รักษ์ดวงตาด้วยการกินและการออกกำลังกาย(ดวงตา)

พ.ค. 8, 2557

คุณเคยมีอาการเหล่านี้หรือไม่?

  • ตาพร่ามัว ตาลายเป็นพักๆ เมื่อยตา ปวดตา เคือง แสบ ตาแดง น้ำตาไหล ขณะมองใกล้ 
  • มักจะเกิดอาการเวลาบ่ายหรือค่ำๆ หลังจากใช้สายตาเป็นเวลานานๆ จนกล้ามเนื้อตาเกร็ง
  • มีอาการมึนศีรษะ และเห็นภาพซ้อนร่วมกันด้วยเป็นครั้งคราว

เหล่านี้คืออาการที่เรียกว่า สายตาเพลียหรือสายตาล้า เกิดจากการใช้สายตามากเกินไป หรือใช้สายตาขณะที่แสงไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นโรคฮิตของคนยุคนี้ที่ใช้สายตาในการอ่าน เขียน ดู หรือทำงานอยู่กับโทรทัศน์หรือคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ

วิธีปฏิบัติตนเพื่อลดอาการสายตาเพลีย
เพราะดวงตาก็ต้องการการดูแลเอาใจใส่ด้วยอาหารการกินและการออกกำลังกาย

  1. กินอาหารที่ช่วยบำรุงสายตา
    • อาหารที่มีวิตามินเอ ได้แก่ จากอาหารจำพวก ตับไก่ ตับหมู ไข่แดง ฟักทอง ผักบุ้ง ฯลฯ
    • อาหารที่มีลูทีน (Lutein) และซีแซนทีน (Zeaxanthin) ลูทีนและซีแซนทีนเป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ซึ่งทำให้พืชมีสีเหลือง มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่พบอยู่ในจุดรับภาพของดวงตาคนเรา ทำหน้าที่ช่วยกรองแสงหรือป้องกันรังสีที่จะทำให้เกิดอันตรายต่อดวงตา ช่วยปกป้องไม่ให้เซลล์ของจอประสาทตาถูกทำลาย อาหารที่มีลูทีนและซีแซนทีน ได้แก่ ผักผลไม้ที่มีสีเขียวเข้มและสีเหลือง เช่น ผักคะน้า ผักปวยเล้ง ผักโขม ข้าวโพด แครอท ฟักทอง
    • อาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 และ 6 ช่วยลดอาการตาแห้ง และลดความเสี่ยงการเกิดต้อกระจกและจอตาส่วนกลางเสื่อมสภาพ พบในน้ำมันข้าวโพด น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันปลา เป็นต้น
  2. บริหารดวงตา จะช่วยให้เลือดมาเลี้ยงจอรับภาพมากขึ้น กล้ามเนื้อตาแข็งแรง นัยย์ตาสดใส และยังช่วยลดสายตาสั้น กันสายตายาว ไม่ต้องเปลี่ยนแว่นบ่อยๆ อีกด้วย

ท่าที่ 1 กลอกลูกตามองไปทางซ้ายสุด และมองมาทางขวาสุดเท่าที่จะทำได้ ทำ 10 ครั้ง

ท่าที่ 2 เหลือบลูกตาขึ้นมองเพดาน โดยวางหน้าตรง ไม่แหงน และเหลือบตาลงล่างสุดมองพื้น ทำขึ้นๆ ลงๆ 10 ครั้ง

ท่าที่ 3 เหลือบตามองขึ้นไปที่ปลายคิ้วซ้าย และลากเหลือบลงมาที่แก้มขวา ทำ 10 ครั้ง

ท่าที่ 4 เหลือบตามองขึ้นไปที่ปลายคิ้วขวา และลากตาเหลือบลงมาที่แก้มซ้าย จากนั้นกลอกลูกตาหมุนไปเป็นวงกลม วนซ้ายและขวา ทำข้างละ 10 ครั้ง

ท่าที่ 5 หลับตาทั้งสองข้าง เอานิ้วชี้ทั้งสองข้างวางเหนือคิ้วแต่ละข้าง แล้วค่อยๆ กดนวดคิ้วและรอบดวงตา เพื่อเป็นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่อยู่รอบนอกของตา


รักษ์ดวงตาด้วยการกินและการออกกำลังกาย(ดวงตา)

นอกจากนี้ ยังควรพักสายตาบ่อยๆ อย่าใช้สายตาอย่างต่อเนื่องนานเกินไป ควรพักสายตาระยะสั้นๆ
โดยการหลับตา หรือลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถประมาณ 2 - 3 นาที ในทุกครึ่งชั่วโมง หรือกะพริบตาถี่ๆ
เพราะในภาวะปกติคนเราจะกะพริบตานาทีละ 20 - 22 ครั้ง ทุกครั้งที่กะพริบตา เปลือกตาจะรีดน้ำตา
ให้มาฉาบผิวกระจกตา แต่ถ้าในขณะที่จ้องหรือเพ่งตาค้างไว้นานกว่าปกติ เช่น เวลาที่เราอ่านหนังสือ
ดูทีวีหรือจ้องคอมพิวเตอร์ จะทำให้เรากะพริบตาเพียง 8 - 10 ครั้ง น้ำตาก็จะระเหยออกไปมาก
ทำให้ตาแห้ง