กินเห็ดอย่างผู้รู้

ต.ค. 9, 2552
ในช่วงเทศกาลกินเจที่งดเว้นการบริโภคเนื้อสัตว์ นอกเหนือจากเต้าหู้และผลิตภัณฑ์จากถั่วต่างๆ แล้ว อาหารชนิดหนึ่งที่สามารถนำมาใช้เพื่อให้คุณค่าทางโภชนาการทดแทนโปรตีนได้เป็นอย่างดี คือ เห็ด

เห็ด เป็นอาหารเป็นอาหารที่มนุษย์รู้จักและบริโภคมาตั้งแต่โบราณ และมีอยู่ทั่วโลก แตกต่างกันไปหลายร้อยชนิด แต่การบริโภคเห็ดให้เกิดประโยชน์ก็ต้องรู้จักชนิดของเห็ดด้วย เพราะเห็ดบางชนิดมีพิษ บางชนิดก็เป็นอาหารที่มีสรรพคุณเป็นยา

เห็ดไม่ใช่สัตว์ แต่ก็ไม่ใช่พืช แต่จัดอยู่ในประเภท ฟังไจ (Fungi) เพราะไม่มีคลอโรฟิลล์ สังเคราะห์อาหารเองไม่ได้ แต่จะดูดซึมอาหารจากซากพืช ซากใบไม้ ซากอินทรียสารต่างๆ ซากเน่าเปื่อย ผุฟังที่ตายแล้วเป็นเเร่ธาตุในป่า ในดิน แล้วนำมาสร้างเป็นเซลล์ของตัวเอง เห็ดจึงมีทั้งชนิดที่ดีและร้าย ซึ่งเห็ดชนิดดีจะมีกรดอะมิโน อันเป็นองค์ประกอบของโปรตีนในเห็ด ดังนั้นเมื่อนำมาบริโภคแทนเนื้อสัตว์ จึงสามารถให้คุณค่าสารอาหารโปรตีนได้

คนจีนเป็นชาติแรกๆ ในโลกที่รู้จักการเพาะเลี้ยงเห็ดมานานนับพันปี ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่น หรือประมาณ 200 ปี ก่อนคริสตศักราช และมีส่วนคู่มือการดูเห็ดชนิดต่างๆ เล่มเเรกของโลก เกิดขึ้นในสมัยราชวงศ์จิ้น หรือประมาณ ค.ศ. 317-420 ส่วนเห็ดหูหนู คนจีนรู้จักเพาะได้ในสมัยราชวงศ์ถัง และสำหรับเห็ดหอม ชาวจีนเก็บจากป่ามากินนานมากเเล้ว ก่อนจะเริ่มเพาะเลี้ยงเองได้ในราชวงศ์หมิง ซึ่งเป็นสมัยเดียวกันกับยุคราชวงศ์โชซอนของเกาหลี และสมัยเดียวกับราชอาณาจักรอยุธยาตอนต้น ของเมืองไทย หมอจีนสมัยนั้นเรียกเห็ดหอมว่า "อาหารทิพย์แห่งชีวิต" และเห็ดหอมก็เป็นอาหารคู่ครัวจีน เกาหลี ญี่ปุ่น มาตลอดเป็นเวลานับพันปี และในปัจจุบันก็พบว่า สารเคมีในเห็ดหอมมีฤทธิ์ต้านมะเร็ง และโรคหลอดเลือดหัวใจได้

ไม่ว่าจะกินอาหารในเทศกาลเจหรืออาหารอื่นใด หากนำความรู้มาใช้ในการเลือกกินแล้ว ก็จะได้ประโยชน์จากอาหารนั้นๆ อย่างเต็มที่ ดังนั้นคนเราจึงไม่ควรอยู่เพื่อกินอย่างเดียว แต่ต้องรู้จักกินเพื่ออยู่ให้เป็น จึงจะมีชีวิตที่สมบูรณ์แข็งแรงได้อย่างแท้จริง