สมาธิสามารถทำได้ง่ายๆ กว่าที่คุณคิด

ก.ค. 23, 2556
พูดถึงเรื่องนั่งสมาธิ สาวๆ หลายคนทำหน้าเมื่อย นึกภาพคนนุ่งขาวห่มขาว ต้องไปอยู่ตามวัด ไม่จำเป็นต้องลำบากถึงขนาดนั้นแล้ว เพราะสมาธิสามารถทำได้ง่ายๆ ทุกที่ ทุกวัน ทุกเวลา
เหตุผลสำคัญที่เราอยากให้คุณหันมานั่งสมาธิให้มากขึ้น เป็นเพราะว่าปัจจุบัน วิถีชีวิตของเราผูกเข้ากับเทคโนโลยีมาก จนบางครั้งอาจจะมากเกินไป ทำให้เกิดความสับสน บางครั้งเสพติดจนแทบไม่ได้มีเวลาหันมามองอย่างอื่นบ้างเลย การนั่งสมาธิเป็นการฝึกฝนจิตใจ และพิสูจน์มาแล้วว่าให้ประโยชน์ได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้ชีวิต กระตุ้นความทรงจำ ทำให้จดจำได้ดีขึ้น ควบคุมอารมณ์และความเครียดได้ดีขึ้น ฉลาด สุขุม รอบคอบมากขึ้น ดังนั้น คุณก็แค่สละเวลาวันละ 5 – 10 นาที เพื่อฝึกฝนจิตใจ อย่ามัวหาข้ออ้างว่าไม่รู้จะไปทำสมาธิที่ไหน เพราะเราบอกได้เลยว่าการนั่งสมาธินั้น ทำได้ง่ายมาก ไม่ยากอย่างที่คุณคิดอีกแล้ว

“ฉันนั่งสมาธิไม่ได้ นั่งยังไงก็สู้คนอื่นไม่ได้”

เรื่องตลกก็คือ ความคิดนี้ไม่ใช่ความผิด และยังตรงกับกฎของการนั่งสมาธิเลยทีเดียว เพราะเราไม่ได้ต้องการให้คนนั่งสมาธิคิดว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่น เก่งกว่า ทำได้ดีกว่า หรือเปรียบเทียบตัวเองกับใคร ถ้าคุณมานั่งสมาธิกันเป็นกลุ่ม แล้วเอาแต่คิดว่าคนอื่นทำได้ดีกว่า มันก็จะกลายเป็นว่าคุณไม่ได้สงบจิตสงบใจ แถมยังฟุ้งซ่านกว่าเดิมอีกต่างหาก การนั่งสมาธินั้นทำได้ง่ายๆ ก็แค่ไม่ต้องตัดสินใคร ทำแบบที่คุณชอบ ทำแล้วสบายใจก็ทำ แค่นั้นก็พอแล้ว

ลองนี่ดู : ระหว่างนั่งสมาธิ ถ้ากระสับกระส่ายไม่สบายใจเมื่อไหร่ สิ่งสำคัญคือต้องมีสติรู้ตัว เมื่อรู้แล้วก็หยุดคิด แล้วกลับมาตั้งสติอยู่ที่การหายใจเข้าออกให้ได้เหมือนเดิม ถ้าเมื่อใดที่ใจสับสน คิดมาก ให้พยายามลืมและปล่อยวาง

“ฉันใจไม่เย็นพอ ยังไงก็ทำไม่ได้”

พึงระลึกไว้เสมอว่าความหมายของการนั่งสมาธิคือการผ่อนคลายจริงๆ ไม่ใช่ “พยายาม” ผ่อนคลาย เพราะเมื่อไหร่ที่คุณเริ่มต้นด้วยคำว่า “พยายาม” เท่ากับว่าคุณเหนื่อยและอึดอัดที่ต้องทำมัน เป้าหมายของการนั่งสมาธิคือยอมรับปัญหาที่มี รับรู้ว่ามันมีอยู่จริง แต่ก็ปล่อยวาง ไม่เอามันมาเป็นปัญหาให้ต้องคิดมากหรือทำให้ไม่สบายใจ

ลองนี่ดู : ถ้าระหว่างนั่งสมาธิ คุณรู้สึกร้อนรนว่า ทำยังไงก็ไม่ผ่อนคลายสักที ต้องพยายามมากกว่านี้ๆๆๆ เราอยากให้คุณหยุด อย่าไปกังวลกับมัน นั่งแล้วไม่ผ่อนคลายก็หยุด ถ้ายังปล่อยวางไม่ได้ ก็คิดซ้ำๆ อยู่อย่างนั้นนั่นแหละ เอาจนกว่าจะคิดได้ นั่นคือกระบวนการอย่างหนึ่งของการไปสู่สมาธิที่ถูกต้อง ถ้าร่างกายของคุณเครียด คุณต้องยอมรับ แทนที่จะพยายามกดดันตัวเอง แล้วหาทางเปลี่ยนแปลง

“นั่งแล้วจะหลับเอานะ”

การนั่งสมาธิช่วยให้จิตใจผ่อนคลาย และมีสติรู้ตัวอยู่เสมอ และมันยังช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย สบายใจ รับมือกับความเครียดได้ง่ายกว่าเดิม แต่ขณะเดียวกัน หลักของการนั่งสมาธิก็คือ ต้องรู้และเข้าใจปัญหา และต้องใส่ใจกับความรู้สึกของตัวเอง ดังนั้น ถ้ารู้สึกว่านั่งแล้วจะหลับ เราอยากให้คุณลองลุกขึ้น ยืดเส้นยืดสาย หาน้ำสะอาดดื่ม กาแฟอุ่นๆ ชาอุ่นๆ ชาเย็น ชะมะนาว หรือน้ำผลไม้เย็นๆ ก็ได้ อะไรที่ทำให้ร่างกายสดชื่นขึ้น

ลองนี่ดู
: ท่าที่เหมาะกับการนั่งสมาธิคือนั่งหลังตรง ไหล่ผ่อนคลาย ไม่ใช่นั่งแบบตึงเกินไป หรือนั่งเอนๆ จนกลายเป็นเลื้อย ท่านี้จะทำให้ง่วงได้ ควรนั่งสบายๆ เป็นธรรมชาติ จะนั่งบนเก้าอี้หรือนั่งบนพื้นก็ได้ ถ้าหากกลัวว่านั่งแล้วจะหลับ ก็ลองนั่งสมาธิด้วยการลืมตาก็ได้ ไม่ใช่เรื่องผิด แต่หลังจากเริ่มแน่ใจแล้วว่าไม่หลับแน่ ให้หลับตาดีกว่า เพราะจะรวมสติและสมาธิได้ดีกว่า นอกจากนี้ ไม่ควรนั่งสมาธิหลังกินข้าวมาอิ่มๆ เพราะหลังจากร่างกายเริ่มเผาผลาญอาหาร ก็จะทำให้ง่วงนอนได้เร็วกว่าปกติ ช่วงเวลาก่อนมื้อเช้าหรือมื้อเย็นเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุด

“ฉันยุ่ง ไม่มีเวลาหรอก”

แค่นั่งสมาธิสั้นๆ คงไม่เสียเวลามากนักหรอก และการนั่งสมาธิยังช่วยให้คุณมีสติชัดเจนขึ้น ทำงานได้ยาวขึ้น มีเป้าหมายมากขึ้นด้วยนะ ในระยะยาว ถ้าคุณสละเวลายุ่งๆ มานั่งสมาธิสักนิด ก็จะช่วยให้ความคิดคมชัด แจ่มใสมากขึ้นได้

ลองนี่ดู : ถ้ายังรู้สึกว่าไม่มีเวลา และไม่อยากเสียเวลาทำงานมานั่งสมาธิ ง่ายที่สุดเลย ขอเวลาแค่ 2 – 3 นาที ที่คุณทำงานแล้วเครียดๆ กดดัน เริ่มปวดหัว ปวดหลัง หรือเมื่อยเนื้อเมื่อยตัว หลับตาลง นับลมหายใจ 5 – 10 ครั้ง หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกช้าๆ ทำแค่วันละสองครั้งเท่านั้นก็พอแล้ว ถ้าหากทำแล้วชอบหรือรู้สึกดีก็อาจเพิ่มเป็นครั้งละ 10 – 15 หรือ 15 – 20 ก็ได้ แต่หลักๆ เราอยากให้คุณรู้สึกว่าได้นั่งสมาธิโดยไม่ต้องพยายามอะไรมากเท่านั้นล่ะ


ง่ายที่สุด ลองนี่ดู

ถ้าคุณเป็นคนขี้เกียจจนสุดโต่ง เราก็ขอบอกว่าข้อใหญ่ใจความของการนั่งสมาธิคือ การทำจิตให้สงบ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ต่อให้เป็นในรถ หรือในออฟฟิศก็ตาม คุณทำได้ง่ายๆ ถ้าหากรถติดจัด ก็ลองปิดโทรศัพท์ ปิดเพลง ปิดวิทยุ แล้วปรับเบาะที่นั่งให้เข้าที่เข้าทาง จากนั้นก็เพ่งสายไปข้างหน้า หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกช้าๆ นับ 1 – 10 แค่นี้ก็ถือเป็นการนั่งสมาธิได้แล้ว แต่ถ้าอยู่ในออฟฟิศ เราแนะนำให้คุณหลับตาด้วย จะยิ่งผ่อนคลายได้มากขึ้น