มาจัดการความเครียดกันเถอะ

พ.ค. 7, 2556
แน่นอนว่าความเครียดกับเรื่องงานเป็นของคู่กัน แต่ถ้าปล่อยให้มันเกิดขึ้นมากๆ ก็อาจส่งผลต่อคุณภาพการทำงาน ตลอดจนสุขภาพจิตได้ด้วย

ในการทำงานนั้น อาจมีหลายสิ่งหลายอย่างที่คุณไม่สามารถควบคุมได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณควรจะปล่อยให้ความเครียดเข้าเกาะกุมจนทำอะไรไม่ได้ การจัดการความเครียดในที่ทำงานนั้น ไม่ใช่เรื่องของการเปลี่ยนแปลงสิ่งอื่นๆ รอบตัว ย้ายโต๊ะใหม่ หรือคิดงานใหม่ทั้งหมด แต่เป็นเรื่องของการควบคุมตัวเองให้ได้ต่างหาก นั่นแหละคือสิ่งสำคัญที่สุด

รับมือกับสถานการณ์ไม่แน่นอนให้ได้

พนักงานทุกหนแห่งต่างก็ต้องประสบปัญหาเรื่องเศรษฐกิจตกต่ำ ตลอดจนเรื่องการลดเงินเดือน หรือเงินเดือนไม่ขึ้น อะไรก็ตามแต่ สิ่งที่เกิดขึ้นนี้อาจทำให้คุณรู้สึกสับสน กังวล ไม่แน่ใจ และเพิ่มความเครียดได้มากขึ้น ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญที่คุณจะต้องเรียนรู้เพื่อรับมือกับความเครียดให้ได้

อารมณ์ของคุณเองนั่นแหละคือสิ่งสำคัญที่สุด และความเครียดนั้นส่งผลต่อการสื่อสารกับคนอื่น ยิ่งคุณจัดการความเครียดของตัวเองได้เท่าไหร่ คุณก็จะรับมือกับสิ่งต่างๆ รอบตัวได้มากเท่านั้น และคนอื่นๆ ก็จะไม่สร้างผลกระทบในแง่ลบให้กับคุณด้วย ซึ่งหลักการง่ายๆ ในการจัดการความเครียดก็คือ คุณต้องรับผิดชอบหน้าที่การงานของตัวเองให้ดี อย่าให้ขาดตกบกพร่อง รวมถึงระมัดระวังเรื่องการสื่อสารกับคนอื่นๆ รอบตัว

เมื่อไหร่กันที่เราเครียดเกินไปเสียแล้ว

เมื่อคุณรู้สึกเคร่งเครียดในที่ทำงาน คุณเสียความมั่นใจ และอาจทำให้คุณทำงานได้น้อยลง ไม่มีประสิทธิภาพอย่างที่เคย แต่ละงานที่ทำก็ขาดความน่าสนใจอย่างที่เคย ถ้าหากคุณละเลยสัญญาณแห่งความเครียด แล้วปล่อยไปเรื่อยๆ บางที มันอาจนำมาซึ่งปัญหาที่ใหญ่กว่าเดิม และอาจไม่จบลงแค่ความพึงพอใจในการทำงาน แต่ยังส่งผลต่อปัญหาสุขภาพได้ด้วย

สำหรับสัญญาณที่บอกว่าร่างกายของเราเครียดจากงานมากเกินไปได้แก่ รู้สึกกังวล หดหู่ จิตใจหมองหม่น ปวดเมื่อยหรือเจ็บกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ หมดความสนใจในหน้าที่การงาน นอนไม่หลับ เหนื่อยง่าย หมดอารมณ์ทางเพศ ไม่อยากเข้าสังคม มีปัญหาการขับถ่าย ไม่มีสมาธิ ขาดการควบคุมตัวเอง และบางรายอาจต้องพึ่งพาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือสูบบุหรี่เป็นประจำ

ดูแลตัวเองเพื่อลดความเครียด

เมื่อใดก็ตามที่ความเครียดในที่ทำงานส่งผลต่อการทำงานและชีวิตส่วนตัวของคุณ หรือแม้แต่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เท่ากับว่าได้เวลาที่คุณต้องลงมือทำอะไรสักอย่าง เริ่มแรกก็คือใส่ใจต่อร่างกายของตัวเอง ถ้าหากคุณดูแลร่างกายเป็นอย่างดี สุขภาพแข็งแรง คุณก็จะสามารถทนต่อความเครียดได้ ยิ่งคุณรู้สึกดีต่อตัวเองเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งจัดการความเครียดได้ดีขึ้นเท่านั้น

การดูแลตัวเองเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและสำคัญมาก เพียงแค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็อาจทำให้คุณอารมณ์ดี เพิ่มพลังได้ และทำให้คุณรู้สึกว่าพร้อมที่ทำงาน ถ้าหากคุณมองชีวิตในทางบวก ในไม่ช้าคุณจะพบว่าความเครียดของคุณลดลง ทั้งในที่ทำงานและที่อื่นๆ ด้วยเช่นกัน

และนี่คือเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะช่วยคลายเครียดได้ค่ะ

ออกกำลังกายสำคัญที่สุด

ขอแนะนำให้คุณเลือกออกกำลังที่ทำให้ใจเต้นแรง เหงื่อออก ซึ่งจะทำให้อารมณ์ของคุณดีขึ้น เพิ่มพลัง และทำให้เป้าหมายคมชัด ตลอดจนผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ ถ้าวันไหนเครียดมากๆ เราแนะนำให้ลองออกกำลังกายสัก 30 นาที ซึ่งแน่นอนว่าการออกกำลังนั้นต้องทำให้ใจเต้นแรงด้วยตามที่เราบอกไป เชื่อว่าหลังจากทำเสร็จ อารมณ์ของคุณจะดีขึ้น

เลือกอาหารที่ใช่

เมื่อใดก็ตามที่น้ำตาลในเลือดตก หมายความว่าคุณอาจกังวล และเครียดผิดปกติได้ แต่ถ้ารับประทานมากเกินไป ก็จะไม่ดีต่อร่างกายเช่นเดียวกัน การรับประทานอาหารที่ดี เหมาะสม คือการกินอาหารให้หลากหลาย และไม่มากจนเกินไป กินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ธัญพืชเต็มเมล็ด ข้าวกล้อง ซึ่งจะช่วยให้น้ำตาลในเลือดอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม และทำให้คุณมีพลัง มีเป้าหมาย ไม่ขี้หงุดหงิด

เติมเครื่องดื่มเพิ่มความสดชื่นให้ร่างกาย

เมื่อใดก็ตามที่รู้สึกเครียด หรือรู้สึกมึนๆ จากงานต่างๆ ให้หาเครื่องดื่มเย็นๆ ซักแก้ว อาจเป็นน้ำเปล่า น้ำผลไม้ มิลค์เชค โยเกิร์ต หรือชามะนาวซักแก้วก็ได้ แต่อย่าลืมสังเกตุปริมาณน้ำตาล คุณควรเลือกชนิดที่มีน้ำตาลพอเหมาะเพราะถ้าได้น้ำตาลมากเกินไป จะกลับกลายเป็นว่าน้ำหนักคุณจะเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้อาจเลือกเครื่องดื่มที่มีรสเปรี้ยวนิดๆ จะช่วยให้รู้สึกสดชื่นได้มากขึ้น

นอนหลับให้เพียงพอ

ความเครียดนั้นส่งผลต่อร่างกาย ทำให้คุณมีปัญหานอนไม่หลับ และการนอนไม่พอ ก็จะทำให้คุณยิ่งเครียดหนักเข้าไปอีก ดังนั้น คุณจึงต้องพักผ่อนให้เพียงพออยู่เสมอ เพื่อรับมือกับความเครียด เพราะเมื่อคุณนอนหลับสนิท ร่างกายแข็งแรง อารมณ์ก็จะสมดุล สดชื่น ไม่เครียดจนเกินไป คำแนะนำคือ นอนหลับให้ได้อย่างน้อยๆ วันละ 6 – 8 ชั่วโมง