คุณหิวจริงหรือเปล่า?

พ.ย. 2, 2555
คุณเคยเริ่มลดน้ำหนัก แล้วต้องเผชิญกับความหิว (เหลือเกิน!) ที่ทำให้การกินของคุณผิดไปหมดไหมคะ? ทั้งๆที่คุณก็ได้ยินมาว่าคนอื่นเขาทำกันได้และ “ไม่รู้สึกหิวเลย” เราทุกคนเคยรู้สึกหิว ไม่แปลกอะไร ความหิวก็มีข้อดี คือ ทำให้คุณได้เพลิดเพลินกับอาหารมื้อนั้น และได้รับรู้มีสติว่าตนเองหิว แต่ก็จริงอยู่ที่ความหิว โดยเฉพาะหิวเกินอาจทำให้กินเกิน และกินบ่อยซึ่งทำให้ได้รับพลังงานเกินกว่าจำเป็นได้ง่าย อย่าเพิ่งวิตกกังวลว่าตนเองจะลดน้ำหนักไม่ได้นะคะ
​สิ่งที่ควรคำนึงถึงก็คือ ผู้ที่ประสบผลสำเร็จในการลดน้ำหนักลงได้และคงน้ำหนักนั้นไว้ได้ ก็เพราะเขาสามารถแยกแยะระหว่างความหิวชนิดต่างๆ ดังนี้
  • ความหิวที่มาจากท้อง เรารู้จักดีเวลาท้องร้อง นี่คือหิวจริง อาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่นรู้สึกมึนศีรษะ หงุดหงิด มักเกิดขึ้นหลังบริโภคอาหารมาแล้ว 3-4 ชั่วโมง
  • ความหิวที่เกิดจากอารมณ์ มักเกิดเมื่อมีสิ่งมาเร้า เช่นงานเลี้ยง การเห็นหรือได้กลิ่นอาหาร หรือเกิดจากอารมณ์ต่างๆเช่นความเบื่อ เศร้า เหงา โกรธ เครียด เราทราบความรู้สึก “อยากกิน” นี้ดี
เมื่อทราบเช่นนี้แล้วลองถามตนเองว่า หิวจริงหรือไม่? ถ้าใช่ คุณก็ควรหาอาหารที่ดีมีประโยชน์ กินช้าๆ และเพลิดเพลินกับอาหารทุกคำ แต่ถ้าหิวไม่จริง อาจลองคิดนิดหนึ่งถึงความรู้สึกที่เป็นอยู่ อาจจดความรู้สึกนั้นไว้ ดื่มน้ำเปล่าเย็นๆแก้วใหญ่ๆและเบี่ยงเบนความสนใจไปทำอย่างอื่นดู
​เราสามารถวัดความหิวได้โดยใช้เกณฑ์ 1-10 ง่ายๆ โดย 1 คือหิวจัด หิวโซ และ 10 คือ อิ่มมากๆ อิ่มแปล้ พยายามอย่าให้ความหิวตกลงไปต่ำกว่า 3 และอย่ากินเกินความอิ่มที่ระดับ 8 ฝึกการกินช้าๆ และหยุดเมื่ออิ่มพอดี

​นอกจากฝึกสติแล้ว กลยุทธ์ที่จะช่วยลดความหิวบ่อยมีดังนี้
  • นอนให้พอ การพักผ่อนไม่พอจะส่งกระทบฮอร์โมนที่ควบคุมความหิว-ความอิ่ม
  • ดื่มน้ำให้มาก คนที่กระหายน้ำอาจเข้าใจผิดว่า “หิวข้าว”
  • ออกกำลังกายช่วงเช้าบ้าง พบว่าช่วยลดความหิวไปตลอดทั้งวัน
  • อย่างดมื้ออาหาร
  • กินโปรตีนให้พอ เช่นเนื้อสัตว์ไม่มัน ไม่ทอด ไข่ เต้าหู้ กินขนาดเท่าๆฝ่ามือในแต่ละมื้อ
  • กินแป้งไม่ขัดสีบ้าง ถั่วเมล็ดแห้ง และผักเยอะหน่อย
  • ถ้าต้องการกินอาหารว่าง ก็ควรเลือกประเภทผัก ผลไม้ และ อาหารโปรตีนสูงเข้าไว้ เช่น ซุบผัก เกาเหลา ยำ ส้มตำ ลูกชิ้นลวก ผลไม้สด นม นมถั่วเหลืองไม่หวาน ถั่วต้ม เป็นต้น
ลองทำดูนะคะ คุณอาจลดน้ำหนักลงได้โดยไม่จำเป็นต้องไปทำตามแบบแผนการกินใดๆเลยก็ได้เมื่อใช้การฝึกสติเวลากินแบบนี้ ถ้าลองแล้วช่วยคอมเมนท์ให้ทราบด้วยนะคะว่าเป็นอย่างไร

ที่มา คุณกฤษฎี โพธิทัต