ครอบครัวอบอุ่นได้ด้วยนิทาน

ก.พ. 1, 2553
คุณรู้ไหมว่า วิธีหนึ่งที่แสนง่ายในการสร้างความอบอุ่นให้เกิดขึ้นใครอบครัวนั้น คือ การเล่านิทาน ดังที่ รองศาสตราจารย์กุลวรา ชูพงศ์ไพโรจน์ อาจารย์ดีเด่นและผู้เชี่ยวชาญด้านการเล่านิทานได้ให้คำแนะนำว่า การเล่านิทานอย่างสร้างสรรค์สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ นอกจากจะช่วยให้ลูกมีพัฒนาการที่ดีแล้ว ยังช่วยสร้างความอบอุ่นระหว่างกันอีกด้วย 

“แนวทางในการเล่านิทานสำหรับพ่อแม่มือใหม่ พ่อแม่ควรพร้อมที่จะมีลูก เตรียมตัวด้วยการอ่านหนังสือภาพที่ดีสำหรับเด็ก อ่านนิทานสั้นๆ ง่ายๆ มีคำคล้องจอง รวมทั้งหัดร้องเพลงกล่อมเด็ก เพลงร้องเล่นของเด็กให้มากๆ เมื่อมีลูกก็เริ่มจากการร้องเพลงกล่อมลูก เมื่อลูกโตขึ้นก็อุ้มลูกนั่งตัก แล้วอ่านหนังสือให้ลูกฟัง พร้อมกับชี้ชวนให้ดูภาพสวยๆ คำเพราะๆไปด้วย สละเวลาวันละห้านาทีที่ว่าง แล้วเด็กๆ จะติดหนังสือ รักหนังสือ รักพ่อแม่ เด็กจะมีสมาธิ มีสติปัญญา รักการอ่านและการค้นคว้าเมื่อเติบโตขึ้น” 

อาจารย์บอกว่า พ่อแม่ไม่ควรอ้างว่าไม่มีเวลา เพียงแค่สละเวลาวันละห้านาทีเล่านิทานให้ลูกฟัง จะทำให้พ่อแม่ลูกจะสนิทสนมกัน ลูกรับรู้ถึงความรักที่พ่อแม่มอบให้ รู้สึกไว้วางใจพ่อแม่ และมีทักษะในการสื่อสารกับผู้อื่น เพราะสื่อทันสมัยต่างๆในปัจจุบันเป็นสื่อที่สื่อสารทางเดียว อาจารย์จึงเน้นว่าไม่ควรให้เด็กเล็กๆ ดูทีวี เพราะทีวีเป็นสื่อทางเดียว มีภาพและเสียงที่รวดเร็วเกินไป

“พ่อแม่ปัจจุบันต้องออกไปประกอบอาชีพเพื่อหารายได้มาเลี้ยงครอบครัว ไม่มีโอกาสเลี้ยงลูกด้วยตนเอง จึงนำเด็กไปเลี้ยงในสถานรับเลี้ยงเด็ก เด็กบางคนจะเป็นหวัด เจ็บป่วยบ่อยๆ บางครอบครัวจ้างคนมาเลี้ยงลูกที่บ้าน ซึ่งปัจจุบันมักเป็นชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไทย บางคนพูดภาษาไทยไม่ชัด ทำให้ลูกของเราพูดไม่ชัดไปด้วย ผู้ที่จะเลี้ยงเด็กต้องรักเด็ก เข้าใจธรรมชาติของเด็ก ต้องสุภาพ อ่อนโยน ช่างพูด ช่างคุยกับเด็กด้วยถ้อยคำไพเราะอ่อนโยน เด็กจึงจะได้ซึมซับสิ่งที่ดี เพราะเด็กๆ อยู่ในวัยที่กำลังเลียนแบบบุคลิกภาพของผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิด จึงไม่ควรเปลี่ยนคนเลี้ยงเด็กบ่อยๆ” 

นอกจากนี้อาจารย์ยังฝากบอกอีกด้วยว่า สิ่งที่ครอบครัวยุคใหม่มองข้ามคือผู้อาวุโสในครอบครัว คือ คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย ซึ่งความจริงท่านเหล่านี้มีประสบการณ์ในการเลี้ยงดูเด็ก มีเพลงกล่อมเด็ก มีนิทานมากมาย ใจเย็น และที่สำคัญคือได้เลี้ยงหลานซึ่งเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตนเองเอง ย่อมมีความรักและความปรารถนาดีต่อลูกหลานอยู่แล้ว

“พ่อแม่มือใหม่ควรให้ความสำคัญกับผู้สูงวัยในครอบครัว อย่ามองว่าเป็นคนแก่ที่ช้าและเชย กลัวว่าลูกตัวเองจะไม่ทันสมัย การให้เด็กๆ ได้เติบโตตามวัย ให้เด็กอิ่มรักและความอบอุ่นจากคนในครอบครัว และให้มีจินตนาการ เป็นสิ่งที่สำคัญ ส่วนความรู้นั้นสามารถแสวงหาได้ตลอดหากเด็กรักการอ่าน มีสมาธิ สติปัญญาที่ดีก็ย่อมมีตามมา” 

เห็นความสำคัญของการเล่านิทานแล้ว วันนี้ลองให้เด็กๆ ได้ฟังนิทานจากคุณย่าหรือคุณยายดูบ้าง แล้วช่องว่างระหว่างวัยในครอบครัวก็จะลดน้อยลงได้มากค่ะ