ตรวจสอบและเรียนรู้ตารางเวลาของร่างกาย

ก.ย. 23, 2556
ฮอร์โมน คือสารสำคัญที่จะส่งข้อมูลไปทั่วร่างกาย บอกให้รู้ว่าเราควรทำกิจกรรมอะไร ณ เวลาไหน เช่น ตื่นนอน ทำงาน รับประทานอาหาร หรือแม้แต่ทำให้คุณง่วงและเตรียมตัวพักผ่อน ทุกกระบวนการที่เกิดขึ้น ล้วนเกิดจากฮอร์โมนทั้งสิ้น มาดูกันว่าฮอร์โมนตัวไหนทำงานในช่วงเวลาไหนของวันกันบ้าง

7.00 น. ตื่นนอน

ระดับของฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียดจะเริ่มเพิ่มปริมาณตั้งแต่ 04.00 น. และขึ้นสูงสุดเมื่อเวลา 7.00 น. เมื่อคอร์ติซอลเพิ่ม เมลาโทนิน ฮอร์โมนที่ทำให้หลับสบายก็จะเริ่มลดลง ทั้งสองฮอร์โมนนี้จะว่าไปแล้วก็เหมือนคู่หยินและหยาง ที่ต้องอยู่คู่กัน และเป็นฮอร์โมนที่กำหนดช่วงเวลาหลับและตื่นของคุณ คอร์ติซอลจะช่วยให้อวัยวะแต่ละชิ้นทำงาน ส่งสัญญาณเพิ่มความดันโลหิต เพื่อเร่งอัตราการเต้นของหัวใจ ให้เราเตรียมพร้อมในเช้าวันต่อมา

ลองนี่ดู : เมื่อตื่นขึ้น ให้เปิดม่านหรือออกไปเดินเล่นในสวนเสียก่อน ถ้าหากมีเวลามากพอ ควรเดินเป็นเวลา 30 – 35 นาที การที่ร่างกายได้รับแสงธรรมชาติจะทำให้สมองทำงานเป็นระบบมากขึ้น เพราะเมื่อร่างกายได้รู้แล้วว่าเป็นเวลาตื่นนอนแล้ว ก็จะช่วยหยุดการทำงานของสารเมลาโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่จะเกิดขึ้นระหว่างนอนหลับ ร่างกายจะกระปรี้กระเปร่า สดชื่นขึ้น

9.30 น. ทำงานเต็มที่

ฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่คุณตื่นนอนจะคงอยู่ราวๆ 35 – 40 นาที จากนั้นก็จะหยุด แต่เมื่อคุณเข้าโต๊ะทำงาน ได้เห็นแฟ้มงานตรงหน้าพร้อมรายละเอียดน่าปวดหัว ฮอร์โมนนี้ก็จะหลั่งออกมาอีกครั้ง ควบคู่ไปกับฮอร์โมนที่ส่งผลต่อความเครียดอย่างอะดรีนาลีน สมองของคุณจะเริ่มทำงานหนักและอาจตึงเครียด อย่างไรก็ตาม คุณสมบัติของฮอร์โมนก็คือช่วยให้หัวใจสูบฉีดเลือดแรงขึ้น และทำให้ร่างกายตื่นตัว

ลองนี่ดู : ถ้ารู้สึกเครียดมากจนเกินไป แนะนำให้เข้าคอร์สเรียนโยคะสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง จากการศึกษาพบว่า หลังเล่นโยคะ ฮอร์โมนคอร์ติซอลในร่างกายจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด นั่นคือการเล่นโยคะ ช่วยให้คุณผ่อนคลายได้นั่นเอง

13.00 น. ได้เวลากินข้าวเที่ยง

ช่วงเวลาบ่ายโมงเป็นเวลาที่ฮอร์โมนอินซูลินเริ่มทำงาน ทำให้เกิดความรู้สึกหิว อินซูลินจะเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด และเมื่อน้ำตาลในร่างกายถูกใช้จนหมดไป คุณก็จะต้องรับประทานอาหารเพิ่มเข้าไป นอกจากนี้ ฮอร์โมนที่ชื่อเกรลิน ก็จะส่งสัญญาณเตือนถึงสมองว่ากระเพาะว่างเปล่า ได้เวลาหาอะไรเพิ่มแล้ว หลังจากรับประทานอาหาร อินซูลินก็จะช่วยเปลี่ยนอาหารนั้นเป็นพลังงาน และส่งไปใช้ทั่วร่างกาย

ลองนี่ดู : ถ้าหากช่วงเที่ยงมีเวลาว่าง แนะนำให้ไปเข้ายิม ออกกำลังกาย ว่ากันว่าถ้าออกกำลังสัก 30 – 60 นาที จะลดการเพิ่มระดับของฮอร์โมนเกรลิน ทำให้หิวน้อยลง ไม่รับประทานอาหารมากเกินไป ช่วยให้รูปร่างดีขึ้น

15.00 น. แอบงีบหน่อยไหม

เลิกแปลกใจได้แล้วว่าทำไมพอตกบ่ายคุณถึงเริ่มง่วงเหงาหาวนอน อยากนั่งสัปหงก เพราะหลังมื้ออาหาร ร่างกายก็จะหลั่งสารเมลาโทนินออกมา ปริมาณนั้นอาจจะไม่มากเท่ากลางคืนหรอก แต่ก็มากพอจะทำให้คุณอยากฟุบลงกับโต๊ะสักพักได้เลยละ

ลองนี่ดู : ถ้ารู้สึกง่วงให้ลุกจากโต๊ะไปเดินกลางแดด เป็นการปรับเวลาในร่างกายเสียใหม่ และจะช่วยลดปริมาณการหลั่งสารเมลาโทนินด้วย

18.00 น. ออกกำลังกายซะหน่อย

การออกกำลังกายหลังเลิกงานจะทำให้ร่างกายหลั่งสารที่มีชื่อว่า growth hormone ออกมา ฮอร์โมนนี้จะหลั่งในเวลาที่คุณออกกำลังหรือเวลาที่หลับ และยังช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญของร่างกาย ทำให้ลดระดับไขมันในร่างกายลงได้ อย่างไรก็ตาม การออกกำลังอาจส่งผลต่อฮอร์โมนอินซูลินได้ หลังออกกำลังราวๆ 1 – 2 วัน คุณจะพบว่าตัวเองอยากอาหารเป็นพิเศษ ดังนั้น ให้ควบคุมส่วนนี้ให้ได้ เพราะถ้ารับประทานอาหารมากเกินไป ก็จะทำให้น้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งไม่ดีต่อร่างกาย ทางแก้ไขคือต้องออกกำลังเป็นประจำ ร่างกายจะได้เคยชินและไม่หิวมากจนเกินไป

ลองนี่ดู : ควรดื่มน้ำสะอาดหลังออกกำลัง เพื่อชดเชยน้ำที่ร่างกายสูญเสียไป และไม่ลืมที่จะขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ว่าคุณควรต้องออกกำลังส่วนไหนเป็นพิเศษ

21.00 น. เข้านอนได้แล้ว

เมื่อถึงบ้าน รับประทานมื้อเย็น ทิ้งตัวลงบนเตียงนอน ร่างกายก็จะเริ่มผลิตฮอร์โมนที่ทำให้ง่วง นั่นคือเมลาโทนิน เมื่ออุณหภูมิลดลงอย่างพอเหมาะ เมลาโทนินก็จะยิ่งเพิ่มสูง คนส่วนใหญ่มักจะง่วงเวลา 21.00 น. แต่เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น แสงไฟสว่างจ้า อากาศร้อน หรืออยู่นอกบ้าน ไม่ได้นั่งสบายๆ บนเตียง ระยะเวลาง่วงนอนก็จะยืดออกไปเป็น 22.00 – 24.00 น. ได้ นอกจากนี้ ถ้าคุณโชคดีมีคนนอนข้างๆ ร่างกายจะหลั่งสารแห่งความสุข ที่มีชื่อว่าเซราโทนินออกมา ทำให้คุณอารมณ์ดีและสดชื่น ถ้าเซราโทนินหลั่งออกมาน้อย จะส่งผลให้คุณเครียด ไม่สบายใจและหงุดหงิด และถ้าคืนไหนคุณเกิดได้กุ๊กกิ๊กกับคนรัก ฮอร์โมนที่จะหลั่งออกมาก็คือออกซิโตซิน (oxytocin) ทำให้นอนหลับสบายและผ่อนคลาย

ลองนี่ดู : ก่อนนอนลองกอดกันสักนิด ฮอร์โมนออกซิโตซินจะเพิ่มสูงขึ้น ความดันเลือดก็จะลดลงด้วย ทำให้คุณหลับฝันดี