บำบัดโรคด้วยเสียงดนตรี

ส.ค. 13, 2552
ดนตรี นับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่มนุษย์ได้สร้างสรรค์ขึ้นมา โดยมีแรงบันดาลใจจากเสียงต่างๆ ในธรรมชาติ เมื่อคนเราได้ยินเสียงดนตรี สมองซีกซ้ายจะทำหน้าที่รับรู้ถึงจังหวะง่ายๆ ส่วนสมองซีกขวาจะรับรู้ถึงท่วงทำนอง ระดับเสียงสูงต่ำ หรือจังหวะที่ซับซ้อนมากขึ้น ดนตรีส่งผลต่อร่างกายและจิตใจของคนเรา คือ มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราการหายใจ การเต้นของชีพจร ความดันและการไหลเวียนเลือด ความตื่นตัวของกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดอารมณ์และจินตนาการ กระตุ้นการหลั่งสารแห่งความสุขหรือสารเอนดอร์ฟินได้
   
เพราะดนตรีมีผลต่อร่างกายและจิตใจเช่นนี้ จึงทำให้เกิดแนวคิดในการใช้ดนตรีในการบำบัดรักษาโรค ซึ่งเรียกว่า ดนตรีบำบัด หรือสังคีตบำบัด เพื่อฟื้นฟูสุขภาพร่างกายและจิตใจผ่านทางการฟังดนตรีหรือเล่นดนตรี
   
ความจริงดนตรีบำบัดนั้นถูกใช้มาหลายพันปีแล้ว โดยในชนเผ่าพื้นเมืองทั่วโลกใช้ดนตรีในการเต้นรำ ประกอบพิธีกรรม และเยียวยารักษาโรค ส่วนหลักฐานทางการแพทย์เริ่มมีบันทึกมาตั้งแต่ ค.ศ. 1960 ว่าแพทย์ชาวดัทช์ท่านหนึ่งพบว่าเสียงดนตรีช่วยบรรเทาความเจ็บปวดระหว่างการคลอด หรือเวลาที่ผู้ป่วยมีอาการเจ็บปวดมาก ต่อมาในช่วงต้นปี ค.ศ. 1970 นักประพันธ์เพลง สตีเวฟ ฮัลเพิร์น ได้ทำดนตรีแนวใหม่เรียกว่า New Age Music ที่ทำให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกผ่อนคลาย สร้างสมดุลของร่างกาย จิตใจ และอารมณ์เข้าด้วยกัน
   
ปัจจุบัน มีการใช้ดนตรีบำบัดเพื่อบำบัดผู้ติดยาเสพติด ช่วยในการพัฒนาสมองและพฤติกรรมของเด็กออทิสติก พัฒนาการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ รักษาผู้ป่วยทางจิต ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ รวมทั้งนักโทษในเรือนจำ และยังนำมาใช้ร่วมกับการออกกำลังกายอย่างโยคะ หรือช่วยผ่อนคลายความเครียดในโรงพยาบาลต่างๆ
   
ลักษณะของดนตรีบำบัดที่ใช้ในการรักษาเยียวยาผู้ป่วยนั้น จะมีรูปแบบที่ง่ายๆ มีเสียงที่กระตุ้นการทำงานของสมองได้หลายส่วน และมีความหมายที่ดี จึงช่วยปรับสภาพจิตใจของผู้ป่วยให้อยู่ในสภาวะสมดุล ผ่อนคลายความตึงเครียด กระตุ้นประสาทสัมผัสการรับรู้ต่างๆ
   
หลักการของดนตรีบำบัดนั้นเราเองก็สามารถนำมาใช้เยียวยาตนเองได้เช่นกัน อย่างเวลาที่มีความเครียดมากๆ การได้พักผ่อนฟังดนตรีที่มีท่วงทำนองไพเราะ อ่อนโยน ก็จะช่วยให้เกิดความผ่อนคลายได้ หรือเวลาที่รู้สึกเศร้าซึม เหนื่อยล้า การฟังดนตรีที่มีจังหวะสนุกสนานก็ช่วยให้รู้สึกดีขึ้น และมีกำลังใจมากขึ้นได้เช่นกัน