ลดอ้วนด้วยการนับคาร์โบไฮเดรต

มี.ค. 31, 2557

หลายคนที่สนใจเรื่องลดน้ำหนัก คงเคยได้ยินกระแสลดน้ำหนักสูตรไร้คาร์บ หรือสูตรโลว์คาร์บ กันบ้าง คำว่า “คาร์บ” (Carb) เป็นคำย่อที่ใช้แทนคาร์โบไฮเดรต (Carbohydrate) โดยมีหลักการคือการจำกัดอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ได้แก่ ข้าว แป้ง เผือก มัน น้ำตาล ผัก ผลไม้ นม และธัญพืชต่างๆ หันมากินโปรตีน ได้แก่ เนื้อ หมู ปลา ไก่ ไข่ แทน จะทำให้ร่างกายขาดคาร์โบไฮเดรตในการสร้างพลังงาน และดึงเอาไขมันที่สะสมออกมาเผาผลาญใช้เป็นพลังงานแทน ซึ่งเป็นการเร่งกลไกในการเผาผลาญไขมันโดยใช้กลไกของร่างกายเป็นตัวเร่งนั่นเอง

การนำวิธีการนับคาร์โบไฮเดรตมาใช้ในการลดอ้วน
สำหรับผู้หญิงวัยทำงานที่ต้องการลดน้ำหนัก ควรได้รับพลังงาน 1,000-1,200 กิโลแคลอรี โดยจำกัดปริมาณคาร์บไม่เกิน 8 คาร์บต่อวัน ก็จะช่วยให้น้ำหนักลดลงได้ 0.5 กิโลกรัมต่อสัปดาห์

ปริมาณ 1 คาร์บ ในอาหารชนิดต่างๆ
เนื่องจากในอาหารแต่ละชนิดมีปริมาณคาร์โบไฮเดรตต่างกัน จึงกำหนดให้คาร์โบไฮเดรต 15 กรัม นับเป็น 1 คาร์บ หรือเทียบเท่ากับอาหารในปริมาณ ดังนี้

ปริมาณอาหารที่เทียบเท่ากับ 1 คาร์บ

ข้าวโพด        1/2   ฝัก

ส้ม  แอปเปิล   1    ผล

ข้าวสวย        1     ทัพพี

กล้วยน้ำว้า      1    ผล

ข้าวต้ม          2     ทัพพี

ฝรั่ง  มะม่วง    1/2  ผล

ข้าวเหนียว     3      คำ

เงาะ  มังคุด     4    ผล

ก๋วยเตี๋ยว      1      ทัพพี

มะละกอ  แตงโม         6  ชิ้นคำ

บะหมี่           1      ก้อน

องุ่น  ลองกอง  ลิ้นจี่     8  ผล

ขนมปัง         1      แผ่น

มะขามหวาน     2   ฝัก

ขนมจีน         1      จับ

ขนุน               2   ยวง

ลูกเดือยต้ม   ซีเรียลไม่มีน้ำตาล  1/2   ถ้วยตวง

ทุเรียน            1   เม็ดเล็ก

ฟักทองนึ่ง      2      ชิ้น

น้ำอัดลม         1/2 กระป๋อง

นมจืด           1       กล่อง

น้ำตาลทราย     3   ช้อนชา


การจำกัดปริมาณคาร์โบไฮเดรตจะช่วยให้การควบคุมน้ำหนักได้ผลดียิ่งขึ้น นอกจากนี้อาจเสริมด้วยกาแฟหรือเครื่องดื่มโกโก้ที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากถั่วขาว ที่มีงานวิจัยพบว่าช่วยยับยั้งการเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาลบางส่วน  จึงช่วยให้ได้รับพลังงานจากแป้งน้อยลง ซึ่งจะช่วยให้การมีน้ำหนักที่เหมาะสม รูปร่างที่สมส่วน เป็นจริงได้