กำจัดความเครียดสักนิด ชีวิตสดใส

ส.ค. 26, 2556
มีงานวิจัยมากมายที่ระบุความเครียดกดดันที่มากมายเกินไป จะส่งผลต่อภาพรวมของสุขภาพร่างกาย ทำให้คุณอ่อนล้า หงุดหงิดง่าย ร่างกายขาดภูมิคุ้มกัน จึงเจ็บป่วยได้ง่ายกว่าคนปกติ ฝึกจัดการความเครียดเสียตั้งแต่วันนี้ สุขภาพจะได้แข็งแรงอยู่เสมอ

เมื่อใดก็ตามที่เครียดมากๆ ร่างกายก็จะเหนื่อยล้า สมองจะตึงเครียด หลายคนแก้ไขด้วยวิธีการรับประทานยา ตั้งแต่ยาง่ายๆ อย่างยาแก้ปวดหัวทั่วไป ไปจนถึงยาคลายความเครียด ทว่าเมื่อร่างกายเครียดจัดจนกลายเป็นอาการเรื้อรัง เมื่อนั้น ความเครียดก็จะส่งผลต่อทั้งร่างกายและจิตใจ ทำให้คุณไม่มีความสุขในชีวิต

ความเครียดส่งผลอะไรได้บ้าง

งานวิจัยจากออสเตรเลีย ผลงานของ Dr. Craig Hassed จาก Monash University ระบุว่า “ความเครียดส่งผลลึกลงในดีเอ็นเอของมนุษย์ และทำให้ telomere ลดลง โดย telomere นั้นเป็นดีเอ็นเอที่อยู่ปลายสุดของโครโมโซม ทำหน้าที่เสมือนส่วนหุ้มโครโมโซม บางคนเปรียบว่าเสมือนแถบพลาสติกที่หุ้มบริเวณปลายเชือกรองเท้า เพื่อป้องกันไม่ให้เชือกคลายเกลียว หลุดลุ่ย ขณะที่โครโมโซมเป็นที่เก็บหน่วยพันธุกรรมซึ่งทำหน้าที่ควบคุมและถ่ายทอดข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต เช่น สีผิว สีผม สีตา เป็นต้น ในระหว่างกระบวนการเตรียมการแบ่งเซลล์ร่างกายจะมีการจำลองโครโมโซมขึ้น เป็นผลให้ telomere หดสั้นลง นักวิทยาศาสตร์จึงอาศัยหลักการนี้วิเคราะห์ความเสื่อมหรืออายุขัยของเซลล์ telomere จึงนับเป็นดัชนีวัดความชราภาพของเซลล์ และสามารถเป็นตัวแปรการประเมินสุขภาพในภาพรวม”
ความเครียดยังส่งผลต่อกระบวนการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ทำให้คุณหดหู่ จิตตก ลดอัตราการสร้างภูมิคุ้มกัน สร้างปัญหาให้กับระบบเผาผลาญอาหาร สมองตื้อ และอาจส่งผลต่อระบบไหลเวียนของเลือด ซึ่งเป็นที่มาของโรคหัวใจและอาการหัวใจวายเฉียบพลัน

ผ่อนคลายความเครียดลงบ้าง

ความเครียดอาจเป็นเรื่องเลวร้าย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะแก้ไขไม่ได้ ลองทำตามเคล็ดลับต่างๆ ที่เรารวบรวมมาให้ เพื่อผ่อนคลายความเครียด และทำให้ชีวิตง่ายขึ้น
  • มีเป้าหมายเดียวชัดๆ ทีละอย่าง แนะนำให้ฝึกสนใจใส่ใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ ณ ขณะนั้นไปเลย ยิ่งคุณทำอะไรหลายๆ อย่างในเวลาเดียวกัน ยิ่งส่งเสริมความเครียดให้เพิ่มมากขึ้น ปัญหาหลักของการทำงานหลายอย่างก็คือ ระหว่างที่คุณทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ใจคุณก็ต้องเผลอไปคิดถึงงานอื่นๆ ด้วย ทำให้เกิดความกังวล สับสน กลายเป็นเครียดในที่สุด นอกจากการใส่ใจงานทีละชิ้นจะช่วยลดความเครียดแล้ว ยังเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้กับคุณได้อีกด้วย งานวิจัยจากสหรัฐฯ ระบุว่า เมื่อศึกษาพนักงานออฟฟิศที่ทำงานอย่างเดียวโดยไม่ได้ตรวจสอบอีเมล์จำนวน 5 วันเต็ม พบว่าสุขภาพจิตของพวกเขาดีขึ้น และความเครียดก็ลดลง นอกจากนี้ งานที่ได้ยังตรงเป้าและชัดเจนกว่าของเดิมมากด้วย
  • หาทางอยู่กับความเครียดให้ได้ ถ้าหากคุณไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ สิ่งที่ต้องทำก็คือควบคุมอารมณ์เมื่อต้องเผชิญกับความเครียด แล้วปรับมันให้เป็นไปในรูปแบบที่คุณยอมรับได้ เมื่อไหร่ที่เราเครียด เรามักจะพบว่าตัวเองย้ำคิดย้ำทำซ้ำๆ ไม่จบไม่สิ้น เช่น คนที่ต้องขึ้นไปพูดต่อหน้าคนอื่นๆ ก็มักจะเครียด กังวล สับสน ท่องคำพูดนั้นซ้ำไปซ้ำมา จนสุดท้ายกลายเป็นตื่นตระหนก และลืมในที่สุด ทางที่เหมาะสมคือควรจะเรียนรู้และเข้าใจความกังวลนั้นให้ได้ แล้วอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ปล่อยมันให้เป็นอย่างที่มันจะต้องเป็น 
  • รู้ขีดจำกัดของตัวเอง คุณต้องรู้ว่าตัวเองรับงานได้แค่ไหน เหมาะกับสถานการณ์แนวไหน และจะรับมือกันมันได้ถึงเมื่อไหร่กัน คนบางคนก็เก่งเรื่องการรับมือ รับงานได้หลายๆ อย่าง ทำอะไรได้พร้อมๆ กัน แต่บางคนก็ทำไม่ได้แบบนั้น ดังนั้น ควรเรียนรู้ที่จะปฏิเสธเสียบ้าง ถ้ารู้สึกว่าไม่ไหว ไม่ใช่จริงๆ ก็ขอให้พูดออกไปตรงๆ ยกตัวอย่างง่ายๆ อย่าตักอาหารมาจนเต็มจานเพราะเสียดาย แล้วกลับมาพบว่ากินเยอะเกินไปก็อึดอัด แน่นท้อง รู้สึกไม่สบายตัว เป็นต้น 
  • นอนหลับพักผ่อนให้เป็นเวลา เมื่อใดก็ตามที่คุณนอนน้อยเกินไป จะส่งผลต่อสุขภาพร่างกาย และทำให้เกิดความเครียด สองอย่างนี้ส่งเสริมกันและกัน นอนไม่พอ เครียด เครียด ก็ทำให้นอนไม่พอ การศึกษาจากสหรัฐฯ ค้นพบว่าคนที่นอนหลับไม่สนิท นอนไม่เพียงพอ มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคต่างๆ ได้ง่ายดายกว่าคนที่นอนหลับพักผ่อนเต็มอิ่ม ดังนั้น ก่อนนอนก็พยายามทำใจให้สบายๆ ฟังเพลงผ่อนคลาย ดื่มนมร้อนๆ หรือเครื่องดื่มธัญพืชอุ่นๆ จะได้หลับง่าย
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ การออกกำลังเป็นวิธีต่อสู้กับความเครียดที่ดีที่สุด ระหว่างการออกกำลัง คนเราจะมีเป้าหมาย มีความชัดเจน และมีสติ ร่างกายก็จะได้ผ่อนคลายความเครียดโดยไม่รู้ตัว

ลองนี่ดู

นี่คือบททดสอบง่ายๆ ที่นักจิตวิทยา Dr. Sandra E Neil จากสหรัฐฯ คิดค้นขึ้น ลองมาดูกันว่าคุณเป็นคนเครียดสไตล์ไหน และมันส่งผลต่อสุขภาพได้อย่างไร
  • เครียดแล้วไม่พูด ทั้งที่อยากปฏิเสธ แต่คุณมักเผลอตอบรับเสมอ แล้วสุดท้าย คุณมักจะมารู้สึกว่าตัวเองช่างไร้อำนาจ ทำไมฉันไม่ปฏิเสธไปตั้งแต่แรกนะ ไม่น่าเลยจริงๆ ผลที่ได้คือคุณมีแนวโน้มจะมีอาการของโรคอาหารไม่ย่อย ท้องเสีย กล้ามเนื้อสั่น ปวดขา ปวดบ่า และหดหู่ง่าย
  • เครียดแล้วโทษคนอื่น ถ้าเครียดหรือกดดัน คุณจะโวยวายไม่หยุด หัวเสีย ลงเอากับคนอื่นรอบตัว ยังไงก็ได้ ขอให้ได้ระบายความโกรธออกมา ผลที่ได้คือคุณมีแนวโน้มจะมีอาการของโรคกล้ามเนื้อเครียดตึง ปัญหาการควบคุมความโกรธ ความดันโลหิตสูง
  • เครียดแล้วพยายามหาเหตุผล คุณเป็นคนเข้มแข็ง ไม่ยอมแสดงออกทางอารมณ์ให้คนอื่นๆ เห็น เวลากดดัน คุณจะพยายามหาเหตุผลของสิ่งที่เกิดขึ้น และมักจะรู้สึกกดดันกับกฎเกณฑ์ของสังคม ต้องทำตามอย่างตั้งใจ ไม่ยอมผิดพลาด ผลที่ได้คือคุณมีแนวโน้มจะมีอาการของโรคปวดหลังง่าย ผิวแห้งแตกเป็นขุย เหงื่อไม่ออก ร่างกายไม่ระบายความร้อนและของเสีย
  • เครียดแล้วเบี่ยงเบนความสนใจ เมื่อใดที่เครียด คุณต้องหาทางออก บางคนเลือกกินอาหาร บางคนเลือกดื่มแอลกอฮอล์ หรือดื่มกาแฟร้อนๆ อะไรก็ได้เพื่อทำให้ลืม ผลที่ได้คือ คุณมีแนวโน้มจะมีอาการของระบบประสาททำงานผิดปกติ เสพติดอะไรบางอย่าง และสับสน คิดอะไรไม่ออกเป็นพักๆ มีปัญหาเรื่องความจำ