ดีท็อกซ์ กาย-ใจ รับปีใหม่

พ.ย. 25, 2557

ปัจจุบันเราล้วนเผชิญหน้ากับสารพิษต่างๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นสารพิษภายนอกอย่างควันบุหรี่ ควันท่อไอเสีย สารเคมีจากสิ่งแวดล้อม น้ำดื่มไม่สะอาด อาหารปรุงแต่งต่างๆ และสารพิษภายใน อย่างความเครียด ซึ่งหากร่างกายมีการสะสมสารพิษมากๆ จะส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรคท้องผูก อาหารไม่ย่อย ขับถ่ายไม่เป็นปกติ ริดสีดวงทวาร มีกลิ่นปากและกลิ่นตัว สมองตื้อ ตื่นนอนตอนเช้ารู้สึกไม่สดชื่นโรคความดันโลหิตสูงไปจนถึงโรคมะเร็งลำไส้ ส่วนในแง่จิตใจ การสะสมอารมณ์ขุ่นมัว ก็เปรียบเหมือนการสะสมสารพิษที่ทำให้ใจป่วย และเครียดมากยิ่งขึ้น ดังนั้น ปีใหม่นี้ เรามาดีท็อกซ์กาย-ใจ ขจัดสิ่งตกค้างต่างๆ ที่สะสมอยู่ในร่างกาย เพื่อให้มีสุขภาพที่ดีรับปีใหม่กันค่ะ

1. ดื่มน้ำ น้ำมีความสำคัญต่อทุกระบบในร่างกาย และเป็นส่วนประกอบในทุกอวัยวะของร่างกาย การดีท็อกซ์ ด้วยการดื่มน้ำสะอาดจึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะขาดไม่ได้ โดยปกติเลือดจะผ่านเข้าไปกรองที่ไตและกลายเป็นปัสสาวะประมาณ 100 มิลลิลิตรต่อชั่วโมง ซึ่งจะทำให้น้ำในเซลล์ลดลง ดังนั้นการดื่มน้ำชดเชย 100 มิลลิลิตรทุกชั่วโมงจึงเป็นสิ่งที่ดี หรือดื่มให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว น้ำดื่มที่สะอาดจะเป็นตัวช่วยดีท็อกซ์หรือล้างสารพิษที่ทรงประสิทธิภาพในการขับของเสีย ที่ตกค้างอยู่ในร่างกายออกมาในปัสสาวะ สำหรับคนที่มีปัญหาท้องผูก แนะนำให้ดื่มน้ำเปล่าทันทีหลังจากตื่นนอนตอนเช้า 1-2 แก้ว จะช่วยทำความสะอาดลำไส้ และกระตุ้นระบบขับถ่ายได้ดี

2. เพิ่มใยอาหาร ลำไส้ใหญ่มีหน้าที่กำจัดของเสียจากอาหารที่เรากินเข้าไปด้วยการขับถ่ายอุจจาระทุกวัน และสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การล้างพิษตามธรรมชาติของลำไส้ใหญ่มีประสิทธิภาพ คือ เส้นใยอาหาร ที่ร่างกายได้รับจากการกินอาหารประเภทข้าวกล้อง ซีเรียลโฮลเกรน ข้าวโอ๊ต ถั่ว ผักและผลไม้ เป็นต้น ใยอาหารจะทำหน้าที่เป็นไม้กวาดธรรมชาติที่คอยกวาดของเสียออกจากร่างกาย ลดการดูดซึมหรือสัมผัสสารก่อมะเร็งที่อาจปนเปื้อนเข้ามา ช่วยเพิ่มมวลอุจาระ ทำให้ช่วงเวลาที่กากอาหารค้างอยู่ทางเดินอาหารสั้นลง แต่เรามักละเลยและบริโภคใยอาหารได้ไม่มากพอ สำหรับคนที่มีปัญหาการกินผักและผลไม้ อาจเลือกดื่มผลิตภัณฑ์ที่มีการเสริมใยอาหารเพิ่มเติม เช่น เครื่องดื่มธัญญาหาร

3. ออกกำลังกาย ควรออกกำลังกายไม่ต่ำกว่าวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3-5 วัน การออกกำลังกายจะช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานดีขึ้น ร่างกายจะขับเหงื่อ และขับท็อกซิน และยังช่วยให้ระบบการย่อย ระบบหายใจ และระบบประสาททำงานได้ดีขึ้นด้วย และเมื่อร่างกายได้ขยับ ลำไส้ก็ได้ขยับด้วย ทำให้ระบบการขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น สารพิษที่คั่งค้างในลำไส้ก็ถูกขับออกมา นอกจากนี้ การออกกำลังกายยังช่วยให้จิตใจแจ่มใส สดชื่น จึงช่วยดีท็อกซ์ใจไปด้วยในตัว

4. ฝึกหายใจล้างพิษ คนที่มีความเครียดสูง มักหายใจเร็วและสั้น คือมีการขยับของทรวงอกมากกว่าช่องท้อง วิธีฝึกหายใจแบบล้างพิษจะช่วยขับไล่ของเสียในเลือด ช่วยขับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกายได้มากและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการไหลเวียนเลือดและระบบการหายใจ ส่งผลให้ร่างกายสะอาดมากขึ้น วิธีการฝึก สามารถทำได้ทั้งในท่านั่งหรือท่ายืน โดยควรทำในที่ที่มีอากาศถ่ายเทดี ดังนี้

1. หายใจเข้า ให้ท้องพอง ทรวงอกยกขึ้นจนเต็มที่ กลั้นลมหายใจไว้ 2-3 วินาที

2. ค่อยๆ ระบายลมหายใจออกมาผ่านไรฟันและริมฝีปาก ให้เกิดเสียง ซี จนรู้สึกว่าปอดและท้องแฟบ

3. ปฏิบัติเช่นนี้วันละ 5 นาที หรือมากกว่านี้ตามต้องการ