Sorry, you need to enable JavaScript to visit this website.

จัดบ้านอย่างไรให้ห่างไกลภูมิแพ้

จัดบ้านอย่างไรให้ห่างไกลภูมิแพ้
โรคภูมิแพ้ฝุ่นละอองที่มองไม่เห็นเป็นอีกโรคหนึ่งที่สามารถพบได้บ่อยทั้งในเด็กเล็กและวัยผู้ใหญ่ โดยผู้ที่มีอาการแพ้จะมีคันจมูก คันตา น้ำมูกไหล จาม รู้สึกแน่นจมูกและเจ็บคอ แต่หากมีอาการแพ้อย่างรุนแรง ก็อาจเกิดอาการรู้สึกแน่นหายใจไม่ออกเช่นเดียวกับโรคหอบหืด ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการแพ้เหล่านี้มาจากฝุ่นละออง ไปจนถึงเชื้อราในอากาศ โดยมีอุณหภูมิอากาศเป็นตัวช่วยเร่งปฏิกริยา ซึ่งนอกจากการไปพบแพทย์เพื่อรักษากันที่ปลายเหตุแล้ว คุณควรหันมาจัดการดูแลกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวให้ถูกสุขลักษณะมากยิ่งขึ้น เพราะหากเด็กเล็กได้รับสารภูมิแพ้ตั้งแต่เด็ก ก็อาจทำให้กลายเป็นโรคหอบหืดได้ในที่สุด ดังนั้น จึงควรใส่ใจและป้องกันโรคภูมิแพ้เสียแต่เนิ่นๆ เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคนในครอบครัว

สำหรับฝุ่นละอองซึ่งเป็นสารภูมิแพ้ที่พบบ่อยนั้น อาจมีหลายอย่างรวมกัน ไม่ว่าจะเป็น เศษอาหาร เกสรดอกไม้ ไรฝุ่น และขนสัตว์ โดยเฉพาะไรฝุ่น ซึ่งแท้ที่จริงแล้วเป็นสัตว์ที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า พวกไรฝุ่นนี้จะชื่นชอบสถานที่ที่มีความชื้นสูง โดยอาจพบร่วมกับฝุ่นจากขนสัตว์ หรือฝุ่นที่มาจากเสื้อ หมอน พรม ผ้าคลุมเตียง เสื้อผ้า ม่าน และตุ๊กตา ซึ่งสามารถป้องกันฝุ่นละอองเหล่านี้ ได้โดยการจัดบ้านให้ปลอดจากฝุ่นละอองและไรฝุ่น โดยขั้นตอนง่ายๆดังต่อไปนี้

1.หลีกเลี่ยงการใช้พรมปูพื้น หรือการนำพรมเช็ดเท้ามาไว้ในห้องนอนเพื่อป้องกันฝุ่น ทั้งนี้ควรเลือกวัสดุปูพื้นที่เป็นกระเบื้อง เพื่อง่ายต่อการทำความสะอาด อีกทั้งยังไม่เก็บฝุ่นอีกด้วย

2.จัดวางเฟอร์นิเจอร์ชิดมุมหรือผนังห้องเพื่อให้ทำความสะอาดง่าย หากเป็นไปได้ควรออกแบบตู้ต่างๆ ให้สูงติดเพดาน เพื่อให้ฝุ่นตกลงที่พื้นอย่างเดียว

3.เลือกเครื่องเรือนที่มีลิ้นชักให้สามารถเก็บของชิ้นเล็กชิ้นน้อยได้

4.ในห้องนอนไม่ควรวางของแต่งบ้านที่ไม่จำเป็น เช่น กรอบรูปที่มีลายซับซ้อน ชั้นหนังสือ หรือตุ๊กตา เพราะจะเป็นตัวเก็บฝุ่นอย่างดี

5.ควรกวาดบ้าน และเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง เพื่อกำจัดฝุ่นละออง

6.ไม่ควรนำสัตว์เลี้ยงไว้ในบ้าน เนื่องจากขนของสัตว์ถือเป็นสารก่อภูมิแพ้อย่างหนึ่ง โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็ก

7.ไม่ควรใช้ผ้าม่านเนื่องจากเป็นวัสดุที่เก็บฝุ่น ทำความสะอาดยาก แต่ควรพรางสายตาด้วยการใช้มู่ลี่ที่สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ ควรเพิ่มเติมวิธีทำความสะอาดผ้าม่านเพราะคงหลีกเลี่ยงให้ไม่ใช้ผ้าม่านไม่ได้

8.ของใช้จำพวกหมอน และผ้าห่ม ควรเลือกชนิดที่ทำด้วยใยสังเคราะห์ ซึ่งสามารถซักล้างได้ โดยหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์จากนุ่น ฟองน้ำ ขนนก ผ้าขนสัตว์ และผ้าสำลี

9.ก่อนปูที่นอนให้ปูรองด้วยพลาสติกหรือผ้ากันสารภูมิแพ้หุ้มที่นอนชั้นหนึ่งก่อน แล้วจึงปูด้วยผ้าฝ้าย เพื่อไม่ให้สารก่อภูมิแพ้ เช่น ไรฝุ่นเล็ดลอดเข้าไปได้

10.เสื้อผ้าควรเก็บไว้ในลิ้นชัก หรือตู้ที่ปิดสนิท หากมีเสื้อผ้าสำลี หรือสักหลาดควรหุ้มด้วยถุงพลาสิกป้องกันฝุ่น

11.หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอาง เช่น แป้งฝุ่นในห้องนอน

12.ปลูกต้นไม้ไว้รอบบ้าน ซึ่งนอกจากจะช่วยให้บรรยากาศแลดูร่มรื่นเย็นสบายแล้ว ต้นไม้ยังช่วยทำหน้าที่กรองฝุ่นละอองจากภายนอกได้อีกด้วย

13.ควรจัดที่จอดรถให้อยู่ไกลจากตัวบ้าน เพื่อป้องกันฝุ่นละอองจำนวนมากที่ติดมากับรถ

14.ใช้เครื่องปรับอากาศ หรือเครื่องกรองอากาศช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองและไรฝุ่น รวมทั้งหมั่นตรวจเช็คและทำความสะอาดแผงกรองอากาศทุกเดือน

การจัดบ้านให้น่าอยู่ ห่างไกลจากฝุ่นซึ่งเป็นสารก่อภูมิแพ้ นอกจากจะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับสมาชิกทุกคนในบ้านแล้ว ยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรงห่างไกลจากโรคอีกด้วย หรือจะนำไอเดียการจัดบ้านที่เสนอไปใช้ทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างสมาชิกในครอบครัว สำหรับเด็กวัยเล็ก นอกจากจะต้องอยู่ในบ้านที่จัดสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสมแล้ว ยังควรให้เขาได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน มีส่วนผสมของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ รวมทั้งดูแลให้พวกเขาได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง สมวัย