น้ำดื่ม เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

ธ.ค. 23, 2556
การดื่มน้ำสะอาดอย่างเพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวัน ไม่เพียงแต่จะช่วยให้เด็กมีสุขภาพดี แต่ยังจะช่วยให้เด็กมีประสิทธิภาพในการเรียนได้ดียิ่งขึ้น เพราะน้ำมีความสำคัญต่อกระบวนการเผาผลาญอาหารในร่างกาย ช่วยขนส่งสารอาหาร ช่วยให้ระบบหมุนเวียนเลือดทำงานได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยในการกำจัดของเสียออกจากร่างกายและช่วยป้องกันอาการท้องผูก โดยเด็กอายุ 4-8 ปี ต้องการน้ำประมาณวันละ 1.6 ลิตรต่อวัน ส่วนเด็กโตและวัยรุ่นอายุ 9-18 ปี ต้องการน้ำประมาณวันละ 1.9–2.5 ลิตรต่อวัน

นอกจากปริมาณน้ำที่เด็กควรดื่มให้เพียงพอแล้ว อีกสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรคำนึงถึงก็คือ ความสะอาด เพราะน้ำดื่มในบางที่อาจไม่สะอาดดีพอ อาจมีเชื้อโรค โลหะหนัก หรือสารเคมีปนเปื้อนจากภาชนะปะปนอยู่ในน้ำดื่มได้ บางครั้งน้ำที่ไหลผ่านระบบท่อประปาเก่า อาจจะนำสิ่งสกปรกหรือโลหะที่เป็นอันตรายมากับน้ำ หรือน้ำอาจมาจากอ่างเก็บน้ำ หรือแหล่งน้ำลำคลอง ที่อาจปนเปื้อนสารกำจัดศัตรูพืชและปุ๋ยที่ไหลมาตามน้ำฝน หรือสารเคมีจากโรงงานก็สามารถก่อให้เกิดมลพิษในแหล่งน้ำดื่มได้เช่นกัน ถึงแม้ว่าก่อนที่น้ำจะผ่านมาถึงก๊อกน้ำ น้ำจะผ่านกระบวนการที่ทำให้น้ำสะอาด มีการกำจัดสิ่งปนเปื้อนต่างๆ ออกไป ด้วยวิธีการต่างๆ แล้วก็ตาม แต่ระบบน้ำบางแห่งก็อาจไม่ได้ผ่านกระบวนการดังกล่าวที่ดีพอหรือน้ำถูกบรรจุในภาชนะที่ไม่เหมาะสม เช่น ถังน้ำหรือตู้กดน้ำในโรงเรียนที่อาจขาดการดูแลรักษาความสะอาด ก็จะทำให้น้ำนั้นไม่ได้คุณภาพและสะอาดเพียงพอสำหรับการบริโภค ถ้าลูกของเราดื่มน้ำดื่มที่ไม่สะอาดมีเชื้อโรคปะปนอยู่ ก็อาจทำให้เกิดอาการท้องเสียหรือท้องร่วงได้

ดังนั้น สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่อย่างเราจะทำได้เพื่อป้องกันลูกๆ ของเราให้ปลอดภัย ก็คือ ให้กดน้ำที่ออกจากเครื่องกรองน้ำหรือเครื่องกดน้ำที่ได้มาตรฐานและมีการรักษาความสะอาดอยู่เสมอ เมื่อกดน้ำให้ปล่อยน้ำทิ้งไปก่อนซักพักก่อนจะรองน้ำดื่ม แม้ก๊อกน้ำที่บ้านเราเองที่หากไม่ได้ใช้งานบ่อยๆ ก็ควรทำเช่นเดียวกัน เพื่อลดสิ่งสกปรกหรือฝุ่นละอองที่อาจติดค้างอยู่ หรือใช้วิธีการเตรียมน้ำดื่มสะอาดให้ลูกน้อยของเราไปเองจากบ้านให้เพียงพอสำหรับทั้งวันในภาชนะที่สะอาด หรือง่ายๆ เพียงเลือกน้ำดื่มบรรจุขวดปิดสนิท ที่น่าเชื่อถือ ก็จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มั่นใจได้ในเรื่องคุณภาพและความสะอาดได้เป็นอย่างดี