การกินเจอย่างฉลาดนั้น ก็คือ การเลือกกินอาหารให้ครบคุณค่า และก่อเกิดประโยชน์กับร่างกายได้อย่างแท้จริง ซึ่งเรามีเคล็ดลับมาฝากกัน
1.กินผักแล้ว ควรกินผลไม้ด้วย โดยยึดหลักผักผลไม้ 5 สี เพือ่ให้ได้คุณค่าครบถ้วนหลากหลาย คือ
3. กินสาหร่ายทะเลทั้งสดและแห้ง และใช้เกลือปรุงอาหารแทนน้ำปลา เพราะทั้งสาหร่ายและเกลือทะเลมีสารไอโอดีน สามารถป้องกันโรคคอพอกได้
4. กินงาขาวงาดำเพิ่ม ในอาหารและขนมควรใช้งาผสมด้วยเสมอ ไม่ว่าจะเป็นงาขาวหรืองาดำ เพราะในเมล็ดงามีกรดไขมันไลโนเลอิค (Linoleic Acid) ซึ่งจำเป็นต่อร่างกายมาก และร่างกายไม่สามารถสร้างกรมไขมันนี้ขึ้นเองได้ กินงาวันละประมาณ 2 ช้อนโต๊ะก็เพียงพอแก่ความต้องการของร่างกายแล้ว
5. ลดอาหารรสจัด เช่น เผ็ดจัด เค็มจัด ขมจัด เปรี้ยวจัด หวานจัด เพราะอาหารรสจัดมากๆ จะส่งผลไปถึงอวัยวะหลัก คือ รสขม ส่งผลต่อหัวใจ รสเค็ม ส่งผลต่อไต รสหวาน ส่งผลต่อม้าม รสเปรี้ยว ส่งผลต่อตับ และรสเผ็ด ส่งผลต่อปอด
6. งดอาหารหมักดอง เช่น ผักดอง ผลไม้ดอง เครื่องกระป๋อง อาหารสำเร็จรูป แล้วหันมากินอาหารสดที่ปรุงใหม่ๆ จะให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า
7. เครื่องดื่มจากธรรมชาติ ควรดื่มน้ำผลไม้สดๆ ตามธรรมชาติ เช่น น้ำส้ม น้ำมะเขือเทศ น้ำสับปะรด น้ำอ้อย น้ำมะพร้าว น้ำใบบัวบก น้ำมะตูม นอกจากนี้ ควรดื่มน้ำสะอาดให้ได้วันละ 8 แก้วเป็นประจำ จะช่วยให้ร่างกายและผิวพรรณสดชื่นเปล่งปลั่ง
เคล็ดลับง่ายๆ เหล่านี้ จะช่วยให้คุณกินเจได้อย่างมีประโยชน์และคุณค่าต่อร่างกายได้อย่างแท้จริง
1.กินผักแล้ว ควรกินผลไม้ด้วย โดยยึดหลักผักผลไม้ 5 สี เพือ่ให้ได้คุณค่าครบถ้วนหลากหลาย คือ
- สีแดง (แดงส้ม, แสด, ชมพู) ได้แก่ มะเขือเทศ แครอท มะละกอ ส้ม แตงโม
- สีม่วงหรือน้ำเงิน ได้แก่ มะเขือม่วง เผือก เห็ดหูหนู ละมุด ลูกหว้า องุ่น
- สีเหลือง ได้แก่ ฟักทอง ข้าวโพด พริกเหลือง มะม่วง กล้วย
- สีเขียว ผักคะน้า ถั่วฝักยาว ผักบุ้ง ฝรั่ง
- สีขาว ได้แก่ หัวผักกาดขาว ผักกาดขาว กระหล่ำดอก มะพร้าว น้อยหน่า
3. กินสาหร่ายทะเลทั้งสดและแห้ง และใช้เกลือปรุงอาหารแทนน้ำปลา เพราะทั้งสาหร่ายและเกลือทะเลมีสารไอโอดีน สามารถป้องกันโรคคอพอกได้
4. กินงาขาวงาดำเพิ่ม ในอาหารและขนมควรใช้งาผสมด้วยเสมอ ไม่ว่าจะเป็นงาขาวหรืองาดำ เพราะในเมล็ดงามีกรดไขมันไลโนเลอิค (Linoleic Acid) ซึ่งจำเป็นต่อร่างกายมาก และร่างกายไม่สามารถสร้างกรมไขมันนี้ขึ้นเองได้ กินงาวันละประมาณ 2 ช้อนโต๊ะก็เพียงพอแก่ความต้องการของร่างกายแล้ว
5. ลดอาหารรสจัด เช่น เผ็ดจัด เค็มจัด ขมจัด เปรี้ยวจัด หวานจัด เพราะอาหารรสจัดมากๆ จะส่งผลไปถึงอวัยวะหลัก คือ รสขม ส่งผลต่อหัวใจ รสเค็ม ส่งผลต่อไต รสหวาน ส่งผลต่อม้าม รสเปรี้ยว ส่งผลต่อตับ และรสเผ็ด ส่งผลต่อปอด
6. งดอาหารหมักดอง เช่น ผักดอง ผลไม้ดอง เครื่องกระป๋อง อาหารสำเร็จรูป แล้วหันมากินอาหารสดที่ปรุงใหม่ๆ จะให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า
7. เครื่องดื่มจากธรรมชาติ ควรดื่มน้ำผลไม้สดๆ ตามธรรมชาติ เช่น น้ำส้ม น้ำมะเขือเทศ น้ำสับปะรด น้ำอ้อย น้ำมะพร้าว น้ำใบบัวบก น้ำมะตูม นอกจากนี้ ควรดื่มน้ำสะอาดให้ได้วันละ 8 แก้วเป็นประจำ จะช่วยให้ร่างกายและผิวพรรณสดชื่นเปล่งปลั่ง
เคล็ดลับง่ายๆ เหล่านี้ จะช่วยให้คุณกินเจได้อย่างมีประโยชน์และคุณค่าต่อร่างกายได้อย่างแท้จริง