ยิ่งอด ยิ่งอ้วน

ม.ค. 20, 2557
สาวๆ บางคนชอบใช้วิธีลดน้ำหนักด้วยการอดอาหาร อาจจะอดมื้อเช้า หรืออดมื้อเย็น หรือใช้วิธีการจำกัดปริมาณอาหารที่รับประทานต่อวันไม่ให้เกิน 1,000 กิโลแคอรี หรือบางคนหนักกว่านั้น แค่ 500 กิโลแคลอรี โดยเข้าใจว่าการอดอาหารหรือจำกัดแคลอรี จะทำให้ร่างกายได้รับแคลอรีจากอาหารน้อยลง เมื่อได้รับพลังงานน้อย ร่างกายจะสลายไขมันที่สะสมไว้ออกมา ทำให้น้ำหนักลดลงได้ จริงๆ แล้วการใช้วิธีนี้จะได้ผลในระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น เพราะร่างกายของเราไม่ได้ตรงไปตรงมาตามสมการนี้ เนื่องจากร่างกายมีกลไกในการรักษาชีวิตของตนเองตามธรรมชาติ คือเมื่อพบว่าเรากำลังตกอยู่ในภาวะขาดพลังงาน ขืนปล่อยไปเรื่อยๆ ต้องอดตายแน่ๆ ร่างกายก็จะปรับตัวโดยอัตโนมัติด้วยการลดอัตราการเผาผลาญ หรือ metabolism ลง ทำให้เมื่อลดน้ำหนักมาได้ระดับหนึ่ง น้ำหนักก็จะไม่ลดลงอีก สุดท้ายเมื่อเลิกอดอาหารและกลับมากินเหมือนเดิม ร่างกายที่ลดการเผาผลาญลงก็จะปรับตัวไม่ทัน เผาผลาญไม่หมด น้ำหนักดีดกลับคืนมาหรือเรียกว่าเกิดโยโย่ นั่นเอง

เพราะฉะนั้นหากอยากลดน้ำหนักให้สำเร็จต้องไม่อดอาหาร และวิธีการที่จะทำให้ร่างกายเผาผลาญได้ดีที่สุด คือ ต้องให้พลังงานเข้าเรื่อยๆ แต่ครั้งละน้อยๆ ร่างกายก็จะรู้ว่าเขาต้องเผาผลาญตลอด ไม่ใช่อดมื้อกินมื้อ แต่รู้จักเลือกกินโดยการปรับเปลี่ยนอาหาร ดังนี้

1. เปลี่ยนจากอาหาร ทอด ผัดน้ำมัน เป็นอาหารที่ปรุงด้วยวิธีการนึ่ง ย่าง ต้ม อบ ยำ ตุ๋น

2. เปลี่ยนจากเนื้อสัตว์ติดมัน หมูสามชั้น เป็นเนื้อสัตว์ไขมันต่ำ เช่น ปลา อกไก่ไม่ติดหนัง หรือเต้าหู้

3. เปลี่ยนจากแกงกะทิ เป็นแกงจืด แกงส้ม แกงเลียง

4. เปลี่ยนจากที่ชอบสั่งต้มยำน้ำข้น เป็นต้มยำน้ำใส

5. เปลี่ยนจากแป้งขัดขาวเป็นธัญพืชขัดสีน้อย หรือเลือกผลิตภัณฑ์ที่ทำจากโฮลเกรน

6. เปลี่ยนจากน้ำหวานหรือน้ำอัดลม เป็นน้ำเปล่า

7. เปลี่ยนจากปิดท้ายด้วยขนมหวานหลังมื้ออาหารเป็นผลไม้

นอกจากนี้ เมื่อกินอาหารครบทุกมื้อแล้ว ก็อาจเพิ่มตัวช่วยอย่างเครื่องดื่มที่มีสารสกัดจากถั่วขาว ที่ช่วยยับยั้งการย่อยแป้ง โดยดื่ม 20 นาทีก่อนอาหารในทุกมื้อก็จะเป็นตัวช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้ค่ะ