จะทำอย่างไร?เมื่อเจ้าเหมียวแสนรักเริ่มอ้วนเกินไปแล้ว

มี.ค. 12, 2555
ความอ้วนไม่ได้เป็นอันตรายเฉพาะแต่เราเท่านั้น เจ้าเหมียวเองถ้าอ้วนมากไป ก็อาจทำให้เกิดโรคต่างๆ ตามมาได้เช่นกัน และสาเหตุหนึ่งของความอ้วนนั้น ส่วนหนึ่งก็มาจากเราที่เป็นเจ้าของนั่นเองค่ะ... วันนี้ เราลองมาปรับเปลี่ยนวิธีการให้อาหารใหม่ เพื่อสุขภาพที่ดีของเจ้าเหมียวที่รักกันนะคะ

ก่อนอื่นจะสังเกตยังไงนะว่าเจ้าเหมียวเริ่มอ้วนแล้ว? ลองวิธีง่ายๆ ดังต่อไปนี้ค่ะ
1. ลองวางมือรอบๆ ลำตัวดูว่าสามารถสัมผัสซี่โครงได้ไหม?
2. สังเกตช่วงท้องว่ามีขนาดเท่ากับหรืออ้วนกว่าช่วงอกหรือเปล่า?
3. มีไขมันสะสมที่สะโพก โคนหาง พื้นท้อง หรือไม่?
4. ผิวหนังรอบคอและหัวไหล่หนากว่าปกติหรือไม่?
หากทดสอบดูแล้วพบว่าเจ้าเหมียวมีลักษณะอย่างที่ว่า คงถึงเวลาต้องลดน้ำหนักเป็นการด่วนแล้วล่ะค่ะ

เอาล่ะ! ทีนี้ก็ถึงเวลาลดความอ้วนให้เจ้าเหมียวแล้ว
1.เปลี่ยนมาให้อาหารที่มีไขมันต่ำ จะช่วยให้เจ้าเหมียวทานอาหารได้ในปริมาณที่มากเท่าเก่า แต่ไม่ทำให้มันน้ำหนักเพิ่มจนเกินพอดีค่ะ ลองเลือกอาหารสูตรเฉพาะ หรือสูตร Low Fat สำหรับน้องแมวน้ำหนักเกิน ด้วยระดับไขมันและแคลอรีต่ำ จะช่วยให้น้องแมวมีสุขภาพดี มีรูปร่างและน้ำหนักที่สมส่วนค่ะ
2.ลดปริมาณอาหารในแต่ละมื้อให้น้อยกว่าปกติ แต่เพิ่มความถี่ในการให้มากขึ้น อาจเป็น 4-6 ครั้งต่อวัน
3.ให้เจ้าเหมียวกินช้าลง ด้วยการแบ่งอาหารใส่ในชามย่อยๆ แล้วนำไปวางไว้ตามมุมต่างๆ แทนที่จะให้ในชามๆ เดียว ซึ่งมันจะรีบกินรวดเดียวจนหมด
4.ห้ามใจอ่อน! ให้ของกินเล่นพร่ำเพรื่อโดยเด็ดขาด คุณควรท่องไว้ว่าของกินเล่นทั้งหลาย คือแคลอรีส่วนเกินที่เจ้าเหมียวไม่ต้องการ ทั้งยังไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพเจ้าเหมียวด้วย
5.สุดท้ายแต่สำคัญ นั่นคือการออกกำลังกาย ง่ายๆ แค่พาเจ้าเหมียวออกไปเดินเล่นหรือวิ่งนอกบ้านบ้าง ถ้าอยู่ในบ้านก็ปล่อยมันให้วิ่งหรือหากิจกรรมต่างๆ ให้น้องแมวได้ออกกำลังกายมากขึ้น เช่น วิ่งเก็บของ เพื่อให้มันได้ใช้พลังงานที่มีอยู่อย่างล้นเหลือออกไปบ้าง

ถ้าทำได้ทั้งหมดนี้ เจ้าเหมียวของคุณก็จะมีรูปร่างที่สวยงาม สมส่วน ไม่อ้วนเหมือนเก่า แถมยังมีสุขภาพดีห่างไกลโรคทั้งหลาย อีกด้วยค่ะ