเด็กกำพร้า หรือบ้านผู้สูงอายุ และค่อย ๆ อธิบายเหตุผล เขาจะค่อย ๆ ซึมซับและทำความเข้าใจถึงความสำคัญของการแบ่งปันมากขึ้น

3.คำชม ทำดีก็ต้องชมเป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้นเมื่อเขาเริ่มต้นแบ่งปันได้อย่างที่ผู้ใหญ่ต้องการแล้ว อย่าลืมเอ่ยปากชมให้เขาเกิดความภูมิใจในการกระทำของตัวเองด้วย อีกทั้งคำชมเหล่านี้ยังจะเป็นแรงผลักดันที่สำคัญที่จะทำให้เขาอยากแบ่งปันมากขึ้นอีกครั้งในอนาคต

ลองดูนะคะ เพราะสังคมเรา และสังคมทุกประเทศทั่วโลก ยังต้องการการแบ่งปันอยู่เสมอ