พลิกชีวิตสู่ความแข็งแรงด้วยการออกกำลังกาย

ต.ค. 10, 2555
สุขภาพที่ดีของคนเรา ย่อมประกอบขึ้นด้วยปัจจัยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น พันธุกรรมที่ดี การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ รวมไปถึงการออกกำลังกาย ด้วยเหตุนี้ การออกกำลังกายจึงได้กลายมาเป็นกิจวัตรอย่างหนึ่งของผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพ แต่สำหรับคนทั่วไปแล้ว อาจมีการตั้งคำถามตามมาว่า “ทำไมจึงต้องออกกำลังกาย” ดังนั้น เราจึงได้รวบรวมประโยชน์ของการออกกำลังกาย รวมไปถึงขั้นตอนการพลิกชีวิตสู่ความแข็งแรง และการมีชีวิตที่ยืนยาว ด้วยการออกกำลังกายที่ถูกหลักมาฝากกัน

ประโยชน์ของการออกกำลังกาย


1.การออกกำลังกายช่วยชะลอความเสื่อมของสมอง ผลจากการวิจัยพบว่า การออกกำลังกายจะช่วยป้องกันการเกิดภาวะสมองตื้อ (Brain Fog) ในผู้สูงอายุได้ รวมทั้งลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอัลไซเมอร์ ได้มากกว่ากลุ่มที่ไม่ชอบออกกำลังกาย ทั้งนี้เนื่องจากเมื่อร่างกายสดชื่นจากการออกกำลังกาย ก็จะเป็นตัวช่วยกระตุ้นให้เกิดการเจริญเติบโตของเซลล์สมองได้ดี

2.การออกกำลังกายทำให้กระดูกแข็งแรงและหนาขึ้น เพราะการรับประทานแคลเซียมเพียงอย่างเดียวนั้น ไม่อาจทำให้กระดูกแข็งแรงขึ้นได้ ดังนั้น จึงควรออกกำลังกายควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เพื่อผลลัพธ์ของกระดูกที่แข็งแรง และมวลที่หนาขึ้น

3.การออกกำลังกายทำให้ผิวสวย การออกกำลังกายจะช่วยนำออกซิเจนเข้าสู่เซลล์ต่างๆ ของร่างกายได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ และทำให้ผิวพรรณสดใสขึ้น

4.การออกกำลังกายช่วยลดความเครียดได้ เมื่อออกกำลังกาย ร่างกายจะมีการหลั่งสารแห่งความสุข หรือ Endorphin ออกมา ซึ่งมีผลทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น ช่วยลดความวิตกกังวล และผ่อนคลายความเครียดได้

5.การออกกำลังกายช่วยให้หลับสบาย มีผลการศึกษาที่ระบุว่า การออกกำลังกายอย่างน้อยครั้งละครึ่งชั่วโมง ในช่วงเย็นหรือช่วงค่ำของวัน ตั้งแต่ระดับเบาไปจนถึงระดับปานกลาง จะช่วยให้นอนหลับได้ดีในเวลากลางคืน เพราะการออกกำลังกายมีผลทำให้ระบบประสาทส่วนกลางผ่อนคลาย

การออกกำลังกายที่ถูกหลัก
  • ในการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพแต่ละครั้ง โดยทั่วๆ ไปควรใช้เวลาอย่างน้อย 20-30 นาที และควรออกกำลังกายเป็นเวลาเดียวกันทุกวันเพราะจะส่งผลดีต่อการปรับตัวของร่างกาย โดยควรเลือกเวลาออกกำลังกายเป็นช่วงเช้าตรู่หรือตอนเย็นจะเหมาะที่สุด ซึ่งในหนึ่งสัปดาห์ควรออกกำลังกายไม่น้อยกว่า 3 วัน และไม่มากกว่า 6 วัน และควรมีวันพักผ่อนสัปดาห์ละไม่น้อยกว่า 1 วัน
  • นอกจากนี้ ก่อนออกกำลังกายทุกครั้งควรงดอาหารหนักเพื่อป้องกันการจุกเสียด อีกทั้งเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นขณะออกกำลังกาย คุณจึงควรเตรียมตัวก่อนออกกำลังกายด้วยกาย Warm Up หรือ อบอุ่นร่างกายก่อนประมาณ 5-10 นาที อาจจะเดินหรือวิ่งก็ได้ ตามด้วยการออกกำลังกายที่อาศัยความเร็ว เช่น การกระโดดเชือก หรือปั่นจักรยานต่ออีก 2 นาที ทั้งนี้ก็เพื่อให้เลือดได้ไหลเวียนสู่ร่างกายมากขึ้น หลอดเลือดมีการเตรียมความพร้อมมากขึ้น และป้องกันหรือลดอาการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายได้
  • ในระหว่างการออกกำลังกาย คุณต้องเพิ่มการออกกำลังกายโดยให้การเต้นหัวใจ 50% - 75% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด โดยเลือกส่วมใส่อุปกรณ์ในการออกกำลังกายที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า ยกทรง และรองเท้า และหลังจากออกกำลังกายแล้ว อย่าหยุดออกกำลังกายทันที เพราะอาจทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่ทัน ทำให้หน้ามืด ดังนั้น จึงควร Cool Down หรืออบอุ่นร่างกายประมาณ 5-10 นาที เพื่อให้กล้ามเนื้อและหัวใจคลายตัว จนกระทั่งชีพจรกลับคืนสู่สภาพปกติ 
  • อีกทั้งควรดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอภายหลังการออกกำลังกาย โดยจะเลือกดื่มน้ำสะอาด หรือน้ำแร่ที่ผสมผสานคุณค่าแห่งแร่ธาตุธรรมชาติเพื่อเพิ่มความสดชื่นก็ได้ ที่สำคัญควรดื่มทีละนิด เป็นระยะๆ ซึ่งด้วยหลักง่ายๆ ที่นำมาฝากนี้ น่าจะช่วยทำให้คุณสามารถพลิกสุขภาพกายและใจให้กลับมาแข็งแรง สดใส ด้วยการออกกำลังกายได้ไม่ยากเลย