มหัศจรรย์แห่งการสัมผัส

มี.ค. 1, 2554
คนยุคใหม่ที่เติบโตมาท่ามกลางครอบครัวเดี่ยวที่ฝรั่งเรียกกันว่า Nuclear Family อาจไม่คุ้นเคยกับการถูกปู่ ย่า ตา ยายเรียกใช้ให้บีบนวดคลายเส้น แต่ถ้าลองไปถามคุณพ่อ คุณแม่ แล้วล่ะก็ เชื่อแน่ว่าพ่อและแม่จะต้องพยักหน้าจำได้แม่นแน่นอน เพราะสมัยก่อนเด็กมักถูกใช้ให้มาบีบนวดหรือเหยียบหลังและกันเสมอ ซึ่งเชื่อหรือไม่ว่าการบีบนวดง่ายๆ ด้วยมือของคนในครอบครัวคือมหัศจรรย์แห่งเวชบำบัดชนิดหนึ่ง

การบีบนวดเบา ๆ และสัมผันอ่อนโยนจากคนในครอบครัวที่เต็มไปด้วยความรักและความจริงใจต่อกัน นอกจากจะช่วยให้เลือดลมเดินสะดวกดีขึ้นแล้ว ยังเป็นการถ่ายทอดความรัก ความเมตตาผ่านการสัมผัสอีกด้วย (Touch Therapy) ดังนั้นหากจะเรียกว่าสัมผัสมหัศจรรย์ก็ไม่ผิดนัก เพราะเป็นการรักษาและฟื้นฟูสุขภาพและบรรเทาอาการต่างๆในชีวิตประจำวันแบบง่ายๆ โดยไม่ต้องพึ่งพาคลินิก และรบกวนสตางค์ในกระเป๋าเลย

และเพราะมหัศจรรย์แห่งสัมผัสรักของคนในครอบครัว ส่งผลให้หลายคนถึงขั้นลงทุนไปเรียนนวดให้ถูกต้องตามแบบแผนเพื่อจะได้ถ่ายทอดความรักถึงกันและยังได้บรรเทาอาการต่างๆ ให้คนในครอบครัว เนื่องจากถ้าเป็นการนวดถูกตามหลักการจะทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น อีกทั้งเส้นเลือดต่าง ๆ ยังทำงานได้สะดวกกว่าเดิม หรือแม้แต่เส้นเลือดฝอยและรูขุมขนที่ผิวหนังก็จะถูกปลุกให้ทำงานอย่างเต็มที่

เพราะความมหัศจรรย์ที่มากขนาดนี้ของการบีบนวด มาลองเริ่มต้นนวดให้ตัวเองเพื่อความพร้อมอย่างเต็มที่ในการนวดดูแลคนที่คุณรักกันดีกว่า

- นวดดวงตา ในแต่ละวันคุณเพ่งมองสิ่งต่าง ๆ มากมาย ควรฟื้นพลังให้กับดวงตาบ้างด้วยการกลอกตาสลับไปมา บนสุด-ล่างสุด ซ้ายสุด-ขวาสุด และกลิ้งกลมตามเข็มนาฬิกา ต่อด้วยกลิ้งทวนเข็มนาฬิกา ตำราโยคะและอายุเวทอธิบายว่าเป็นการช่วยกระตุ้นเลือดและประสาทการทำงาน จากนั้นใช้นิ้วกลางและนิ้วนางกดบริเวณหัวตาทั้ง 2 ข้าง กดเบาๆ นับ 1-5 แล้วลูบไล้ผ่านเปลือกตา และวนรอบดวงตา กลับมากดที่หัวตา (ทำซ้ำ 3 ครั้ง ) โดยครั้งสุดท้ายลูบผ่านเปลือกตาไปกดจุดที่บริเวณขมับ การนวดเบา ๆ เหล่านี้ไม่มีข้อจำกัด ใครจะลูบไล้แถมลงมาที่แก้ม ลำคอ หรือนวดเสยขึ้นไปกลางกระหม่อม ก็ไม่ผิดกติกาแต่จะให้ดีเวลานวดหายใจเข้า-หายใจออกลึก ๆ ด้วย จะช่วยการไหลเวียนของโลหิต

- นวดต้นคอ ถ้าคุณรู้สึกเมื่อยล้าจากการนั่งทำงาน หรือมองคอมพิวเตอร์นานๆ พอได้สติให้ก้มคอลงชิดอก บีบบริเวณท้ายทอยช้า ๆ เบาๆ จากนั้น ค่อย ๆ หมุนยืดคอไปทางขวา-เอนไปด้านหลังและวนกลับลงมาทางซ้ายกลับมาเป็นท่าก้ม ทำซ้ำกัน 5 ครั้ง และทำในด้านตรงข้าม คือ ก้มคอ-ยืดคอไปด้านซ้ายเอนไปข้างหลัง และวนกลับมาทางด้านขวา ทำซ้ำกัน 5 ครั้ง รับประกันว่าวิธีง่าย ๆ แผ่วเบานี้ จะไล่ความตึงของคอและหัวไหล่ไปได้มากทีเดียว

- นวดหัวไหล่ ร่างกายเรามีเส้นเลือดและเส้นประสาทยึดโยงกันทั่วร่างกาย หลังจากไล่ความเมื่อยที่ต้นคอแล้ว ควรผ่อนคลายหัวไหล่ต่อสักหน่อย โดยการหมุนหัวไหล่ ด้วยการยกไหล่ขึ้นหมุนจากด้านหน้าไปหลัง 5 ครั้ง และจากหลังไปหน้า 5 ครั้ง อย่าลืมหายใจลึก ๆ ยาวๆ เช่นเคย ยิ่งคุณผู้หญิงที่นอกจากทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นาน ๆ แถมซ้ำเติมร่างกายด้วยการแบกกระเป๋าใบโต ๆ ควรขยับเขยื้อนไหล่อย่างสม่ำเสมอเพื่อไล่ความเมื่อยล้า และกรณีที่รู้สึกล้ามากๆควรนวดเพิ่มเติมดังนี้ วางมือซ้ายลงที่หัวไหล่ด้านขวา ใช้หัวแม่มือและนิ้วมือทั้งสี่จับตรงเส้นไหล่ บีบเบา ๆ ใช้นิ้วมือทั้งสี่ดึงมาข้างหน้าเบาๆ ขณะที่ทำให้กำหนดลมหายใจ ตามไปด้วยและทำซ้ำไปมาสัก 5 ครั้ง และสลับทำด้านขวาอย่างเดียวกัน

- นวดฝ่าเท้า การนวดตัวเองที่ทำได้ง่าย ๆ อีกส่วนคือฝ่าเท้า ซึ่งตามตำราแพทย์จีนและอินเดียโบราณว่าไว้ไม่ต่างกันค่ะว่า หน่วยย่อย (micro) สะท้อนหน่วยใหญ่ (macro) ฝ่าเท้าเป็นจุดศูนย์รวมของประสาทจึงถูกนำมาอธิบายเรื่องสุขภาพและเป็นส่วนหนึ่งของศาสตร์การนวดแบบกดจุด โดยหัวแม่เท้าเชื่อมโยงกับการทำงานของศีรษะ อุ้งเท้าเชื่อมโยงกับระบบการย่อยอาหาร ส้นเท้าเชื่อมโยงกับการทำงานของปอด เป็นต้น แต่สำหรับเรา ๆ ท่านๆ ที่ไม่ชำนาญการ ไม่ต้องถึงขั้นกดจุดให้ยุ่งยาก เอาแค่การผ่อนคลายเท้าก็พอ

แต่ถ้ามีเวลามากสักหน่อย อาจเริ่มต้นด้วยการเตรียมน้ำอุ่นใส่กะละมังขนาดพอเหมาะ หาสมุนไพรที่หาได้ง่าย ๆ เช่น มะนาวฝาน มะกรูดฉีก โรยลงไปด้วย แช่เท้าประมาณ 20 นาทีจากนั้นเช็ดให้แห้งแล้วนวดเบาๆ ด้วยการหมุนข้อเท้าไปมา กระดกขึ้นลง จากนั้นใช้มือบีบนวดเบา ๆ ไล่ตามนิ้วเท้าฝ่าเท้า อุ้งเท้า ส้นเท้า และหมุนคลึงตามปุ่มกระดูกของนิ้วต่างๆ ง่าย ๆ เท่านี้ค่ะ จะช่วยให้คุณรู้สึกสบายได้มากทีเดียว

วิธีเหล่านี้ นอกจากจะใช้นวดตัวเองได้แล้ว หากมีเวลา ลองมานวดหรือขยำเจ้าตัวน้อยเบาๆ รวมถึงกดจุดให้ผู้เฒ่าที่บ้านก็ยังได้เพราะจะทำให้ทุกคนคลายความตึงเครียดและยังเป็นการแสดงออกถึงความใส่ใจ ความใกล้ชิดที่จะเติมเต็มทั้งความสุขและความอบอุ่นได้มากทีเดียว