ความเหมือนที่แตกต่างของกะทิและนมวัว

ก.ค. 23, 2556
นมวัว เป็นอาหารที่มีโปรตีนสูง มีกรดอะมิโนที่จำเป็นครบทั้ง 9 ชนิด อุดมไปด้วยแคลเซียมมีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรง และวิตามินดีที่ช่วยดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสที่ร่างกายต้องการ และถึงแม้นมวัวจะมีปริมาณไขมันอิ่มตัว และโคเลสเตอรอล แต่ก็สามารถผ่านกรรมวิธีทำให้ไขมันน้อยลงได้ นมที่ผ่านกรรมวิธีนี้ก็จะถูกเรียกว่า นมไขมันต่ำ หรือนมพร่องมันเนย นอกจากนี้ นมวัวยังเป็นอาหารชั้นยอดสำหรับเด็กๆ ซึ่งคุณประโยชน์จะครบถ้วนยิ่งขึ้นด้วยการเติมสารอาหารที่จำเป็นต่อพัฒนาการที่ดียิ่งขึ้นเพิ่มเข้าไป เช่น โอเมก้า เพื่อช่วยในเรื่องการพัฒนาสมอง ใยอาหารจากธรรมชาติ เพื่อช่วยเรื่องการขับถ่าย วิตามินซี ช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรง วิตามินอีมีส่วนช่วยในกระบวนการต่อต้านอนุมูลอิสระ วิตามินบี 12 มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมอง

ส่วน กะทิ ทำมาจากมะพร้าว ซึ่งเป็นพืชจึงไม่มีโคเลสเตอรอล แต่เป็นอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง และประกอบด้วยกรดไขมันที่มีขนาดปานกลางซึ่งถูกย่อยได้ง่าย และเคลื่อนย้ายได้สะดวก เมื่อบริโภคเข้าไปจะผ่านลำคอไปยังกระเพาะเข้าสู่ลำไส้ แล้วไปถูกเผาผลาญให้เป็นพลังงานในตับโดยไม่ไปสะสมเป็นไขมัน สำหรับสารอาหารประเภทโปรตีน และแคลเซียม กะทิยังเป็นรองนมวัวอยู่มาก

ข้อแตกต่างด้านโภชนการที่ห็นได้ชัดระหว่างนมวัว และกะทิ คือ เมื่อเปรียบเทียบปริมาณพลังงานกะทิ 100 มิลลิลิตร ให้พลังงานมากกว่านมวัวถึง 3 เท่ากะทิ ในปริมาณที่เท่ากัน เนื่องจาก กะทิให้ไขมันเป็นหลัก ในขณะที่ นมวัวให้โปรตีน ไขมัน และน้ำตาลในปริมาณใกล้เคียงกัน

อย่าลืมนะคะว่านี่เป็นเพียงข้อเท็จจริงที่มีอยู่ในอาหาร 2 ชนิดนี้ สิ่งสำคัญที่สุดไม่ว่าคุณจะเลือกรับประทานอะไรก็ตาม ต้องรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ ให้หลากหลายควบคู่กับอาหารอื่นๆ และเหมาะกับสภาวะสุขภาพของตัวเอง เช่น สำหรับผู้ใหญ่ ควรดื่มนมวันละอย่างน้อย 1 แก้ว และควรเป็นนมไขมันต่ำหรือพร่องมันเนย แต่สำหรับเด็ก ต้องได้รับ 1-2 แก้วต่อวัน เพื่อส่งเสริมความแข็งแรงของกระดูกในช่วงพัฒนาการของร่างกาย ส่วนกะทิ แม้จะไม่มีโคเลสเตอรอล แต่ไขมันอิ่มตัวที่มีอยู่มาก ก็ทำให้โคเลสตอเรอลในร่างกายเพิ่มขึ้นได้ในทางอ้อมเช่นกัน ดังนั้น ไม่ควรกินแกงกะทิ หรือขนมที่มีส่วนผสมของกะทิทุกมื้อ สลับสับเปลี่ยนเป็นอาหารประเภทต้ม นึ่ง ยำ ย่าง บ้าง เพื่อลดปริมาณไขมันที่เราจะได้รับค่ะ