ภูมิคุ้มกันสร้างได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์

ม.ค. 20, 2557
ภูมิคุ้มกันลูกน้อยสามารถสร้างได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ และเราสามารถปกป้องลูกน้อยจากสิ่งเร้าที่มากระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ได้เช่นกัน ภูมิแพ้ เป็นโรคที่เกิดจากปัจจัย 2 ส่วนหลักคือ พันธุกรรม และ สิ่งแวดล้อม กล่าวคือพันธุกรรมเป็นสิ่งที่ได้มาจากพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ไม่สามารถกำหนดหรือควบคุมได้ เช่น เมื่อเรามีประวัติในครอบครัวเป็นโรคภูมิแพ้ เช่น การแพ้นมวัว ผื่นแพ้ผิวหนัง แพ้อากาศ จนถึงอาการหอบหืด ลมพิษ แพ้อาหาร แพ้ยา เยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ เป็นต้น

ทารกในครรภ์จะมีความเสี่ยงสูงขึ้น การที่มีพ่อแม่หรือพี่น้อง 1 คนเป็นภูมิแพ้ ความเสี่ยงที่จะเกิดภูมิแพ้ในทารกประมาณร้อยละ 30-40 แต่ถ้ามีพ่อแม่หรือพี่น้องสองคนเป็นภูมิแพ้ ทารกจะมีความเสี่ยงร้อยละ 50-80 แม้กระทั่งในครอบครัวที่ไม่มีประวัติภูมิแพ้เลย ก็มีความเสี่ยงต่อการเกิดภูมิแพ้ของทารกร้อยละ 15 เพราะปัจจัยที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ สิ่งแวดล้อม หรือ สิ่งที่อยู่รอบๆตัวเรา เป็นปัจจัยที่สามารถกระตุ้นให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้ เป็นปัจจัยที่เราสามารถกำหนดหรือควบคุมได้ เช่น การหลีกเลี่ยงควันบุหรี่ การไม่สัมผัสกับสัตว์เลี้ยงพวก สุนัข แมวที่มีขน อยู่ในห้องที่อากาศถ่ายเทดี ไม่เก็บตุ๊กตาไว้ในห้อง และใช้เครื่องนอนป้องกันไรฝุ่น

นอกจากนี้อาหารที่แม่รับประทานก็เป็นปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมอีกอย่างหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะสามารถเป็นปัจจัยทางลบโดยกระตุ้นระบบภูมิแพ้ลูกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ หรือเป็นปัจจัยบวกโดยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันทารกในครรภ์ก็ได้ เช่น นมวัว ถ้าได้รับมากเกินไป (ทานเป็นลิตรๆ) ขณะตั้งครรภ์ อาจส่งผลให้เด็กเกิดภาวะภูมิแพ้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ในทางกลับกัน ถ้าทานในปริมาณที่เหมาะสม และดื่มนมสูตรที่มีจุลินทรีย์สุขภาพ หรือ โปรไบโอติกส์ (Probiotics คือ จุลินทรีย์ที่มีชีวิต ซึ่งเมื่อรับประทานในปริมาณที่เพียงพอจะส่งผลดีต่อสุขภาพ)

ปัจจุบันมีหลายข้อมูลจากการวิจัยที่เชื่อถือได้ รายงานว่า การที่หญิงตั้งครรภ์ได้รับนมสูตรคุณแม่ตั้งครรภ์ ที่มีจุลินทรีย์สุขภาพ หรือโปรไบโอติกส์ จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในทางเดินอาหารของทารก ซึ่งร้อยละ 80 ของระบบภูมิคุ้มกันอยู่ในทางเดินอาหาร จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์เหล่านี้จะช่วยกันสร้างอิมมูโนโกลบูลิน เอ (IgA) ชนิดเดียวกับที่พบในนมแม่ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงให้กับทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ได้ ทำให้อัตราการติดเชื้อในทางเดินอาหารในทารกน้อยลง เกิดการติดเชื้อที่หู และระบบทางเดินหายใจน้อยลง และเกิดผื่นแพ้ผิวหนัง รวมถึงอาการหอบหืดน้อยกว่าเด็กที่แม่ไม่ได้ทานนมสูตรโปรไบโอติกส์ นอกจากนี้ การรับวัคซีนของแม่ขณะตั้งครรภ์ อาจส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของลูกได้เช่นกัน เช่น การที่แม่ฉีดวัคซีนป้องการไข้หวัดใหญ่ เราพบว่าภูมิคุ้มกันโรคไข้หวัดใหญ่สามารถส่งผ่านไปป้องกันโรคในทารกแรกคลอดได้ จนอายุ 6-12 เดือน

นพ.นิวัฒน์ อรัญญาเกษมสุข