Sorry, you need to enable JavaScript to visit this website.
กันยายน 15, 2014

วัยไหนก็ต้องออกกำลังกาย

วัยไหนก็ต้องออกกำลังกาย

เด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี
การออกกำลังกายในวัยนี้เน้นความเพลิดเพลิน สนุกสนานของเด็กเป็นหลัก ฝึกการทำงานประสานกันของมือ สายตา เท้า ควรให้เด็กได้ออกกำลังกายเบาๆ ง่ายๆ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์มากนัก เช่น การวิ่ง การเล่นเกม กายบริหารประกอบดนตรี การปีนป่าย ว่ายน้ำ เป็นต้น

เด็กอายุ 11-17 ปี
การออกกำลังกายในวัยนี้เพื่อเพิ่มความคล่องแคล่ว ปลูกฝังให้มีน้ำใจนักกีฬา และให้มีการแสดงออกถึงความสามารถเฉพาะตัว ควรส่งเสริมให้เด็กเล่นกีฬาที่หลากหลาย เพื่อให้มีการพัฒนาร่างกายทุกส่วนโดยใช้กิจกรรมหลายๆ อย่างสลับกัน เช่น ฟุตบอล แชร์บอล วอลเลย์บอล ปิงปอง แบดมินตัน ยิมนาสติก ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน

หนุ่มสาวอายุ 18-30 ปี
วัยนี้จัดว่ามีสมรรถภาพทางกายดีที่สุดจะออกกำลังกายวิธีใดก็ได้ทั้งนั้น เพราะกระดูกและกล้ามเนื้อพัฒนาเต็มที่ มีความแข็งแรงและอดทน เพศชายสามารถเล่นกีฬาได้แทบทุกชนิดที่ใช้กำลัง ความแข็งแรง ความรวดเร็ว และความอดทน เช่น การวิ่ง ว่ายน้ำ ฟุตบอล แบดมินตัน บาสเกตบอล วอลเลย์บอล เทนนิส ส่วนเพศหญิง ควรเน้นกีฬาประเภทที่ไม่หนัก แต่ทำให้ร่างกายแข็งแรง และเสริมสร้างรูปร่าง ทรวดทรง เช่น ว่ายน้ำ ยิมนาสติก โยคะ วอลเลย์บอล

วัยกลางคน
การออกกำลังกายเป็นประจำในวัยนี้จะช่วยลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ และช่วยผ่อนคลายความเครียดของจิตใจ และยังช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคต่างๆ เช่น เบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ เป็นต้น ควรเน้นกิจกรรมที่เคลื่อนไหวช้า ให้ความเพลิดเพลินสบายใจ เช่น เดินเร็ว  วิ่งเหยาะๆ ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน เต้นแอโรบิก

วัยสูงอายุ
ควรเน้นการออกกำลังกายที่ฟื้นฟูสุขภาพให้แข็งแรง ช่วยให้ผู้สูงอายุได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ สภาพจิตใจสดชื่น แจ่มใสขึ้น และช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น เช่น การเดิน การวิ่งเหยาะ รำมวยจีน เป็นต้น

สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เมื่อออกกำลังกายก็คือการดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำแร่เพื่อชดเชยน้ำที่สูญเสีย เพราะระหว่างการออกกำลังกายจะมีการสูญเสียน้ำเพิ่มขึ้นเนื่องจากการระเหยของเหงื่อเพื่อระบายความร้อนออกจากร่างกาย ไม่จำเป็นต้องเป็นน้ำเกลือแร่ซึ่งส่วนใหญ่มักมีน้ำตาลในปริมาณมาก  เพราะการเสียเหงื่อจากการออกกำลังกาย  จะเป็นการเสียน้ำมากกว่าเสียเกลือแร่ในร่างกาย จึงไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำเกลือแร่เข้าไปทดแทนแค่น้ำเปล่าก็เพียงพอ ส่วนวิธีดื่มน้ำอย่างถูกวิธีนั้น ควรดื่มน้ำเปล่าไม่เกิน 1 แก้ว ก่อนออกกำลังกายประมาณ 10 นาที ในขณะออกกำลังกายจิบเล็กน้อยทุก 10-15 นาที และหลังจากการออกกำลังกายราว ครึ่งชั่วโมงควรดื่มน้ำอีกสัก 2 แก้ว

Article Type