กินตามวัย ได้สุขภาพ

มี.ค. 2, 2558

วัยขึ้นต้นด้วยเลข 2

ช่วงอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป เป็นช่วงที่ร่างกายมีการพัฒนาและเติบโตอย่างเต็มที่ หรือเรียกว่าเป็นวัยหนุ่มสาวอย่างแท้จริง และยังเป็นช่วงที่ใช้ชีวิตกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ยิ่งในชีวิตประจำวันมีการเคลื่อนไหวมากเท่าไร ร่างกายก็ยิ่งเผาผลาญและใช้พลังงานมากขึ้นเท่านั้น อาหารที่เหมาะสม จึงเป็นอาหารที่ช่วยเพิ่มพลังงานให้คุณได้ดี อย่างอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต แต่ควรเลือกคาร์โบไฮเดรตชนิดดี อย่างข้าวกล้อง ซีเรียลโฮลเกรน ขนมปังโฮลวืท ที่มีวิตามินแร่ธาตุและใยอาหารมากกว่าคาร์โบไฮเดรตประเภทที่ผ่านการขัดสี

คำแนะนำ  เริ่มด้วยการเลือกกินข้าวกล้องแทนข้าวขาว ขนมปังโฮลวีทแทนขนมปังขาว ซีเรียลโฮลเกรนแทนซีเรียลที่ผ่านการขัดสี

วัยขึ้นต้นด้วยเลข 3

หลายคนมักตกใจกลัวกับอายุที่เริ่มต้นด้วยเลข 3 แต่การรู้จักเลือกกินจะทำให้คนอื่นไม่สามารถเดาอายุคุณจากรูปร่างหน้าตาได้เลย โดยจากวัยหนุ่มสาวที่เริ่มโตเป็นผู้ใหญ่ ความต้องการพลังงานยังคงมีอยู่ เพราะเป็นช่วงชีวิตของการทำงานและรับผิดชอบ แต่ต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น เพราะระบบเผาผลาญเริ่มทำงานลดลง ควรพยายามรักษาสมดุลพลังงาน โดยไม่ทานเกินกว่าที่ร่างกายต้องการใช้ นอกจากนี้ยังต้องระวังในเรื่องของไขมันและโคเลสเตอรอล ที่จะส่งผลต่อสุขภาพร่างกายในอนาคต เพราะการทานอาหารที่มีไขมันหรือโคเลสเตอรอลสูง เช่น หมูสามชั้น กะทิ เนยเทียม จะสร้างปัญหาให้หลอดเลือดและหัวใจ

คำแนะนำ  เลือกอาหารที่ให้พลังงานต่ำ ลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตลง หรือหาตัวช่วยอย่างกาแฟที่มีสารสกัดจากถั่วขาว หรือเครื่องดื่มพลังงานต่ำที่ใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล

วัยขึ้นต้นด้วยเลข 4

สำหรับช่วงวัยนี้ความต้องการพลังงานลดลง แต่ความต้องการแคลเซียมและวิตามินต่างๆ มากขึ้น และเป็นช่วงที่เข้าสู่วัยทอง ดังนั้นจึงควรทานอาหารที่ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน อย่างเต้าหู้ น้ำเต้าหู้ เนื่องจากมีสารไฟโตเอสโตรเจนที่ช่วยลดอาการอันเนื่องมาจากวัยทองได้ ควรเสริมด้วยอาหารที่มีแคลเซียมสูงเพื่อป้องกันปัญหากระดูกพรุน และอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระเพื่อช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย เช่น วิตามินซี จากส้ม ฝรั่ง มะเขือเทศ แคนตาลูป วิตามินอี จากน้ำมันดอกทานตะวัน ถั่วลิสง อัลมอนด์

คำแนะนำ  เลือกดื่มผลิตภัณฑ์น้ำเต้าหู้ ที่มีไขมันต่ำ แคลเซียมสูง วิตามินซีและอีสูง

วัยขึ้นต้นด้วยเลข 5

การก้าวเข้าสู่ช่วงอายุ 50 เป็นต้นไปนั้น ประสิทธิภาพการทำงานของร่างกายเริ่มลดลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบการย่อยและการดูดซึมอาหาร ทำให้ร่างกายขาดสารอาหารบางอย่างได้ ช่วงนี้คุณอาจไม่ค่อยรู้สึกกระหายน้ำเท่าไร แต่ควรสนใจดื่มน้ำให้สม่ำเสมอ วันละ 8-12 แก้ว เพื่อป้องกันการขาดน้ำโดยไม่รู้ตัว นอกจากนั้น วัยนี้ยังมีปัญหาเรื่องกระดูกพรุน ดังนั้นควรได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอ บริโภคนมและผลิตภัณฑ์นมอย่างโยเกิร์ต ปลาตัวเล็กตัวน้อย และพวกผักใบเขียว คะน้า กวางตุ้ง บร็อคโคลี

คำแนะนำ  ตั้งนาฬิกาเตือนให้ดื่มน้ำทุกชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ